SweetPoison

The Dark Side: 1001 Arabian Night

posted on 03 Mar 2013 08:46 by ffmanblue in SweetPoison

 

เสียงน้ำพุกลางแจ้งที่พวยพุ่งสูงและตกลงบนพื้นหินอ่อนกระจายกลายเป็นพรายฟองส่งเสียงอ่อนช้อยราวกับสายน้ำตกสาดลงบนก้อนหินใหญ่ช่วยลดความเลี่ยนของภาพตึกระฟ้าสองข้างทางที่ดูแห้งแล้งเกินทนลงได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาในย่านช้อปปิ้งฟุ่มเฟือยแห่งมหานครนิวยอร์ค เด็กหนุ่มผมบลอนด์สลวยต้องแสงแดดยามเที่ยงยังคงเดินอย่างอ่อนล้า หลายครั้งที่เปะปะไปชนคนอื่นเสียจนต้องหันมาขอโทษขอโพยแต่ยังไม่ได้หันไปขอโทษจนจบกระบวน ชาวนิวยอร์คที่แสนเร่งรีบก็จากเขาไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีสายตาคู่ใดที่หยุดสนใจเด็กหนุ่มในชุดแจ็คเก็ตตัวเก่าเต็มไปด้วยกระเป๋าเก็บอุปกรณ์อย่างช่างภาพและยีนส์ผุๆ ยิ่งไหล่เล็กๆ ที่ห่ออย่างอ่อนระโหยยิ่งไม่ชวนให้เป็นปลายทางสายตาของคนใดเลย เว้นเสียแต่ดวงตาสีคาราเมลที่จับจ้องผ่านม่านน้ำพุมาเขม็ง 

“โอย...เที่ยงแล้วเหรอเนี่ย ถึงว่าหิวชะมัด”

เด็กหนุ่มบ่นโอดโอยกับตัวเอง เขามองซ้ายมองขวาหาร้านแฮมเบอร์เกอร์ แต่น่าเสียดายที่รอบข้างมีแต่ห้างร้านแบรนด์เนมหรูหรา จริงอยู่ว่าเขามีเคลียร์การ์ดสุดยอดบัตรเครดิตไร้วงเงินของเฮาส์ออฟแองเจิ้ลที่สามารถรูดซื้อดิออร์ที่อยู่ซ้ายมือได้ทั้งร้าน หรือจะเป็นหลุยส์วิตตองที่อยู่ขวามือได้สองสามร้านสบายๆ ดังนั้นเขาจะเดินเข้าภัตตาคารในโรงแรมไหนเพื่อเหมาข้าวเที่ยงเลี้ยงคนทั้งร้านก็คงไม่มีใครขัดข้อง แต่เทียบกับการที่ทำให้ยูริเอลและจินซุยโซรู้ที่อยู่ของเขาจากการรูดการ์ดคงไม่คุ้มเท่าไร

“ทำไมต้องให้มาทำข่าวในย่านแพงๆ แบบนี้ด้วยนะ คนแถวนี้เขาไม่กินแมคโดนัลด์กันบ้างรึไง”

“บ่นอะไรครับแดเนียล”

เสียงหวานๆ ดังขึ้นเบื้องหลังปลุกเจ้าของนามขึ้นจากวังวนความหิวโหย

เด็กหนุ่มหันควับไปสบดวงตาสีคาราเมลน่าเอ็นดูก็ถึงกับอ้าปากเหวอ

“ไมเคิล”

“ครับ ผมเอง”

เด็กหนุ่มอิตาเลียนใบหน้างามราวกับเทพบุตรอีรอสฉุดสายตาของคนรอบข้างไว้ได้ราวกับล่ามด้วยโซ่ แดเนียลสังเกตว่าดวงตาของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาหยุดอยู่ที่ดวงหน้าของไมเคิลอย่างเอ็นดู ในระหว่างที่มองผ่านเขาไปราวกับอากาศ

“แดเนียลมาทำอะไรแถวนี้ครับ”

เสียงหวานเอ่ยขึ้นจากริมฝีปากระบายรอยยิ้ม

“เอ่อ...ฉันมาทำสกู้ปน่ะ กำลังจะกลับแล้ว”

“ถ้าเสร็จงานแล้วไปหาอะไรกินกันหน่อยไหมครับ ผมเลี้ยงเอง”

ไมเคิลเชิญชวนแต่อีกฝ่ายก็ปฏิเสธอย่างสุภาพ

“ขอบคุณนะไมเคิล แต่ฉันว่าจะไปหาอะไรง่ายๆ กินดีกว่า”

“งั้นแค่น้ำชาก็ได้ นะครับแดเนียล ผมก็หิวแต่ไม่กล้าไปกินคนเดียว นะครับ”

ท่าทางตื๊อไม่ลดละอย่างน่ารักทำให้ใจอ่อนจนได้ เมื่ออีกฝ่ายรับคำ ไมเคิลจึงเดินนำไปพร้อมกับควงแขนอีกฝ่ายอย่างน่ารัก

“ไมเคิลมาทำธุระแถวนี้เหรอ”

แดเนียลถามแก้เขิน

“คุณพี่บินมานิวยอร์คน่ะครับ พักอยู่ที่โรงแรมแฟร์มองต์เอมเพรส ผมแวะไปทักทายเมื่อวานถึงได้ทราบว่าโรงแรมนี้มีชาที่อร่อยมาก วันนี้คิดว่าจะไปอีกรอบ โชคดีที่เจอแดเนียลเพราะถ้าต้องไปคนเดียวสองวันติดกันผมคงเขินแย่”

เด็กหนุ่มยิ้มน่าเอ็นดูและรีบดึงแขนอีกฝ่ายไปยังทีรูมขึ้นชื่อของโรงแรมหรูระยับ

แม้จะไม่ค่อยอยากเป็นหนี้ใครเท่าใดนัก แต่แดเนียลก็คิดว่ายอมให้เลี้ยงชาแก้วเดียวก็คงไม่ขัดต่อจริตตัวเองเท่าไร

“ชา...แก้วเดียว...”

แดเนียลอ้าปากค้าง

เมื่อสิบนาทีที่แล้วตอนเขาก้าวขาเข้ามาในทีรูมก็รู้สึกตะหงิดใจอยู่หน่อยแล้วว่าน้ำชาเขาต้องกินตอนบ่ายไม่ใช่หรอกเหรอ แต่ในยามเที่ยงที่ควรจะกินอาหารหนัก น้ำชาจะไปพอยาใส้อะไร

“ชาแก้วเดียวไม่หายหิวหรอกครับแดเนียล มันต้องขนาดนี้สิ”

ไมเคิลมองผ่านจานสามชั้นที่ประดับด้วยแซนด์วิชและขนมสำหรับน้ำชามากมาย บนโต๊ะเต็มไปด้วยถ้วยชามสีจัดจ้าน ขนม ชุดน้ำชา และบรรดาถ้วยนม โถน้ำตาล มากมายเสียราวกับเป็นโต๊ะอาหารมื้อราชาขนาดย่อมๆ มือเล็กเอื้อมหยิบคีมสีเงินคีบแซนด์วิชสโมคแซลมอนกับครีมชีสให้อีกฝ่ายก่อนคีบแซนด์วิชแฮมซอฟท์ชีสกับมะเขือเทศสดมาวางบนจานของตัวเอง

“ชุด รอยัลที มื้อกลางวันของแฟร์มองต์มีแซนด์วิชที่ใช้ชีส แฮม และแซลมอนชั้นดีจากน่านน้ำในยุโรปเลยครับ กระทั่งเทอร์รีนก็ยังเนื้อเนียน”

ไมเคิลทำท่าจะคีบเทอร์รีนตับบดจากชั้นที่สองของจานสามชั้นให้แต่แดเนียลก็รีบห้ามไว้ก่อนเพราะเกรงว่าจะล้นจาน

“เอ่อ...ท่าทางจะอิ่มดีนะ”

แดเนียลเปรย เขาเคี้ยวแซนด์วิชตุ้ยๆ ก่อนคว้าคีมเงินหยิบแซนด์วิชสลัดไข่กับแตงกวาที่จานชั้นล่างสุดมาเสียก่อนเพราะดูท่าทางจะราคาย่อมเยาว์ ของแพงๆ เห็นแล้วมันกลืนไม่ลง

ท่าทางซอมซ่อและละเลียดกินของถูกของแดเนียลทำให้อีรอสน้อยอิ่มใจยิ่งนัก เขารึอยากจะให้ประชากรทั้งร้านหันมามองความแตกต่างของพระราชวังกับสลัมสองคนบนโต๊ะนี้เสียจริง แดเนียลก็ควรจะรู้เสียบ้างว่าคำว่าเจียมตัวสะกดอย่างไร คิดอาจเอื้อมรักคุณอากีเร่อย่างนั้นหรือ...อยากจะหัวเราะให้ลั่น กินแต่แซนด์วิชสลัดไข่กับแตงกว่าไปชั่วชีวิตนั่นแหละ

ระหว่างที่เด็กหนุ่มผมทองกำลังเคี้ยวแซนด์วิชสลัดไข่กับแตงกวาอยู่ตุ้ยๆ ไมเคิลก็กรีดนิ้วหยิบแก้วชาขึ้นมาแตะปากก่อนจะสังหารในยกถัดไป

“แดเนียลครับ ช่วยหยิบซูเฟล่ให้ผมหน่อยสิครับ พอดีมือไม่ว่าง”

ดวงตาสีคาราเมลโตจ้องผ่านสองมือที่ประคองถ้วยชาอย่างออดอ้อน แต่ในใจกระหยิ่มยิ้มย่องเหลือเกินว่ารู้จักไหมล่ะ ซูเฟล่น่ะ

“เอ่อ...ซ...ซูเฟล่ หมายถึงเค้กเหรอครับ”

แดเนียลมองหาเลิ่กลั่กแต่ก็ไม่เห็นว่ามีเค้กประดับบนจานสามชั้นสักชิ้น

“ไม่ใช่ครับ เรายังกินของคาวกันอยู่เลย ซูเฟล่คืออันนั้นไงครับ ทำจากแกลลีเบกเกอร์ชีส ราดด้วยซอสเวโลเต้หัวหอม”

ไมเคิลร่ายภาษายากๆ ยาวเหยียดจนแดเนียลตาลาย เขายิ่งตาลีตาลานไม่รู้จะหยิบชิ้นไหนดีก็ยิ่งดูน่าขบขันในสายตาของอีรอสตัวน้อยเหลือเกิน

“เอาเถอะครับ ถ้าแดเนียลไม่รู้จักก็ไม่เป็นไร มันเป็นอาหารในวังของยุโรปล่ะนะ”

“โทษที งั้นเอาเทอร์รีนแทนไหม อันนี้ฉันรู้จัก”

แดเนียลยิ้มแหยก่อนส่องปลายคีมเงินไปยังแผ่นเทอร์รีนตับบดประดับด้วยเยลลี่สีน้ำตาลลูกเต๋าเล็กๆ

“งั้นรบกวนด้วยครับ”

ไมเคิลเสียงเล็กเสียงน้อย ฝ่ายที่เตรียมคีบถึงกับยิ้มอย่างโล่งใจ

“ผมขอแอสปิคด้วยนะครับ”

“อ...แอสปิค?

คนที่กำลังคีบขึ้นเสียงสูงอย่างแปลกใจ

แอสปิคอะไรวะเนี่ย! แอสปารากัส (หน่อไม้ฝรั่ง) รึเปล่า! แต่ก็ไม่มีหน่อไม้ฝรั่งนี่นา!

...แดเนียลคิดในใจ

“ตายล่ะ! ขอโทษครับแดเนียล ผมลืมไปว่าคงไม่รู้จักเหมือนกัน มันคือเยลลี่สีน้ำตาลนั่นแหละครับ ทำจากน้ำสต็อกกับบัลซีมิควิเนการ์ เอาไว้ลดเลี่ยนเวลากินเทอร์รีน”

แดเนียลชักประสาทเสีย ทำไมมันต้องมีชื่อบ้าชื่อบอเฉพาะตัวแบบนี้ด้วยนะ เรียกเยลลี่น้ำซุปหรืออะไรก็ว่าไปสิ เมื่อหยิบให้เสร็จก็กลับมาดื่มชาแต่รู้สึกว่าความหงุดหงิดทำให้เขาชักจะไม่รู้รสเท่าไรเสียแล้ว

ดวงตาสีคาราเมลใสมองดูใบหน้ายุ่งๆ ของแดเนียลอย่างสบายใจ เขายังอยากจะเหยียบซ้ำอีกซักครั้งสองครั้งให้หนำใจแกล้มรอยัลทีมื้อนี้อีกสักหน่อย

“เมื่อก่อนรอยัลทีของที่นี่ใช้ชุดน้ำชารุ่นแฮดดอนฮอลล์ของมินตันล่ะครับ”

ได้ยินชื่อมินตัน แดเนียลถึงกับหูกระดิก เขารู้จักยี่ห้อนี้เนื่องจากมิสึคิสะสมไว้เต็มบ้าน ใบหน้าเลี่ยนเมื่อครู่จึงค่อยยิ้มออกขึ้นมาหน่อย

“เหรอครับ แต่ตอนนี้...ไม่ใช่มินตันแล้วนี่นา”

แดเนียลดูถ้วยในมือแล้วเห็นว่าไม่ใช่มินตันชัวร์

“ใช่ครับ ถึงแฮดดอนฮอลล์จะเก่าสักหน่อยแต่ก็คลาสสิค ดูมีอารมณ์ของญี่ปุ่นอยู่ด้วย ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเวดจ์วู้ดเสียแล้ว รุ่นบัตเตอร์ฟลายบลูมเนี่ย ถึงให้กลิ่นอายแบบถ้วยอิมาริของญี่ปุ่นแต่ผมว่ามันฉูดฉาดไปหน่อยนะครับ สไตล์แบบฮาเลควินน่ะครับ แดเนียลรู้จักไหม”

คำศัพท์ไฮโซที่ไม่คุ้นหูผ่านมาอีกเป็นกระบุงจนเด็กหนุ่มผมบลอนด์เริ่มไม่รู้รสรู้กลิ่นอาหารเสียแล้ว เขาก็พอรู้จักเวดจ์วู้ดอยู่บ้าง แต่ไอ้รุ่นบัตเตอร์ฟลายอะไรนี่ไม่เคยเคยรู้จัก ท่าทางจะรุ่นใหม่ ที่บ้านมิสึคิเขาเคยเห็นแค่รุ่นไวลด์สตรอเบอร์รี่กับอินเดียเท่านั้นเอง

ท่าทางเมาของแพงของแดเนียลสร้างความรื่นรมย์ให้ไมเคิลจนเขาซ่อนรอยยิ้มไม่อยู่

“อย่าเพิ่งอิ่มสิครับแดเนียล แครนเบอร์รี่สโคนของที่นี่ขึ้นชื่อมากนะครับ”

“เอ่อ...ครับไมเคิล สโคน”

...อันนี้พอจะรู้จัก

แดเนียลจัดการคีบสโคนจากชั้นบนสุดของจานขนมมาวางในจานของตนเอง บรรจงปาดครึ่งด้วยมีดเงินก่อนหยิบช้อนเงินอันเล็กตักคล็อตครีมและแยมวางลงบนเนื้อขนม

“ธรรมเนียมดั้งเดิมต้องทาครีมกับแยมที่ ชิ้นล่างก่อนนะครับ”

ไมเคิลเปรยจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือก

ดวงตาสีฟ้าที่เริ่มหม่นมองดูคล็อตครีมและแยมที่โหมทาลงไปบนสโคนหลังจากผ่าทั้งชิ้นบนและชิ้นล่าง เขาเงยหน้ามายิ้มเล็กน้อยก่อนก้มลงไปบรรจงเอาช้อนเงินปาดครีมและแยมจากชิ้นบนไปไว้ที่ชิ้นล่างก่อนยกขึ้นกินคำโตอย่างรวดเร็วให้หมดธุระไปเสียที

“อืม...อร่อยเนอะ”

แดเนียลชมทั้งที่ขนมยังอยู่ในปากตุ้ยๆ

มันคงจะอร่อยยิ่งกว่านี้ถ้าไม่ต้องเรื่องมากนั่งเสียเวลาคิดว่าจะทาครีมกับแยมที่ชิ้นบนหรือชิ้นล่างก่อน

ไมเคิลอิ่มทั้งกายและใจเหลือเกิน ทั้งรอยัลทีแสนอร่อยและใบหน้าลำบากใจของแดเนียลทำให้เขารู้สึกอิ่มไปอีกสามวัน ช่างเป็นมื้อกลางวันที่วิเศษอะไรขนาดนี้

แดเนียลหันไปทางถ้วยนมสำหรับเติมชาและกำลังจะคว้ามาเติม ได้จังหวะเหมาะเหลือเกินที่จะให้อีรอสตัวน้อยเงื้อคมศรขึ้นปักเสียให้สิ้น

“ชา 1001 อาราเบียนไนท์ก็เยี่ยมเลยใช่ไหมครับแดเนียล”

“เอ่อ...ช...ใช่ครับ”

“กลิ่นหวานเหมือนกุหลาบขนาดนี้ ใส่นมคงเสียรสแย่”

มือที่คว้าถ้วยนมชะงักกึก

เด็กหนุ่มผมทองรู้สึกว่าเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก เขาตั้งสติก่อนวางถ้วยนมลงและหันกลับมาหยิบถ้วยชาสีจัดจ้านซึ่งมีน้ำชาสีเหลืองอำพันขึ้นยกซดอย่างสงบเสงี่ยม

เขาชนะแล้ว!

ไมเคิลกู่ร้องในใจ!

เป็นยังไงล่ะแดเนียล!

รู้เสียบ้างว่าไพร่สถุลกระฎุมพีทั้งหลายก็ควรจะไปอยู่ในรูของตัวเองเงียบๆ อย่าคิดเผยอขึ้นมาชูคอนั่งเชิดหน้ากับคนชาติตระกูลสูงอย่างเขา! คนอย่างเขาต่างหากที่เหมาะสมกับชายผู้เป็นดั่งเจ้านรกอย่างคุณอากีเร่!ไม่ใช่คนกระจอกอย่างคุณ!

“อืม...ชา 1001 อาราเบียนไนท์กินแบบไม่ใส่นมแล้วดีกว่าจริงด้วยสิ”

ฝ่ายที่ได้อายไปเมื่อครู่ยิ้มกว้างหลังละริมฝีปากออกมาจากถ้วยชา ดวงตาสีฟ้าใสสบตาอีรอสหนุ่มด้วยแววตาสนุกอย่างน่ารัก สักพักจึงฉาบประกายนิ่งราวกับลมหยุดไหว

“ไมเคิลตั้งใจสั่งชา 1001 อาราเบียนไนท์มาดื่มกับฉันเหรอ”

แดเนียลถาม ซึ่งอีกฝ่ายก็คาดเดาไม่ถูกว่าถามเพื่ออะไร

“ช...ใช่ครับ ทำไมเหรอครับแดเนียล”

“น่าดีใจน่ะสิ ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนดื่มชาด้วยกันเท่าไร หรือถ้าดื่มก็เจอแต่ชาดำแบบพื้นๆ ทั่วไป แต่ 1001 อาราเบียนไนท์เป็นชาผสมพิเศษที่หาได้ไม่บ่อยนัก กลิ่นกุหลาบเปอร์เซียนในชามีเสน่ห์มาก จินเจอร์กับพิสตาจิโอก็กลมกล่อม”

ท่าทางรู้จักชาไฮโซดีแบบนี้ทำให้ไมเคิลชักหวั่นใจ

ดวงตาสีคาราเมลจ้องมองใบหน้าของแดเนียลจึงเพิ่งสังเกตได้ว่าถ้าไม่ทำหน้าตลกๆ แล้ว แดเนียลถือว่าหน้าตาดีจนน่าดึงดูดเลยทีเดียว พอนั่งหลังตรงชูคอหน้าเชิดจิบชาอย่างผู้ดี ท่วงท่าสง่างามกลับดึงดูดสายตาของคนรอบข้างให้หันมามองราวกับเป็นประติมากรรมสูงค่าห่อด้วยชุดซอมซ่อ

“รู้ไหมไมเคิลว่าชา 1001 อาราเบียนไนท์มีรสชาติเหมือนอะไร”

คำถามจากแดเนียลยิ่งทำให้อีรอสตัวน้อยตระหนก เด็กหนุ่มผมหยักศกสีน้ำตาลหันซ้ายหันขวาอย่างประหม่า คำถามนี้ไม่มีอยู่ในโพยที่เขาสอบถามบริกรในทีรูมเมื่อวาน ใบหน้าดั่งเทวดาตัวน้อยจึงกระเง้ากระงอดและสะบัดหน้าไม่รู้อย่างเง้างอน

“ผมไม่ทราบครับ”

“อ้าว...อย่างนั้นหรอกเหรอ นึกว่าไมเคิลรู้เสียอีกเลยตั้งใจสั่งมาดื่มกับฉัน”

อีรอสตัวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย

“แล้วตกลงรสเหมือนอะไรล่ะครับแดเนียล”

ไมเคิลถามเสียงเซ็งๆ ถ้าตอบมาว่าเหมือนน้ำชา เหมือนน้ำกุหลาบ หรืออะไรทำนองนี้ล่ะก็ เขาจะโวยให้บ้านแตกเชียว

“ชา 1001 อาราเบียนไนท์รสเหมือน จูบจากคนรักใหม่น่ะสิ”

“จ...จูบ..จากคนรัก...ใหม่?

ไมเคิลทวนแบบไม่เชื่อหู ต้องคนรักใหม่ด้วยเหรอ?

“ใช่ เพราะแค่กลิ่นแตะจมูก เราก็รู้สึกมึนงงจากกลิ่นกุหลาบเปอร์เซียนที่หวานและทรงพลังเหมือนกับกำลังลุ่มหลงเสียจนขาดสติ พอได้จิบ ความมึนงงตอนแรกกลับหายเป็นปลิดทิ้ง กลายเป็นดื่มด่ำกับรสชาละมุนเหมือนคนตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น กว่าจะรู้ตัวก็กระดกแก้วจนแห้งเหือดไปหมดแล้ว สุดท้ายแม้จะลิ้มรสจนหนำใจ แต่กลิ่นที่เหลือค้างในแก้วก็ยังรัญจวนจนอยากจะเทดื่มอีกเป็นแก้วสอง”

แดเนียลอธิบายจนเห็นภาพ เด็กหนุ่มที่นั่งฟังถึงกับแก้มแดงเรื่ออย่างเขินอาย น่ารักเสียจนอีกฝ่ายรู้สึกอย่างแกล้งขึ้นมาตะหงิดในใจ มือใหญ่จึงเอื้อมผ่านโต๊ะไปจับมือเล็กของไมเคิลไว้มั่นก่อนส่งสายตาสีฟ้าสดและรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ไปอย่างจงใจ

“นึกว่าไมเคิลเบื่ออากีเร่แล้วอยากได้ จูบจากคนรักใหม่ก็เลยสั่งชานี้มาดื่มกับฉันเสียอีก”

“ม...ไม่ใช่! ไม่ใช่นะ!

ไมเคิลปฏิเสธด้วยแก้มแดงเรื่อ

แดเนียลขยับกายเข้าไปใกล้จนฝ่ายที่เขินอายถอยหนีแต่กลับถูกกระชากมือให้เข้ามาแนบชิดอีกครั้ง

“น่ารักจริงๆ ไมเคิล เราไปหาที่คุยเงียบๆ กันต่อไหม”

“ไม่เอา! ม...ไม่นะแดเนียล!

“ชู่ววว...คนหันมามองใหญ่แล้ว”

เสียงกระซิบปราม ไมเคิลจึงเพิ่งสังเกตว่าเขาเสียงดังจนคนในร้านหันมามองเป็นตาเดียว น่าอับอายเสียจนไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ยิ่งเขินอายกระสับกระส่ายก็ยิ่งน่าเอ็นดู...แดเนียลคิดในใจ

เขาพอจะรู้แล้วว่าทำไมอากีเร่จึงยอมให้ไมเคิลอยู่ใกล้ๆ น่ารักเหมือนนกตัวน้อยๆ ชวนให้อยากแปลงกายเป็นเสื้อร้ายเข้าไปขย้ำเสียจริง

“ด...แดเนียลเมาชาเหรอครับ ทำไมดูเหมือนเป็นคนละคน”

“เพราะอยากจูบเธอมั้ง”

บางอย่างในหัวไมเคิลระเบิดบึ้ม!

ใบหน้างามและดวงตาสีฟ้าเข้มเคลื่อนคล้อยเข้ามาจนไมเคิลอยากจะกรี๊ดให้ลั่น!

อีรอสหนุ่มลุกพรวดหยิบเงินฟ่อนใหญ่วางบนโต๊ะและวิ่งเตลิดหนีไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันทีอีกฝ่ายจะได้ปล้นริมฝีปากได้สำเร็จ แต่ท่าทางเงอะงะของไมเคิลก็ดูเหมือนจะทำให้แดเนียลโหมดเจ้าเสน่ห์กลับมาเป็นเวอร์ชั่นปกติหลังจากแอบขบขันไปพอประมาณ

เด็กหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้และหยิบแชมเปญพรายฟองใสในแก้วทรงสูงขึ้นมาจิบปิดท้ายรอยัลทีมื้ออร่อยด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ

“เออนะ...คนน่ารักเขาเป็นกันแบบนี้นี่เอง”

แดเนียลเอ่ยชม เขาหันไปเรียกบริกรมาคิดเงินก่อนจะรู้สึกตัวว่าโทรศัพท์สั่นขึ้นมาและมีเสียงเตือนข้อความเข้า

“ใครส่งข้อความมาเนี่ย บ.ก.หมีป่าจอมโหดอีกรึเปล่า”

เด็กหนุ่มยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วดวงตาหรี่ปรือเมื่อครู่ก็เบิกโพลงอย่างแปลกใจ

“วันเกิดปีนี้จะเอาอะไร...เอ๋?

ข้อความจากอากีเร่ทำให้เด็กหนุ่มแปลกใจอยู่พอสมควร

เขานั่งทบทวนอยู่ครู่หนึ่งก่อนยกนาฬิกาดิจิตัลเก่าคร่ำที่ข้อมือขึ้นมาดู

“วันที่ 3 เดือน 3 อ้าว...วันเกิดเรานี่นา”

แดเนียลทำตาปริบๆ

ดวงตาสีฟ้าใสมองลอยไปยังโคมคริสตัลระย้ากลางร้านอย่างครุ่นคิดอีกพักหนึ่ง เขายื่นเงินให้บริกรแล้วก็นั่งคิดต่ออีกยกสองยก จึงตัดสินใจกดข้อความกลับไปหาบุรุษที่ส่งมาด้วยผิวแก้มร้อนระเรื่อ

“อยากดื่มชา 1001 อาราเบียนไนท์ครับ”

เด็กหนุ่มอมยิ้ม

0                      0                      0                      0                      0                      0                      0

สวัสดีค่า ^_^

 

แฮปปี้เบิร์ธเดย์แดเนียลนะคะ ขอให้ได้เจออากีเร่เร็วๆ ค่า แหม...ไม่ได้เขียนตอนพิเศษอย่างนี้มานานโขเลยค่ะ (ตอนปกติก็ไม่ได้เขียน) แต่เมื่อวันที่ 10 เดือน 10 ที่ผ่านมาเขียนดาร์คไซด์ ชาโตว์รอยซี่ให้อากีเร่ไปแล้ว วันนี้เลยต้องเขียนตอนพิเศษให้หนูเนียลบ้างค่ะ

 

จู่ๆ มาเขียนเรื่องน่ารักบนโต๊ะน้ำชาได้ยังไงเนี่ย เรื่องของเรื่องก็คือ Blueฯ เป็นคนชอบถ้วยชาและเซรามิคค่ะ แล้วเดือนสองเดือนหลังมานี่เกิดชอบกินสโคนขึ้นมาก็เลยลองตระเวนกินน้ำชาจากหลายๆ ร้านดูค่ะ มีตั้งแต่แพ๊งแพงแต่ไม่อร่อย ไปจนถึงแพ๊งแพงแต่อร่อยเลยค่ะ (ทำไมขนมพรรณนี้มันไม่มีแบบถูกๆ มั่ง) สโคนที่ถูกและหาง่ายเห็นจะเป็นของสตาร์บัคส์นี่ล่ะค่ะ (ชิ้นละ 35 บาท) แต่ที่ชอบเป็นพิเศษคือสโคนของ Peony tea room เซ็ต 2 ชิ้นกับชาสำหรับ 2 คนแค่ 150 บาทค่ะ ร้านนี้อร่อยและคุ้มสุดแล้ว (แต่ไกลบ้าน อยู่ที่ the circle นู่นแน่ะค่ะ) ชาเขาอร่อยมั่กๆ จนกะว่าครั้งหน้าจะไปซื้อใบชาร้านเขามาเก็บไว้ซักหน่อย ส่วนร้านที่ใกล้บ้าน ffman มาหน่อยคือ portobello & desire ตรงเกษตรนวมินทร์ ขายเป็นเซ็ต 3 ชิ้น 195 บาท จัดว่าแพงแต่ก็ชิ้นโตเลยค่ะ ร้านนี้ชาไม่ค่อยน่าประทับใจ วันนี้เลยไปซื้อสโคนกลับบ้านมาชงน้ำชากินแกล้มเอง มีความสุขจนเขียนเรื่องนี้ออกมาล่ะค่า

 

ชา 1001 อาราเบียนไนท์ เป็นเบลนด์ชาที่กลิ่น exotic มากเลยค่ะ มันมีกลีบกุหลาบอยู่ด้วย โรแมนติคเวอร์ๆ ค่ะ

 

ชาดีถ้าดื่มในเซรามิคชั้นเยี่ยมจะทำให้อร่อยขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ไมเคิลพูดถึง Minton Haddon Hall ถ้าใครได้อ่าน Sweetฯ ตอนท้ายๆ คงพอจำได้ว่าอิซาคเห็นบรรดาเซรามิคแพงๆ ในบ้านกิลแล้วก็เดาว่าคือ “มินตัน” เพราะเคยได้ยินชื่อมาจากแดเนียล และแดเนียลเองก็รู้จักมินตันเพราะมิสึคิชอบค่ะ เป็นเซรามิคอังกฤษที่มีลายเถาดอกไม้กลิ่นอายญี่ปุ่นมากเลยค่ะ Blueฯ ก็ชอบมาก อยากหาซื้อไว้ซักใบแต่ยังไม่มีบุญซักที ส่วน Wedgwood ซึ่งเป็นชุดน้ำชาที่ไมเคิลกับแดเนียลใช้เป็นคอลเลคชั่น “บัตเตอร์ฟลายบลูม” หรือผีเสื้อกับดอกไม้ค่ะ อยู่ในคอลเลคชั่น Harlequin อีกทีซึ่งเน้นสีสันสวยงามจัดจ้าน กินไปแสบตาไปค่ะ
Blueฯ อยากได้ใจจะขาดแต่ทำใจกับภาษีนำเข้าไม่ได้ซักที แค่ราคาก็อ่วมอยู่แล้ว กาชา 4 พัน ถ้วย 2 พัน จานใบละพัน บวกค่าส่งกับภาษีไปอีกก็เป็นลมค่ะ ดังนั้นจึงได้แต่จ้องมองมันแล้วเช็ดน้ำลายไปเรื่อยๆ ตอนนี้เลยต้องดื่มชาจากถ้วยใบเดิมคือเวดจ์วู้ด sunflower หรือดอกทานตะวันนี่ล่ะค่ะ ถ้วยและกาอีกมากมายในบ้านส่วนใหญ่เข้าตู้โชว์ค่ะ ไม่กล้าเอามาใช้...มันแพง (ซะงั้น)

 

ขอบคุณที่ติดตามผลงานเสมอนะคะ หวังว่าโอกาสหน้าคงได้กลับมาเขียนอีกค่ะ ถ้าเขียนเรื่องยาวไม่ได้ก็ขอตอดเรื่องสั้นแบบนี้ไปก่อนนะคะ พบกันใหม่งานหน้าค่า ^_^