เมื่อนั้น พระยามังกรกัณฐ์วัยหนุ่มใจหาญได้พิจารณาราชคดีเสร็จกิจก็ผ่อนลมหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย องค์เอ่ยโองการเลิกประชุมเสนาแห่งเมืองโรมคัลกลางพระราชวังวิจิตรซึ่งประดับไปด้วยผนังเดินน้ำทองวาดเป็นลวดลายพญานาคลอดไล้ขดตัวรอบเสาดังเช่นที่ปรากฏบนมงกุฎยอดนาคขององค์ ราชบัลลังก์สูงสง่าเป็นหยกขาวสลักลายมังกรสิบแปดตัวเลื้อยลัดสู่เวหางามวิจิตรราวกับจะเหาะเหินพาผู้ประทับให้ลอยสูงไปยังสวรรค์ชั้นโสฬส

          บุรุษสูงสง่าท่าทีห้าวหาญชาตินักรบย่างลงจากราชบัลลังก์หยกขาวอย่างเชื่องช้า ผิวกายแน่นหนักด้วยกล้ามเนื้ออาบแสงอาทิตย์เป็นสีเขียวสง่าดั่งพงศ์พญายักษี ใบหน้าอ่อนเยาว์จนหน้าฉงนพาให้โยธายักษาและนางกำนัลยักขินีที่มิเคยได้ประสบองค์อาจจะแปลกใจ ด้วยว่ารูปกายใบหน้าหล่อคมเทียบได้กับมนุษย์ราวอายุ 16-17 ปีเท่านั้น หนุ่มแน่นและฉกาจฉกรรจ์ห้าวหาญสมดังเคยธำรงตำแหน่งนายทัพใหญ่แห่งโรมคัลเมื่อครั้งยังเป็นยุพราช หากไม่ใช่เพราะองค์เหนือหัวพระบิดาสิ้นพระชนม์ชีพจากคันศรของพระรามก่อนเพลาควร องค์ก็คงยังเที่ยวเล่นเป็นหนุ่มเจ้าสำราญต่อไปเช่นเดิม ไม่จำต้องขึ้นครองราชย์และประกาศราชกิจแสนน่าเบื่อหน่ายเช่นนี้

          ดวงตาจระเข้เรียวเชิดดั่งพญามังกรปรายมองขั้นบันไดเพื่อดำเนินลงอย่างองอาจโดยไม่แม้แต่จะก้มใบหน้ามองให้เสียกิริยาน่าเกรงขาม ใจจริงเขาอยากจะนั่งผ่อนลมหายใจบนบัลลังก์ต่ออีกสักหน่อยด้วยว่าราชกิจนั่งแท่นเป็นงานที่น่าเบื่อเหลือเกินสำหรับอดีตหนุ่มเจ้าสำราญอย่างเขา ทว่าหากยังนั่งต่อเหล่าเสนาก็ไม่อาจลุกเดินออกจากท้องพระโรงได้ องค์จึงยันกายดำเนินไปพักที่ห้องรับรองด้านหลังบัลลังก์เมื่อสิ้นคดีตามปกติ

          “พ...พระอาญาไม่พ้นเกล้าท่านมังกรกัณฐ์”

          ต้นห้องพญายักษ์คนสนิทยืนอยู่หน้าบานทวารด้วยใบหน้าซีดเผือด เขาเปิดประตูออกด้วยมือสั่นเทาเพื่อให้สายเนตรประหลาดใจของมังกรกัณฐ์ได้พิศเข้าไปภายในเสียก่อน ร่างที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้องค์ราชาตกใจจนสติแทบไม่สมปฤดี

          “พระปิตุลากุมภกรรณ!

          “ขอโทษที่มา