เรื่องสั้นร้านกาแฟ 19: Grappa

posted on 14 Nov 2015 18:47 by ffmanblue in Short

          จิโน่สอดส่ายสายตาไปทางซ้ายอย่างเชื่องช้าก่อนกวาดสายตาไปทางขวาจนสุดระยะที่คอหันได้ เขามองหาเซซาเร่รวมถึงบอดี้การ์ดคนอื่นซึ่งมักประจำการอยู่ในห้องไม่ห่างไปนัก น่าแปลกที่วันนี้ไม่มีใครอยู่เลยสักคน กลางห้องพักใหญ่โตในโรงแรมที่เปรียบดั่งป้อมปราการกลางนิวยอร์กมีเพียงเขาและดอนเบนิโตที่กำลังลองแพทเทิร์นเสื้อสูทซึ่งเป็นผ้าตัวอย่างตัดตามขนาดที่วัดได้และเย็บเป็นชุด ใช้ลองเบื้องต้นเพื่อเก็บรายละเอียด

          “เก็บปลายแขนประมาณนี้ดีกว่าจิโน่”

          บุรุษสูงใหญ่หันไปเอ่ยด้วยเสียงนุ่มเย็น ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลายังคงประดับรอยยิ้มยั่วยวนอย่างมั่นใจดั่งเพลย์บอยเช่นเดิม แม้ด้านในเสื้อแพทเทิร์นจะมีเสื้อเชิ้ตกับเวสต์สวมอยู่แต่แนวกล้ามเนื้อแน่นก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอกสูทเนื่องจากโครงร่างสูงใหญ่สง่างาม

          จิโน่ถือคลิปหนีบกระดาษเตรียมไปกลัดบอกระยะปลายแขนเสื้อด้วยมือสั่นเทา หากเป็นสมัยก่อนที่ยังใช้เข็มหมุดกลัด เขาคงเผลอสั่นจนจิ้มมือดอนเลือดออกไปหลายแผลแน่

          “แบบนี้พอดีไหมครับ”

          “อืม”

          เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มและผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก เขาย้ายมาคุกเข่าเบื้องหน้าร่างที่ยืนตระหง่านเพื่อช่วยกลัดกระดุมหน้าให้บ้าง ความหลวมเล็กน้อยทำให้รู้สึกแปลกใจ

          “เอ...เอวเสื้อใหญ่ไปนะครับ หรือวันนั้นผมวัดพลาด”

          จิโน่ขยับเสื้อแพทเทิร์นอีกครั้งก็เห็นว่าหลวมไปจริง

          “ฉันคงผอมลงนิดหน่อยน่ะ”

          “อาหารที่อเมริกาไม่ค่อยถูกปากเหรอครับ”

          เด็กหนุ่มที่คุกเข่าเบื้องหน้าเงยขึ้นมองด้วยดวงตาใส ตอนนี้ในหัวเขาคิดแต่เรื่องแพทเทิร์นกับการขยับกระดุมจึงลืมไปว่าเมื่อครู่ตัวสั่นเป็นลูกกวางน้อยเพียงใด

          ดอนเบนิโตคลี่ยิ้มเอ็นดู สาเหตุแท้จริงของน้ำหนักที่ลดลงคือเขาเครียดเรื่องแฟมิลี่ลูเซียที่ยังตกลงผลประโยชน์กันไม่ลงตัวเสียทีมากกว่า เขาเบื่อสงครามระหว่างแก๊งเต็มทีแล้ว ตอนนี้ซีเรียมีผู้อพยพมากมายและแต่ละคนก็พกทองคำมาด้วย เขาต้องการบินไปตุรกีเพื่อไปยังชายแดนซีเรียหาซื้อทองคำราคาถูกเหล่านี้แล้วให้เนโรจัดการเรื่องลูเซียแทนแต่น่าจะยาก ลูกชายของเขาใจดีเกินไป ส่วนลูกชายลูเซียก็ใจร้อนเกินไป หากเขาไม่จัดการเองมีหวังเนโรโดนลูเซียยิงตายเอาง่ายๆ

          จิโน่ถอดหมุดกระดุมที่กลัดไว้บอกตำแหน่งออกและขยับเลื่อนไปปักเข็มไกลกว่าตำแหน่งปกติเล็กน้อยเพื่อกระชับเอวให้พอดีมากขึ้น ลองกลัดดูแล้วก็พอดีสวยงาม

          “ฉันว่าไม่ต้องเลื่อนกระดุมหรอกจิโน่ ถ้าได้กินอะไรอร่อยๆ เดี๋ยวน้ำหนักก็คงเท่าเดิม”

          “อะไรอร่อยๆ ที่ว่านี่คือ...”

          จิโน่ซึ่งพยายามแกะกระดุมหมุดออกตามบัญชาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา เมื่อกลัดลงตำแหน่งเดิมแล้ว ระหว่างที่เตรียมเอาแป้นเซฟหมุดติดเข้าด้านหลังจึงเงยขึ้นมองดอนด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคมกริบราวกับราชสีห์ที่ทอดมองลูกกวางน้อยจากบนกิ่งไม้สูงก็ทำให้จิโน่ได้คำตอบ อาหารอร่อยสำหรับเจ้าแห่งป่าจะมีอะไรดีไปกว่ากวางหน้าซื่อที่หวังจะมารับออร์เดอร์ด้วยใจสุจริตอย่างเขา อารามตกใจจึงเผลอปล่อยมือพาลให้กระดุมหมุดหลุดร่วงลงบนพื้นพรมจนต้องรีบเอื้อมไปคว้า

          “โอ๊ย!

          ความรีบร้อนทำให้จิโน่วาดมือสะเปะสะปะจนกระดุมเข็มหมุดทิ่มนิ้ว

          “เป็นอะไรรึเปล่าจิโน่”

          ดอนเบนิโตรีบคุกเข่าลงไปดูเด็กหนุ่มที่กุมมือแน่น เขาดึงมือของจิโน่ขึ้นมามองดูอย่างพิจารณา โชคดีที่คมหมุดไม่แหลมพอที่จะทะลุผ่านผิวจึงมีเพียงรอยแดงเล็กน้อยที่ปลายนิ้วเท่านั้น

          “แบบนี้เจ้าหญิงนิทราจะหลับหรือเปล่า”

          บุรุษสูงใหญ่แซวด้วยรอยยิ้ม เขาปรายดวงตาจากปลายนิ้วในอุ้งมือขึ้นมองใบหน้าจิโน่ซึ่งตกตะลึงและเขินอายจนแก้มแดงเรื่อ เด็กหนุ่มต้องใช้เวลาหลายวินาทีกว่าที่สมองซึ่งตีกันยุ่งเหยิงจะกลับเข้าที่และประมวลผลได้ว่านิทานเรื่องเจ้าหญิงนิทรามีฉากที่เจ้าหญิงออโรร่าถูกกระสวยปั่นด้ายตำนิ้ว

          “ผมไม่ใช่เจ้าหญิงนิทราแล้วนั่นก็ไม่ใช่กระสวยครับ”

          “แสดงว่าเจ้าหญิงจะหลับได้คงต้องใช้อย่างอื่น”

          เสียงทุ้มของดอนเบนิโตและดวงตาคมกริบที่เชื่อมหวานดั่งน้ำตาลพาให้จิโน่เคลิ้มลอย เขามองเห็นใบหน้าหล่อเหลาลอยเข้ามาอย่างเชื่องช้าจึงเผลอขยับตัวถอยอัตโนมัติ โซฟาหนังนุ่มเบื้องหลังกลับตีปราการให้เด็กหนุ่มสิ้นทางหนี ราชสีห์ร้ายที่คืบคลานมาใกล้ไม่ได้กระโจนขย้ำดังคาด ดอนเบนิโตปิดทางหนีด้วยสองแขนที่ตรึงสมอซ้ายขวาไปที่โซฟาหนังเบื้องหลัง ล้อมกรอบให้ร่างที่นั่งสั่นอยู่เบื้องหน้าอับจนหนทางดิ้นหนี ใบหน้าที่ระบายไรเคราเบาบางโน้มเข้าไปใกล้ซอกคอ สูดกลิ่นหอมของเด็กหนุ่มราวกับผิวนวลที่ลำคอคือผลสตรอเบอรี่สุกหวาน

          ลมหายใจอุ่นที่ซอกคอแทบทำให้จิโน่กลายร่างเป็นหิน กลายเป็นว่าแม้ดอนเบนิโตไม่ได้สัมผัสเขาแม้แต่ปลายเล็บ มีเพียงลมหายใจเท่านั้นที่รวยรินรดผิวกาย กลับยิ่งทำให้หัวใจของเขาสั่นระรัวยิ่งกว่าโดนแตะเนื้อต้องตัวอย่างไม่ทราบเหตุ ใบหน้าหล่อเหลาละจากลำคอระหงไปยังผิวแก้มอย่างเชื่องช้าราวกับสายน้ำอ้อยอิ่ง เพียงกระแสลมหายใจที่โอ้โลมพวงแก้มและริมฝีปาก จิโน่ก็รู้สึกราวกับเขาถูกจุมพิตอย่างวาบหวาม

          ดอนเบนิโตมองดูจิโน่ซึ่งเบี่ยงใบหน้าหนีจนศีรษะหนุนโซฟาต่างหมอน ร่างของเด็กหนุ่มในเขตแดนสองแขนของเขาเบียดเก้าอี้หนังเบื้องหลังจนเด็กหนุ่มแทบจะละลายเป็นเนื้อเดียวกับโซฟา ดูราวกับว่าขอให้ห่างจากเขามากที่สุดแม้เพียงมิลลิเมตรเดียวก็ยังดี ดวงตาคมกริบเห็นเช่นนั้นจึงวาวโรจน์อย่างสนุก มือใหญ่ดึงนิ้วที่ได้รับบาดเจ็บเทียบเท่าขนนกตกใส่ขึ้นมาประทับริมฝีปากราวกับจะช่วยชำระแผลให้ แลบปลายลิ้นไล้เลียนิ้วที่สั่นเทาของจิโน่ก่อนดูดดึงและกลืนกินจนลึกถึงโคน

          ดวงตาคมกริบที่สบมองจิโน่เขม็งแทบทำให้เด็กหนุ่มขาดใจ ปลายลิ้นที่กำลังปรนนิบัตินิ้วของเขา สายตาร้อนแรงที่จับจ้องเขา ล้วนราวกับจะปลุกให้ความร้อนเบื้องล่างลุกชันขึ้นมา ใบหน้าแดงก่ำจากอารมณ์อาบย้อมด้วยความละอาย จนเมื่อดอนเบนิโตยอมปล่อยให้ปลายนิ้วของเขาเป็นอิสระ จิโน่จึงเพิ่งสังเกตว่าลมหายใจเขาหอบรัวจากความเสน่หา

          “อย่าทำหน้าอย่างนั้นจิโน่”

          “ผมทำหน้ายังไงครับ”

          ดอนเบนิโตคลี่ยิ้ม เขาโอบร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนอย่างอ่อนหวาน โน้มลงจุมพิตผิวแก้มเพียงบางเบาก่อนกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

          “เธอทำหน้าเหมือนเจ้าหญิงน้อย ฉันคงต้องกล่อมให้เจ้าหญิงตัวน้อยหลับเสียล่ะมั้ง”

          “อย...อย่าครั...”

          เสียงประท้วงถูกริมฝีปากจากบุรุษเบื้องหน้ากลืนกินหมดสิ้น ริมฝีปากลากผ่านจากผิวแก้มไปประทับจุมพิตหวานซึ้ง ดอนเบนิโตกระชับร่างในอ้อมแขนให้แนบชิดยิ่งขึ้น สองขาของจิโน่ที่โอบอยู่รอบเอวทำให้ดอนอุ้มเด็กหนุ่มขึ้นไปนอนบนโซฟาเบื้องหลังอย่างง่ายดาย ปลายลิ้นสอดลึกทักทายเคลื่อนที่พลิ้วไหวราวกับมีคลื่นน้ำสัมผัสอยู่ในร่าง ดอนเบนิโตไม่ทิ้งกายลงทาบทับแนบชิด เขากลับยันกายเหนือร่างของจิโน่ที่นอนหลับตาแน่น มีเพียงริมฝีปากเท่านั้นที่ประทับอย่างอ่อนหวานไร้ซึ่งการสัมผัสผิวกายปลุกอารมณ์จนราวกับเป็นจูบราตรีสวัสดิ์ให้เจ้าหญิงน้อยจริงๆ

          จิโน่เคลิ้มกับจุมพิตจนแทบสิ้นสติ ความตื่นกลัวในหนแรกถูกความหวานดั่งน้ำตาลโปรยปรายทั่วตัวจนหายสิ้น กลายเป็นเขาเสียเองที่รู้สึกว่าความแนบชิดเฉพาะที่ริมฝีปากน้อยเกินไป สองมือจึงวาดขึ้นสัมผัสแผ่นอกแน่นเบื้องบน สอดปลายนิ้วลอดใต้แพทเทิร์นสูทไปยังเอวบางและวาดขึ้นเกาะกุมหัวไหล่ที่หนักแน่นด้วยแนวกล้ามเนื้อ

          ดอนเบนิโตถอนริมฝีปากออกมากระซิบหยอก เขาแนบใบหน้าจนไรเคราบางเบาเสียดสีกับผิวแก้มของจิโน่ สองแขนยังคงยันร่างเหนือเด็กหนุ่มที่ทอดกายอยู่เบื้องหน้าทั้งที่สองมือของจิโน่ซึ่งสัมผัสต้นแขนแน่นตึงเบื้องบนมีแรงฉุดรั้งราวกับต้องการดึงให้บุรุษสูงใหญ่ดิ่งกายลงไปโอบกอดทาบทับ

          “เธอเชิญชวนแบบนี้ฉันจะห้ามใจตัวเองไม่ไหวนะไดเรกเตอร์”

          จิโน่ซึ่งได้สติจากแรงหยอกผละมือออกมาอย่างเขินอาย เขาหันหน้าเบี่ยงไปทางอื่นแต่กลับสะดุ้งเฮือกและขนลุกซู่เมื่อริมฝีปากของดอนวาดไล้ใบหูอย่างแผ่วเบา จุมพิตดูดดึงและไล้เลียราวกับเป็นลูกกวาดหวาน จนเมื่อเสียงครวญลอดออกมาจากริมฝีปากที่พยายามกัดฟันอย่างอดทน ดอนจึงยอมหยุดและยันกายขึ้นมองด้วยดวงตาคมกริบ

          “เจ้าหญิงน้อยของฉันไม่หลับ คงเหมือนที่ฉันเองก็กำลังตื่น”

          สัมผัสร้อนแข็งเบื้องล่างจากดอนทำให้จิโน่เข้าใจได้กระจ่างว่าอะไรตื่น เขาขยับตัวหนีจากกรงทองซึ่งมีแขนของดอนขนาบข้างอย่างไร้ความหวัง เมื่อพลิกหันใบหน้าหนี บุรุษสูงใหญ่จึงทิ้งกายลงมาโอบกอดเด็กหนุ่มไว้อย่างแนบแน่น แผ่นอกที่แนบสัมผัสราวกับเนยร้อนที่หลอมละลายเข้าหากันเป็นเนื้อเดียว สองแขนแกร่งโอบตรึงร่างของจิโน่ไว้จนเด็กหนุ่มละทิ้งความคิดจะเสือกกายหนีต่อ สองขาแยกออกรับสัมผัสที่แนบชิดอย่างชัดเจนแต่เมื่อรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งและใหญ่โตเปี่ยมอำนาจดั่งราชสีห์จนน่าตะลึง ดวงตาลูกกวางน้อยจึงตื่นผวาจนน้ำตาไหลร่วง

          “ฉันอยากให้วิญญาณของฉันไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ จิโน่”

          เด็กหนุ่มรู้ดีว่าวิญญาณในตัวของดอนหมายถึงน้ำรักนั้นแล จะมีวิธีใดที่ดอนหลั่งรินสายน้ำพิศวาสให้เขาได้ดีไปกว่าแทรกกายเข้ามาและสาดซัดคลื่นน้ำอย่างท่วมท้น เพียงคิดก็ตื่นกลัวจนดวงตาฉ่ำด้วยน้ำตา

          ความร้อนแข็งเบียดสีหนักแน่นขึ้นอีกอย่างสุภาพ ดอนเบนิโตจูบซับน้ำตาของจิโน่ที่ร่วงผล็อยอย่างน่าสงสาร เขาจุมพิตผิวแก้มปลอบประโลม ลากริมฝีปากลงมายังลำคอพลางปลดกระดุมเวสต์ของเด็กหนุ่มและดึงเชิ้ตขึ้นจากกางเกง มือใหญ่วาดเข้าไปสัมผัสแนวกล้ามท้องแน่นเป็นคลื่นของจิโน่อย่างเสน่หา เด็กหนุ่มที่ขืนกายถอยหนีด้วยจริตแสนซื่อยิ่งปลุกอารมณ์ดอนเบนิโตจนกระเจิดกระเจิง เขาอยากฉีกกระชากเสื้อเชิ้ตขาวตรงหน้าออกเหลือเกิน อยากฝังเขี้ยวลงที่ลำคอยาวระหง อยากกลืนกินเนื้อแน่นหวานอร่อยของลูกกวางตัวน้อยให้อิ่มเอม

          “ดอนครับ...”

          เสียงสั่นแสนน่าเวทนากับดวงตาฉ่ำเชื่อมจุดไฟในกายของดอนเบนิโตจนลุกโชน!

          เขาไม่อาจสะกดกลั้นความกระหายในเนื้อหนังมังสาหอมหวานยั่วคมเขี้ยวได้อีกแล้ว แม้ไม่กินจะไม่อดตายแต่จะให้หยุดความกระหายต่อหน้าอาหารโอชะมื้อนี้เห็นทีเขาคงขาดใจก่อนตะวันขึ้นในวันพรุ่งเป็นแน่

          ปลายลิ้นอุ่นชุ่มไล้เลียริมฝีปากดั่งราชสีห์เตรียมชิมรสลูกกวางน้อยเคลือบรสหวานของพรหมจรรย์ดั่งเกล็ดน้ำตาลไอซิ่งขาวละเอียดดั่งปุยฝ้าย

          “เป็นของฉันจิโน่ เธอจะได้ทุกอย่างที่ปรารถนา”

          ดอนเบนิโนกระซิบด้วยเสียงเจืออารมณ์ นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยปรารถนาในเนื้อหนังของใครจนอารมณ์พลุ่งพล่านเช่นนี้ เขาบดริมฝีปากจุมพิตอย่างหนักหน่วงรุนแรง ซ่านเสียวจนแทบกลืนกินทุกลมหายใจของเด็กหนุ่มในอ้อมกอด ร้อนแรงราวกับเหงื่อที่ผุดจากผิวคือเปลวไฟ เขาอยากแทรกกายเข้าไป อยากสาดเทน้ำรักบดฝังเข้าไปในกายให้หนำใจและกินเด็กหนุ่มที่น่าเสน่หาในอ้อมแขนนี้จนไม่เหลือแม้ผมสักเส้น

          จิโน่รู้สึกราวกับตัวเขาถูกกระชากขึ้นสวรรค์ด้วยความเร็วเท่าเครื่องเจ็ตที่ดิ่งสูงขึ้นฟ้า คำที่บอนนี่เคยบอกว่าลีลารักของดอนเบนิโตเผ็ดร้อนไม่เกินความจริงแม้แต่น้อย ขนาดเขาเป็นผู้ชายแท้ๆ ยังไม่อาจห้ามความรุ่มร้อนในตัวที่ถูกปลุกขึ้นได้ ไม่แม้แต่จะสามารถทำใจให้รวบรวมกำลังขัดขืน