เสียงกระดิ่งเงินเหนือบานประตูร้านน้ำชาดังขึ้นหยุดการสนทนาของมิเกโลและบอนนี่ลงชั่วครู่ ชายหนุ่มวางถ้วยชาลงและหันไปปรายมองจึงพบว่าเป็นสหายที่คุ้นเคยนั่นเอง

“อ้าว ไปไงมาไงล่ะจิโน่”

มิเกโลยืนขึ้นทักทาย ฝ่ายจิโน่ซึ่งใบหน้าตื่นเล็กน้อยกวาดดวงตามองไปรอบร้านอย่างร้อนรน เขามองเห็นมิเกโลแต่กลับสอดส่ายสายตาหาคนอื่นอีก จนเมื่อชาร์ลีเปิดบานประตูออกมาจากหลังร้าน ชายหนุ่มจึงดิ่งตรงเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว

“สวัสดีครับจิโน่”

ชาร์ลียิ้มหวานทักทายอย่างสุภาพผิดกับทุกครั้งซึ่งเรียกชายหนุ่มอย่างไม่ใส่ใจว่ากีตอน เหตุเพราะเจ้าของร้านนั่งเฝ้าอยู่ด้วยนั่นเอง ขืนทำอะไรไม่สุภาพออกไปมิเกโลคงตำหนิเขาแน่

“การีโน่!

จิโน่ร้องเรียกราวกับจากกันมาสิบปี เขาตรงเข้าไปกอดเด็กหนุ่มไว้ในอ้อมแขน ซุกใบหน้าตื่นกลัวลงที่เส้นผมสลวยและหลับตาแน่น ชาร์ลีสัมผัสได้ว่าจิโน่ตัวสั่นเทาเหมือนลูกกวางน้อย ใจหนึ่งก็คิดเอ็นดูแต่อีกใจก็รู้สึกขนลุกซู่เหมือนอยากจะเล็มเนื้อชายหนุ่มคนนี้อย่างไม่ทราบสาเหตุ

“เป็นอะไรครับจิโน่”

ชาร์ลีกระซิบเบาๆ ด้วยเสียงอ่อนโยน เด็กหนุ่มลูบหลังอย่างแผ่วเบาจนเมื่อจิโน่รู้สึกสบายใจขึ้นจึงยอมคลายอ้อมกอดออกเพื่อมองดูใบหน้าน่ารักดั่งนางฟ้า

“ผมคิดถึงคุณครับการีโน่”

ดวงตาตระหนกกลายเป็นน่าเอ็นดูในสายตาชาร์ลี เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มน่ารักก่อนวาดมือบางขึ้นสัมผัสผิวแก้มของจิโน่อย่างแผ่วเบา

“จู่ๆ ทำไมคิดถึงผมล่ะครับ เกิดอะไรขึ้น ดื่มชาก่อนไหม”

จิโน่ยิ้มน่ารักด้วยความดีใจ แต่เมื่อเขามองตรงเข้าไปในดวงตาและรอยยิ้มของชาร์ลี รังสีสัตว์กินเนื้ออำมหิตบางอย่างก็แผ่ขยายออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัวพาให้ทั้งตัวเขาเริ่มสั่นเหมือนเดิม

มิเกโลซึ่งยืนมองจากระยะไกลซึ่งก็ไม่ไกลนักเมื่อเทียบกับร้านขนาดเล็กรับรู้ได้ถึงพลังฝ่ายรุกของชาร์ลี เขาเขินจนรู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มนิดหนึ่งก่อนจะคิดว่าเห็นทีต้องช่วยชายแท้อย่างจิโน่เสียก่อน เขาคาดว่าขืนจิโน่อยู่ใกล้ชาร์ลีต่อไปมีหวังโดนจับกินแน่

“มาดื่มชากันเถอะจิโน่”

เจ้าของร้านเรียกด้วยรอยยิ้มเฟรนด์ลี่ตามประสาหนุ่มฝรั่งเศสเสน่ห์แรง เขาผายส