มิเกโลประคองชาร์ลีซึ่งยังสั่นไปทั้งตัวออกจากทางลับเดินตรงไปตามถนนซึ่งมุ่งไปยังสถานีรถไฟ ใบหน้าซีดและดวงตาตื่นๆ ทำให้มิเกโลตัดสินใจหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่งและโอบเด็กหนุ่มไว้แนบอก

“ไม่เป็นอะไรแล้วชาร์ลี”

เสียงนุ่มกระซิบ เขาจุมพิตลงที่เส้นผมและหน้าผากอย่างถนอมก่อนโอบอ้อมแขนให้กระชับขึ้น

เด็กหนุ่มในอ้อมกอดรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วง เขาคลายความกลัวลงและเริ่มรู้สึกถึงมือของตัวเองที่สั่นไม่หยุด ชาร์ลีวาดมือขึ้นโอบแผ่นหลังของมิเกโลด้วยเช่นกัน เมื่อรู้สึกถึงอ้อมอกที่ปลอดภัย ใบหน้าตระหนกจึงค่อยคลี่ยิ้มได้บ้าง

“ขอบคุณครับมิเกโล”

“เธอยังสั่นอยู่เลย”

“คุณไม่กลัวเหรอครับ”

มิเกโลยิ้มแห้ง จะว่ากลัวมันก็กลัวอยู่นิดหน่อย แต่สมัยที่เขาไปร่วมงานวันรวมญาติของบอนนี่ เหล่ามาเฟียกราซโซที่แต่ละคนพกบอดี้การ์ดมาด้วยแถมถือปืนครบมือยังน่ากลัวมากกว่านี้

ชาร์ลีถอนตัวออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายอย่างสุภาพ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองมิเกโลด้วยรอยยิ้มหวานอ้อนเช่นเดิมเหมือนเมื่อครั้งยังคบหากันอยู่ มิเกโลมองตอบด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้นบางอย่างในอก เขาโน้มใบหน้าลงจุมพิตเพียงแผ่วเบาที่ริมฝีปากด้วยความรักที่มีต่อชาร์ลีอย่างท่วมท้น

“ไม่น๊า! การีโน่!

เสียงตะโกนมาแต่ไกลของจิโน่ทำให้ชาร์ลียอมถอนริมฝีปากออก บุรุษสูงสง่าหล่อเหลาในสูทกีตอนสีดำเทาตรงเข้ามาด้วยใบหน้าเง้างอน เขาถลาเข้าไปดึงชาร์ลีออกมาจากอ้อมแขนก่อนจ้องหน้ามิเกโลด้วยความไม่พอใจ

“วันนี้ปิดร้านเร็วเหรอครับ ผมกำลังจะไปดื่มชาเสียหน่อย”

มิเกโลมองกลับด้วยรอยยิ้ม

“ถามชาร์ลีสิครับ”

“ผมถามการีโน่อยู่”

“แต่คุณมองหน้าผมนะจิโน่”

ชายหนุ่มเง้างอนอีกพอเป็นพิธีก่อนหันไปมองหน้าชาร์ลีด้วยรอยยิ้มน่ารักอีกครั้ง

“กำลังจะไปไหนกันเหรอครับการีโน่”

“ผมว่าจะไปขอพักที่บ้านของมิเกโลก่อนน่ะครับ พอดีเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยที่ร้าน คุณไปด้วยกันมั้ยครับจิโน่”

ชายหนุ่มที่ได้รับคำเชิญถึงกับเหลือกตาอย่างแปลกใจ

“เอ๋...ด...ได้เหรอ”

“ได้สิครับ ผมไม่อยากอยู่กับมิเกโลสองต่อสองหรอก เดี๋ยวภรรยาเขาจะเข้าใจผิด”

“ภรรยา...ของมิเกโล? ที่หย่ากันไปแล้วน่ะเหรอครับ”

“เขากลับมาคืนดีกันแล้ว”

มิเกโลหน้าจ๋อยสนิทในระหว่างที่จิโน่เริ่มมีแสงเรืองรองสว่างขึ้นในใจ เขาจึงตัดสินใจรับคำเชิญอย่างยินดี

บานประตูของอพาร์ตเมนท์หรูหราเปิดออกอย่างง่ายดายเมื่อมิเกโลประทับมือลงที่เครื่องสแกนหน้าประตู เขาแปลกใจนิดหน่อยที่ไฟเปิดอยู่ โดยปกติไฟในบ้านของเขาจะปิดอัตโนมัติเมื่อไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหวในบ้าน การที่ส่องสว่างเช่นนี้แสดงว่ามีใครอยู่แน่ๆ และน่าจะเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งสามารถสแกนลายมือเข้ามาได้

“บอนนี่?

มิเกโลเอ่ยทักเข้าไปในบ้าน