กลิ่นแสบจมูกของน้ำยาอบผ้าถูกกลบเมื่อน้ำหอมปรับอากาศอัตโนมัติซึ่งซ่อนอยู่ในโคมระย้าเหนือศีรษะพ่นละอองน้ำหอมกลิ่นเอิร์ลเกรย์ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศภายในเมซงเครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษ “กีตอน” จากอิตาลีให้นุ่มนวลด้วยกลิ่นใบชาและเบอร์กาม็อต ผู้จัดการร้านคลี่ยิ้มเมื่อรายงานของเขาที่อยู่ในมือไดเรกเตอร์ประจำนิวยอร์กได้รับลายเซ็นรับทราบเป็นที่เรียบร้อย เขายื่นมือออกไปรับรายงานคืนก่อนจะรับอ้อมกอดซึ่งอีกฝ่ายโผเข้าหาพร้อมกับจุมพิตผิวแก้มเป็นการแสดงความชื่นชมตามปกติของชายชาวอิตาเลียน

“ขอบคุณมากครับไดเรกเตอร์จิโน่ที่ประเมินให้เราผ่าน”

ผู้จัดการร้านซึ่งผละกายออกมาเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวาน อีกฝ่ายก็ยิ้มตอบอย่างสง่างาม

“ยอดสั่งจองดีกว่าเป้าที่ตั้งเสียอีกนะครับผู้จัดการ หรือที่ปล่อยโฆษณาไปทางโซเชียลของเศรษฐีเกย์ได้ผลจริงๆ”

“ฮ่าๆๆ ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่รายได้เกือบครึ่งมาจากลูกค้าแค่รายเดียวเองนะครับ แถมยังเป็นยอดที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ...”

ผู้จัดการพูดไม่ทันจบประโยค พนักงานหนุ่มก็รีบดิ่งเข้ามาเพื่อแจ้งข่าวว่าลูกค้าคนสำคัญมาถึงพอดี เขาส่งสัญญาณบอกว่าจะไปเสิร์ฟแชมเปญในแก้วทรงฟลุตใบสวยก่อนและรีบวิ่งจี๋จากไปอย่างรวดเร็ว ฝ่ายผู้จัดการหนุ่มถึงกับหันมายิ้มหน้าบาน

“ไดเรกเตอร์ครับ ลูกค้าท่านที่ผมจะบอกมาพอดีเลย ตอนนี้ท่านนั่งรออยู่ในห้องรับรอง ผมจะขอตัวไปรับรองท่าน...”

“ผมไปด้วยสิ เป็นคนทำยอดเกือบครึ่งเลยเหรอ”

จิโน่เอ่ย เขาจัดแจงดึงชายสูทจนเรียบกริบและเดินตามผู้จัดการร้านไปอย่างสงบ เมื่อบานประตูเปิดออก รอยยิ้มธุรกิจแพรวพราวในแบบหนุ่มอิตาเลียนก็ผลิบานราวกับดอกลิลี่ยามเช้า

“สวัสดีครับท่าน ผมจิโน่ ไดเรกเตอร์กีตอนประจำนิว...ยอร์ก...”

บุรุษในชุดสูทไหมสีสเลทเกรย์ (เทาอมน้ำเงิน) ซึ่งนั่งไขว่ห้างอย่างราชาสง่างามอยู่บนเก้าอี้ตัวที่ใหญ่ที่สุดในห้องรับรองส่วนตัวทำให้จิโน่พูดต่อไม่ออก ใบหน้าทรงอำนาจและหางตาตกๆ เหี้ยมลึกกับผมเสยสีดำสนิทชวนให้รู้สึกหนาววาบตั้งแต่ท้ายทอยผ่านกระดูกสันหลังไปจนถึงรูก้น ยิ่งเมื่อบุรุษเบื้องหน้าคลี่ยิ้มวางมาด จิโน่ก็แทบคว้าหัวใจที่หล่นลงตาตุ่มไม่ทัน

“ดีใจที่ได้พบกัน จิโน่”

อัล เร เนโร กราซโซมือซ้ายประดับแหวนทองคำออกมา ฝ่ายจิโน่ก็ราวกับรู้งานรี่ตรงเข้าไปคุกเข่าและคว้ามือของชายหนุ่มมาจุมพิตด้วยความเคารพ เป็นภาพชวนตะลึงซึ่งทำให้ทั้งผู้จัดการร้านและพนักงานยืนเกร็งไปทั้งตัว

“ด...ไดเรกเตอร์รู้จักท่านมาก่อนเหรอครับ”

ผู้จัดการเอ่ยถาม จิโน่ซึ่งยันกายลุกขึ้นตรงไปนั่งไม่ไกลนักจึงหันไปพยักหน้าด้วยรอยยิ้มกลบความเครียดได้อย่างแนบเนียน

“แน่นอน ท่านเนโร กราซโซ เป็นมาเฟ...เอ๊ย! นักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมากในอิตาลี”

จิโน่อธิบายให้ผู้จัดการและพนักงานซึ่งเป็นคนอเมริกันฟัง เขาหันมาทักทายอัล เร เนโรอีกสามสี่คำพอเป็นพิธีก่อนจะยันกายลุกขึ้นอย่างนบนอบ

“เป็นเกียรติที่ได้พบท่านอีกครั้งครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะให้ผู้จัดการร้านดูแลท่าน...”

“ฉันอยากคุยกับเธอ...สองต่อสอง”