เสียงเพลง Yesterday ของเดอบีเทิลส์ดังคลออากาศเย็นสบายภายในบาร์กาแฟสไตล์อิตาเลียนที่สงบเงียบกลางนิวยอร์ค แม้บรรยากาศรอบตัวชวนให้ผ่อนคลายแต่ในมุมหนึ่งของร้านกลับมืดมนราวกับมีเมฆฝนปกคลุมอยู่โดยรอบ ชาร์ลีนั่งกุมถ้วยอเมริกาโนร้อนในมือด้วยดวงตาเหม่อลอย เขาคิดเรื่องการกลับไปคืนดีกับมิเกโลเมื่อวันก่อนจนนอนหลับไม่ลง แม้โทนี่จะเสนอให้รอดูท่าทีไปก่อนเพราะมิเกโลอาจจะกลับไปคืนดีกับภรรยาก็ได้ แต่ในใจลึกๆ เขาอยากจะกลับไปอยู่กับมิเกโลเสียตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

“ขอเอสเพรซโซ่ 2 ช็อต”

เสียงทุ้มสอดจริตเชิดหยิ่งคุ้นหูดังขึ้นไม่ไกลจากเก้าอี้นั่งเท่าใดนัก ชาร์ลีหันไปมองเจ้าของเสียงและเห็นรอยยิ้มมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ของจิโน่ตามคาด

“อรุณสวัสดิ์การีโน่”

ชายหนุ่มในเสื้อนอกเบลซเซอร์กีตอนสีพีเจี้ยนเกรย์ (pigeon grey สีเทานกพิราบ) โทนซอฟท์พาสเทลหรูหราแฝงความลำลองคลี่ยิ้มเปี่ยมเสน่ห์แต่เด็กหนุ่มกลับไม่แม้แต่จะกระดิกคิ้วตอบ ชาร์ลีหันกลับไปก้มมองถ้วยอเมริกาโนร้อนในมือที่เริ่มเย็นลงทุกขณะอีกครา

ท่าทางไม่สดชื่นของชาร์ลีทำให้ชายหนุ่มไม่สบายใจนัก เขาจัดแจงยกถ้วยเอสเพรซโซ่มานั่งฝั่งตรงข้ามและเอื้อมมือที่ประดับนาฬิกาพาเนไรลูมินอร์สายหนังไปกุมมือเด็กหนุ่มไว้แน่น

“มีอะไรไม่สบายใจเล่าให้ผมฟังได้นะครับ”

จิโน่เอ่ยด้วยเสียงเท่ ฝ่ายชาร์ลีก็เงยหน้ากลุ้มใจขึ้นมาสบมองนิดหนึ่งก่อนวาดดวงตาลงมองนาฬิกาข้อมือของชายหนุ่ม มองเบลซเซอร์ แล้วก็มองหน้าจิโน่อีกครั้ง

“คุณมันหล่อจนน่าหมั่นไส้จริงๆ จิโน่ ชีวิตนี้คุณคงได้ทุกอย่างที่คุณอยากได้สินะ เบลซเซอร์กีตอนพีเจี้นเกรย์เอย นาฬิกาพาเนไรเอย แล้วยังมีสูทกีตอนอีกเป็นคอลเลกชั่นที่ห้อง”

“ฮ่าๆๆๆ อะไรกันการีโน่ นั่นคำชมใช่มั้ย”

“ไม่ใช่คำชม!

“ถึงผมมีของที่คุณอยากได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าผมมีของที่ผมอยากได้นี่นา”

“คุณอยากได้อะไร”

“หัวใจคุณน่ะสิ”

จิโน่ยักคิ้วหลิ่วตาน่าเอ็นดูตามประสาหนุ่มอิตาเลียนจนความหมั่นไส้ของชาร์ลีเมื่อครู่หดหาย เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มขบขันออกมาเบาๆ จนต้องรีบยกถ้วยอเมริกาโน่ซึ่งเริ่มเย็นชืดขึ้นมาจิบแก้เก้อ ท่าทางผ่อนคลายลงของชาร์ลีช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้นจนเอนหลังพิงพนักและผ่อนลมหายใจโล่งอก แต่เมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้ก็กลับกระเด้งตังมาตั้งหน้าคุยต่อ

“จริงสิ ทำไมวันนี้ร้านปิดล่ะการีโน่ เมื่อกี้ผมว่าจะไปอุดหนุนเสียหน่อย ปิดวันอาทิตย์เดี๋ยวก็เจ๊งหรอก”

จิโน่เอ่ยถามพร้อมกับยกถ้วยเอสเพรซโซ่ขึ้นจิบ ท่าทางไม่ได้ระมัดระวังของเขาทำให้ชาร์ลีขมวดคิ้วจ้องตรงมาเขม็งราวกับพร้อมจะเอื้อมมือไปปกป้องเบลซเซอร์ของกีตอนได้ทุกเมื่อหากกาแฟแม้แต่หยดเดียวตกลงไปเปื้อนเสื้อสีอ่อน

“ดื่มระวังหน่อยสิครับจิโน่!

“คุณห่วงเบลซเซอร์มากกว่าผมอีกแล้วนะ”

“ก็แน่ล่ะสิ ใครจะไปห่วงคุณกัน”

จิโน่ถึงกับหันหนีไปทางอื่นด้วยใบหน้าเง้างอนพอเป็นพิธี

“เอ่อ...เอาเถอะ ตกลงยังไม่ได้ตอบผมเลยนะว่าทำไมวันนี้ร้านปิด มิเกโลกลัวผมมาจีบคุณเลยสั่งให้ปิดร้านหนีรึไง”

เด็กหนุ่มอมยิ้มและส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับลูกค้าขาประจำที่เอาเงินมาให้แม้จะไม่ใช่เจตนาดีก็ตาม

“เปล่าครับ ร้านปิดวันอาทิตย์ที่สองของเดือนเพราะเป็น วันทำกาเนเล่ น่ะครับ”

“กา...เนเล่?

ชาร์ลีพยักหน้า เขาเห็นท่าทางมึนงงของจิโน่ก็คลี่ยิ้มขึ้นมา

“ใช่ครับ กาเนเล่ เดอ บอร์กโด (canelé de Bordeaux) ถ้าคุณอยากรู้ว่าเป็นยังไงผมพาไปดูมั้ยครับ วันนี้ผมขอหยุดเพราะสติสตังไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว โทนี่เลยไม่มีคนช่วยแพ็คขนม แต่ตอนนี้ดีขึ้นหน่อยแล้วเลยว่าจะกลับไปช่วยหน่อย”

“นี่ถึงกับปิดร้านวันนึงเพื่อทำขนมเลยเหรอ ลงทุนไปรึเปล่า”