ชาร์ลีมองดูสูทกีตอนสีกลีบบัวซึ่งแขวนอยู่ในถุงสูทพลาสติกใสด้วยนัยน์ตาเศร้าสร้อย เขาหันใบหน้ากลับมาเช็ดถ้วยกาแฟที่เคานท์เตอร์ในร้านเงียบสงบแต่สักพักก็ต้องหันกลับไปทางตะขอแขวนเสื้ออีกรอบ ทั้งที่อุตส่าห์เอาสูทงดงามตัวนี้ไปซักแห้งให้ฟรีๆ จนสะอาดวิ้งขนาดนี้แท้ๆ แต่โชคชะตาก็พาให้เขากับกีตอนสีกลีบบัวไม่อาจใช้ชีวิตเคียงข้างกันได้

    “ฮือ...น้องกีตอนของพี่...”

    “กีตอนของใครนะชาร์ลี”

    เสียงโทนี่สหายร่วมร้านเอ่ยขึ้นอย่างน่ากลัว

    ชายหนุ่มซึ่งมีใบหน้าเอเชียกรีดดวงตามองอย่างหฤโหด โทนี่รู้ดีว่าไอ้เพื่อนคนนี้คลั่งไคล้กีตอนมากขนาดไหน แต่การเอาของที่ลูกค้าลืมไว้มาสวมเล่นก็ยอมรับไม่ได้เช่นกัน

    “ฉันขอลองสวมแล้วเอาไปซักแห้งให้อีกครั้งก็ได้” ชาร์ลีเว้าวอน

    “ถ้าทำอย่างนั้นฉันจะรายงานโอนเนอร์ (เจ้าของร้าน)”

    “อย่าน๊า...”

    พลันเสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านดังขึ้น สองหนุ่มกลับมายืนหลังตรงเป๊ะระบายยิ้มงดงามได้อย่างรวดเร็วราวกับกดปุ่มสั่ง

    ชายหนุ่มที่ปรากฏตัวที่หน้าประตูร้านกลับพาให้รอยยิ้มหายจากปากทั้งสองแทบจะทันที

    “อ้าว...การีโน่อยู่ด้วยเหรอครับ ผมดีใจจัง”

    จิโน่ในแจ็คเก็ตหนังกับกางเกงยีนพอดีตัวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม เขาทรุดกายลงนั่งที่เดิมกลางร้านซึ่งไร้ลูกค้าพร้อมกับหันไปรับเมนูจากชาร์ลีซึ่งเดินยิ้มเข้ามา

    “วันนี้คุณตั้งใจมาดื่มชาด้วยเหรอครับ”

    ชาร์ลีเอ่ยถามระหว่างที่หยิบกระดาษกับปากกาเตรียมจดออร์เดอร์ พาให้อีกฝ่ายระบายสีหน้าแปลกใจ

    “ผมมาร้านน้ำชาก็ต้องดื่มชาสิครับ แหม...นี่คิดว่าผมคงหน้าด้านมาจีบคุณอย่างเดียวล่ะสิ คุณเริ่มสนใจผมแล้วใช่มั้ยล่ะการีโน่”

    “ไม่เลยสักนิดครับ แต่ก็ขอบคุณที่หน้าบางนะครับ หนากว่านี้คงไม่ไหว”

    เด็กหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มผิดกับคำพูดเฉือนใจ ถึงจะหมั่นไส้แค่ไหนก็ต้องปั้นหน้ารับแขกไว้ก่อนเพราะกล้องวงจรปิดกำลังจับอยู่นั่นเอง

    จิโน่หยิบเมนูขึ้นมาดูและกรีดผ่านอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ก็เขาไม่มีความรู้เรื่องชาเลยนี่นา

    “วันนี้อากาศอ้าวๆ นะครับ ผมรู้สึกคอแห้งๆ คุณช่วยแนะนำชาให้ผมหน่อยสิครับ”

    ชาร์ลีนิ่งคิดนิดหนึ่ง เขานึกถึงอิงลิชเบรกฟาสต์เย็นสอดด้วยรสเปรี้ยวของมะนาวขึ้นมา แต่ยังไม่ทันอ้าปากบอก เสียงทุ้มก็ดังมาจากทางเคานท์เตอร์เสียก่อน

   “ชาเก๊กฮวยหิมะดอกตูมสิ”

    โทนี่เสนอด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์เช่นเดิม