พญากุมภีล์เอนหลังอยู่บนบัลลังก์ที่รายล้อมด้วยความว่างเปล่า แม้รอบกายจะไม่มีร่องรอยการต่อสู้เนื่องจากลูกแก้ววิเศษบันดาลให้ทุกอย่างคืนสู่ปกติ แต่บัลลังก์ที่สองข้างไร้เมียขนาบ ไร้ท้าวรำไพที่เคยช่วยเหลืออยู่เสมอ แม้ยังมีนางกำนัลและเหล่าโยธามากมายแต่ก็ไร้ค่าเหลือเกิน

“องค์ราชา มีสาสน์มาจากพิษณุโลก ชากังราว และไตรตรึงษ์ พะย่ะค่ะ”

มหาดเล็กต้นห้องเอ่ย

ชาละวันรับราชสาสน์ทั้งสามมาอ่านอย่างพิจารณา เขาพอจะเดาได้อยู่ว่าเนื้อหาเขียนว่าอย่างไรเพราะวงศ์กุมภีล์แห่งพิษณุโลกคือบ้านเกิดของเลื่อมลายวรรณ ชากังราวคือบ้านเกิดของวิมาลา ส่วนไตรตรึงษ์ก็คือบ้านเกิดของมารดาเขา ดังนั้นราชสาสน์ทั้งสามจึงเสนอความช่วยเหลือในการกำจัดหมอจระเข้ที่บังอาจเหิมเกริมถึงเพียงนี้ จะให้ยกกองทัพกุมภีล์หรือส่งมาแต่ขุนพลไร้พ่ายก็ได้

“แจ้งกลับไปว่าเราซาบซึ้งในน้ำใจอย่างมาก แต่ศึกนี้จะปิดฉากลงอีกไม่นานแล้ว”

บุรุษสูงสง่าเอ่ย โยธาต้นห้องจึงรับคำก่อนจากไป

ชาละวันเอนกายลงนอนกลางท้องพระโรงซึ่งเงียบเชียบไร้ผู้คน เขาทอดดวงตาดูดาวประดับซึ่งประดิษฐ์จากไม้บุนนาคสลักเคลือบสีทองสวยงามเป็นดวงดาวมากมายบนเพดาน กึ่งกลางที่เป็นดั่งดวงอาทิตย์คือลูกแก้ววิเศษที่ช่วยปกปักษ์รักษาถ้ำทองแห่งนี้มาแต่ยุคท้าวรำไพ ลูกแก้วนี้คงได้เห็นความตายของทั้งเลื่อมลายวรรณและท้าวรำไพมาแล้วแต่เขาเองกลับไม่มีภาพเหล่านี้ปรากฏในมโนรำลึกแม้แต่น้อย ต่อให้พยายามแผ่เมตตาให้ทั้งสองที่เขาไม่อาจปกป้องได้แต่แค่เศษบุญที่ปลายปากก็ไม่อาจลบล้างความรู้สึกผิดที่มีต่อทั้งคู่ได้เลย

เมื่อระลึกได้ว่ากำลังจะจมความสิ้นหวังมากเกินไป ชายหนุ่มจึงลุกพรวดขึ้นและตัดสินใจเดินตรงไปทางคุกใต้ดิน

บุรุษสูงใหญ่ที่นั่งขัดสมาธิบนพื้นหินเย็นที่มีตรวนตีรอบข้อมือสองข้างชูสูงเหนือศีรษะหลับตาอย่างสงบ แม้ได้ยินเสียงเปิดบานประตูเหล็กและเสียงฝีเท้าตรงเข้ามาก็ไม่มีทีท่าจะลืมตาขึ้นแม้แต่น้อย ชาละวันเห็นดังนั้นก็สั่งให้ทวารบาลออกไปเสียให้ไกล เขาคุกเข่าลงจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงไม่ลืมตาอย่างสงสัย

“หลับอยู่รึ หรือว่าตาย”

“กำลังจินตนาการว่าเมื่อคืนไกรกอดเจ้าอย่างไร”

เผียะ!

พญากุมภีล์ตบฉาดลงบนแก้มเย็นเฉียบ

ใบหน้าที่หันไปตามแรงตบค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาคลี่ลืมอย่างรู้ทันและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ชวนให้หงุดหงิดจนอีกฝ่ายอยากเงื้อมือตบไปอีกรอบ

“ไม่ชอบให้รู้ทันหรืออย่างไร”

“หุบปากเสียก่อนที่เราจะสับเจ้าเป็นชิ้น”

“อุกฤษฎ์โทษช่างน่าขัน เป็นจระเข้จะเสียเวลาสับเราทำไม ใช้คมเขี้ยวของเจ้าขย้ำเราเสียสิพญากุมภีล์ กินเราให้หมดทั้งตัว อย่าให้เหลือแม้แต่เลือดสักหยด”

ทั้งที่ไม่ใช่คำขู่แต่ชาละวันกลับขนลุกชันไปทั้งตัว เขาจ้องมองใบหน้าของออกหลวงที่ไม่มีแม้แต่เงาของความกลัวสักนิด ไม่มีกระทั่งความคิดว่าต้องตาย มั่นใจเสียจนน่าชัง

“ชิ! คุยกับเจ้าไม่รู้เรื่องสักทีขุนขาณคีรินทร์”

“ขออภัยที่แทะโลมอย่างหยาบคาย เราเพียงแต่รู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้เห็นบทสวาทของเจ้ากับหมอจระเข้”

“อยากโดนตบปากอีกใช่ไหม”

“ถ้าใช้ริมฝีปากเจ้าล่ะก็...เรายินดี”

บุรุษขาวกระจ่างถึงกับเขินอายจนใบหน้าแดงฝาด เขารู้สึกว่าต่อล้อต่อเถียงต่อไปคงไม่ได้งานเป็นแน่จึงจัดแจงยกมือขึ้นป้องปากกระแอมเบาๆ ก่อนตัดเข้าเรื่อง

“เรา...เราคิดว่าจะแลกตัวเจ้ากับวิมาลา”

“หล่อนไม่กลับมาหรอก ป่านนี้คงเป็นเมียมนุษย์ไปแล้ว”

พญากุมภีล์ถึงกับขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด

“ถึงหล่อนจะไม่ได้รักใคร่อะไรเรามากแต่ก็ยังเป็นเมียเราอยู่ หากเรายังไม่ตายหล่อนก็ไม่อาจไปหาชายอื่นได้”

ออกหลวงยิ้มเพียงมุมปากอย่างน่าระคายใจ

“เจ้าบอกเองว่าเมียไม่ได้รักใคร่อะไรเจ้ามาก บัดนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมเจ้าจึงสมัครใจไปได้กับผัวมนุษย์”

“หุบปาก!

“ยังจำไม่ได้อีกหรือไร”

ชาละวันขบฟันอย่างเคืองแค้น เขารี่ตรงไปเงื้อมือจะตบใบหน้าเย็นชาอีกคราแต่ก็ชั่งใจอยู่นานจึงตัดสินใจทรุดกายลงนั่งและทุบลงไปที่แผ่นอกกว้างเสียแทน หัวใจแกร่งราวกับแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ชายหนุ่มซบใบหน้าขาวลงบนหัวไหล่ของออกหลวงและสะอื้นไห้เพียงแผ่วเบา

“ฮึก...พวกเจ้ารวมหัวกันหลอกเราใช่ไหม ที่จริงเราไม่ได้มีอะไรกับมนุษย์เลย ไม่เคยพิศวาส ไม่เคยร่วมหอ ไม่เคยรัก”

ออกหลวงก้มมองร่างที่สะอื้นแนบอกอย่างแสนสงสาร เขาจุมพิตที่เส้นผมสีอ่อนด้วยความเวทนาและผ่อนลมหายใจ

“หากคำลวงพวกนั้นทำให้สบายใจก็คิดไปเถิด”

“คำลวงอะไรเล่า!

มือขาวที่ประดับแหวนและกำไลทองทุบลงบนแผ่นอกกระทบแผลเก่าจนแสบสะดุ้ง เห็นดังนั้นพญาชาละวันจึงรีบถอนกายออกและมองดูอย่างเป็นห่วง

“แผลเจ้า...”

“จริงสิพญากุมภีล์ แผลที่ต้นขาเป็นอย่างไร”

ใบหน้างามเงยขึ้นมองสบอย่างสงสัย

“ทำไมเจ้ารู้”

“ก็เราทำแผลให้เอง แผลจากหอกสัตตโลหะของอาจารย์คง”

กระแสบางอย่างราวกับแล่นปลาบเข้ามาในหัวอีกครั้ง ไม่มีภาพใดปรากฏแก่นัยน์ตา มีเพียงความรู้สึกปวดร้าวทั่วอก สัมผัสดังนั้นพญาชาละวันก็ถึงกับหน้าเสีย เขาล้มลงนั่งกับพื้นหินเย็นเฉียบเคียงข้างร่างที่ลอบมองอย่างเป็นห่วง เรียวคิ้วขมวดมุ่นและท่าทางราวกับวิญญาณลอยหลุดไปที่อื่นทำให้ออกหลวงต้องเอ่ยทัก

“ชาละวัน”

“อ...เอ่อ...”

“เป็นอะไรหรือ”

ใบหน้างามสลด ริมฝีปากขบเม้มอย่างอดทน

“กลับไปเสีย”

พญากุมภีล์สรุป เขาไขกุญแจปลดตรวนที่พันธนาการสองมือไว้ก่อนยันกายยืนขึ้นและเอื้อมลงไปดึงให้ออกหลวงลุกขึ้นจากพื้นเย็นเช่นกัน เมื่อเห็นว่าความชื้นในคุกทำให้เนื้อตัวยังเปียกไม่หาย ชายหนุ่มก็วาดมือขาวละเอียดดึงผ้าคลุมกายสีเลื่อมเขียวฟ้าออกและห่มคลุมให้บนหัวไหล่กว้าง ฝ่ายออกหลวงเห็นก็มองอย่างแปลกใจ

“ของที่ระลึกหรืออย่างไรพญากุมภีล์”

“ทำนองนั้น”

ท่าทางไม่ใส่ใจเจือความเขินอายน่าเอ็นดูเสียจนบุรุษสูงใหญ่ต้องเข้ามาโอบกอด ออกหลวงโน้มใบหน้าลงประทับจุมพิตที่ริมฝีปากอย่างอ่อนหวาน เขาไม่รอนานจนอีกฝ่ายขัดขืนแต่รีบถอนกายออกมาอย่างรวดเร็ว ไม่ทันที่รสหวานจะอิ่มเอมแต่ก็ไม่อาจทนได้หากโดนขับไล่อีกครา

“ขออภัยที่แตะต้องโดยไม่ได้รับอนุญาต”

“เลิกขออภัยเสียที จะมาพูดหลังจาก...”

บุรุษสูงใหญ่เข้ามาโอบกอดและประทับริมฝีปากอีกครั้ง ครั้งนี้ร้อนซ่านและเปี่ยมแรงสวาทเสียจนชายหนุ่มในอ้อมแขนแทบสิ้นแรง มือขาวที่ประดับแหวนทองมากมายทำได้เพียงยึดท่อนแขนใหญ่เบื้องหน้าไว้เท่านั้น ความร้อนลุกโหมจากผิวกายเบื้องล่างของออกหลวงติดลามมาถึงองค์เอวของชาละวัน ยิ่งมือใหญ่สอดผ่านในเนื้อผ้านวดคลึงผิวกายขาวละเอียดอย่างปรารถนา พญาชาละวันก็แทบสิ้นแรงจนไม่อาจประคองร่างให้ยืนไหว

“อา...ขุณขาณคีรินทร์...เจ้าบังอาจ...”

เสียงคัดค้านเจือเสียงครวญยิ่งกระตุ้นความปรารถนาให้บุรุษสูงใหญ่อย่างท่วมท้น เขาอยากกดร่างที่ขาวกระจ่างงามเหนือมนุษย์เบื้องหน้าลงกับพื้นหินเหลือเกินแต่ก็ต้องตัดใจ เมื่อปรายดวงตาเห็นตะกรุดที่ยังคงห้อยคอชาละวันอยู่ก็รู้สึกถึงความเศร้าหมองเปี่ยมล้น มือใหญ่จึงถอดแหวนทองจากนิ้วก้อยของตนออกมาและยื่นให้พญากุมภีล์

“รับนี่ไว้ได้ไหมพญากุมภีล์”

“แหวนหัวเสือ?

“ตามปีเกิดของเรา”

พญาชาละวันสะบัดหน้าหนีอย่างหมางเมินไม่มีท่าทีจะรับไปแม้แต่น้อย ออกหลวงเห็นดังนั้นก็เก็บใบหน้าสลดอย่างแนบเนียนก่อนจะชักกลับมาสวมคืนที่นิ้วตนเอง แต่ยังไม่ทันสวมลงนิ้วก้อย ชาละวันก็จัดแจงถอดแหวนออกจากทุกนิ้วบนมือซ้ายก่อนจะยื่นมือให้ทั้งที่ยังคงหันใบหน้าระเรื่อไปทางอื่น

“เราจะรับไว้เสียก็ได้ ถือเป็นขอชำร่วยงานศพเจ้าเสียแล้วกัน”

บุรุษสูงใหญ่ถึงกับคลี่ยิ้ม เขาวาดมือขึ้นรับนิ้วยาวขาวละเอียดและปรายมองดวงหน้าที่สะบัดหนีอีกครา

“ให้สวมนิ้วไหน”

“ใส่นิ้วไหนได้ก็ใส่มาเถอะ!

ออกหลวงถึงกับขบขัน เขาคาบแหวนไว้ที่ริมฝีปากก่อนโอบมือพญากุมภีล์ขึ้นมา เมื่อสอดปลายนิ้วเข้าสวมแหวน สัมผัสปลายนิ้วกับลิ้นอุ่นก็ชวนซาบซ่านเสียจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง บุรุษสูงใหญ่ไล้เลียดูดดึงนิ้วที่ประดับแหวนด้วยเจตนายั่วยวน กระแสราคะสาดผ่านจากปลายนิ้วขาวดิ่งลงยังผิวกายเบื้องล่างจนแทบลุกชัน ชาละวันเกิดความกลัวแล่นริ้วในใจว่าหากออกหลวงวอนขอเหมือนดังเช่นหมอจระเข้เมื่อคืนนี้เขาอาจจะเอ่ยคำปฏิเสธไม่ออกก็เป็นได้

“องค์ราชา! มีมนุษย์บุกมาที่หน้าถ้ำทองพะย่ะค่ะ”

ใบหน้าเขินอายเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขึงขังจริงจังแทบจะทันที เขาหันไปขานรับโยธาที่มาแจ้งข่าวและดึงปลายนิ้วออกจากริมฝีปากออกหลวงอย่างรวดเร็ว ดวงหน้าสง่างามของขัตติยราชแห่งวงศ์กุมภีล์เงยสบใบหน้าออกหลวงอย่างหาญกล้า พญากุมภีล์พรายยิ้มเล็กน้อย เขายกปลายนิ้วนางขาวละเอียดที่ประดับแหวน ทองหัวพญาขาลขึ้นและและไล้เลียปลายแต่เพียงน้อยด้วยกิริยาแสนยั่วยวน

“เจ้าจะได้รับรางวัลหากไม่มาวุ่นวายกับศึกครั้งสุดท้ายของเรา”

ท่าทางสง่างามเช่นนี้น่าหลงใหลจนหัวใจออกหลวงลั่นระรัว เขาโน้มศีรษะรับบัญชาแต่โดยดีและยืนส่งพญากุมภีล์ถึงหน้าประตูคุก

“ข้าสาบาน จะรอรับรางวัลจากท่าน พญากุมภีล์”

ท่ามกลางท้องพระโรงงดงามที่บัดนี้ไร้วี่แววโยธา พญากุมภีล์ชาละวันนั่งหลังตรงเชิดใบหน้าอย่างสง่างามบนบัลลังก์ทอง ดวงหน้างามพรายยิ้มอย่างมั่นใจ เขามองตรงไปยังไกรทองซึ่งสวมชุดยันต์สีแดงจัด มือหนึ่งมีลูกประคำปลุกเสกอินทรนิลพันรอบมือ อีกมือถือหอกสัตตโลหะกระชับแน่น และนิ้วหนึ่งยังคงประดับแหวนทองหัวจระเข้อยู่เช่นเดิม เห็นดังนั้นใบหน้าเหิมเกริมก็กลับสลดลงอย่างรวดเร็ว

“เรามาชำระแค้นให้อาจารย์ของเรา!

“เจ้าต่างหากที่ต้องชดใช้ให้กับดวงวิญญาณของท้าวรำไพและเลื่อมลายวรรณ!

ชาละวันลุกพรวดขึ้นจากบัลลังก์ เขาก้าวลงมาพร้อมกับแส้มายาที่ล้อมเกล็ดจระเข้ในมือ ความเศร้าเมื่อครู่ละลายหายไปเมื่อได้เห็นว่าไกรทองมีรอยยิ้มอย่างอาทรเขาเช่นเดิม

“ขออโหสิกรรมให้ข้าด้วยชาละวัน”

ไกรทองเอ่ย เด็กหนุ่มแทบห้ามน้ำตาไม่ได้แต่ก็ยังคงตั้งท่าเตรียมรับมืออย่างไม่ประมาท

“อืม...เราก็ขอ...”

“ข้าสาบานจะรักเอ็งไม่มีวันเปลี่ยนแปลง!

เด็กหนุ่มตะโกน ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มที่ยิ้มอย่างมั่นใจบัดนี้มีน้ำตาไหลอาบสองแก้ม เขาได้โอบกอดเมียรักแล้ว ได้ให้สัตย์สาบานต่อเมียรักแล้ว และกำลังจะได้ชำระแค้นแทนอาจารย์คง ก็ไม่มีอะไรติดค้างในโลกนี้อีกต่อไป

พญากุมภีล์ได้ยินดังนั้นก็น้ำตาเอ่อ บุรุษสูงใหญ่เดินตรงเข้ามาอย่างองอาจ เขาวาดแส้ตวัดไปอย่างรวดเร็วแต่ไกรทองก็หลบได้อย่างเฉียดฉิว แรงฟาดพาให้ผนังแตกร้าวอย่างน่ากลัว ไม่นานกลับสมานคืนได้ราวกับไม่เคยสะกิดสิ่งใดมาก่อน ไกรทองเห็นดังนั้นก็กวาดดวงตามองไปรอบโถงจึงสังเกตว่ามีพรายแสงส่องตรงจากดวงแก้วที่ประดับเหนือเพดานลงมาโลมเลียผนังจนสมานคืนได้ในที่สุด

เด็กหนุ่มเงื้อหอกสัตตโลหะและดิ่งตรงไปหา เขาวิ่งหลบแนวแส้ที่ฟาดมารวดเร็วได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อเข้าเกือบประชิดจึงพุ่งหอกตรงเข้ากลางอก เพียงพริบตาที่ชาละวันเบี่ยงตัวหลบสำเร็จ เทียนระเบิดน้ำที่ตกอยู่เบื้องหน้าก็พาให้กุมภีล์หนุ่มแทบหัวใจหยุดเต้น เขารีบคืนกายเป็นจระเข้เจ้าเนื่องจากผิวกายแข็งแกร่งกว่าร่างมนุษย์ พลันเมื่อเสียงระเบิดดังขึ้น บัลลังก์ทองก็แหลกละเอียด ร่างจระเข้เจ้าถึงกับปลายหางขาดและมีเลือดไหลจากแขนข้างหนึ่ง

พญาชาละวันคืนกายเป็นร่างมนุษย์อีกครั้ง ใบหน้างามมีเลือดสีแดงสดอาบลงจากเส้นผมสีอ่อนผ่านหน้าใบหู แขนซ้ายหักมีกระดูกทิ่มออกนอกเนื้อจนไม่อาจใช้งานได้อีก สายแส้ในมือขวาก็ขาดเหลือความยาวเพียงครึ่ง แต่ใบหน้ายังคงเชิดหยิ่งอย่างราชาไม่เปลี่ยน

“หึ...ฉลาดจริงนะ รู้ว่าเราฟันแทงไม่เข้าเลยใช้เทียนระเบิดน้ำ”

ไกรทองยังคงตั้งท่าต่อ เขาดึงหอกสัตตโลหะขึ้นมาจากพื้นและเริ่มสังเกตว่าสิ่งก่อสร้างรอบตัวกำลังค่อยๆ สมานคืนดังเดิม บัลลังก์ทองที่แตกละเอียดเมื่อครู่ค่อยๆ ก่อร่างทีละน้อยอย่างแข็งขันราวกับในถ้ำทองนี้ทุกสิ่งเป็นอมตะ เช่นเดียวกับพญาชาละวันที่กระดูกนอกเนื้อเริ่มกลับคืนเข้าที่ แม้ยังสมานแผลได้ไม่หมดสิ้นและยังใช้แขนซ้ายไม่ได้ แต่ผิวกายขาวละเอียดก็ไม่มีเลือดไหลพุ่งออกจากบาดแผลที่แขนอีกแล้ว

“ครั้งนี้เราคงต้องตอบแทนคืนบ้าง”

พญากุมภีล์เสกแส้ที่ขาดครึ่งในมือให้เปลี่ยนเป็นดาบโลหะสีเลื่อมเขียวฟ้าคมกริบ เขากระโจนเข้าไปฟันลงกลางศีรษะแต่ไกรทองก็รับไว้ด้วยหอกสัตตโลหะทันท่วงที พละกำลังมหาศาลของชาละวันทำให้ฝ่ายรับถึงกับเข่าทรุด แต่ด้วยแรงฟันที่มีเพียงแขนขวาก็ไม่อาจเอาชนะหอกสัตตโลหะได้ ไกรทองดีดคมดาบออกไปและกระโดดหลบพร้อมกับพุ่งหอกขึ้นไปปักยังลูกแก้ววิเศษเหนือเพดาน

ลูกแก้วสีโลหิตแตกกระจายเหนือศีรษะราวกับสายฝน เพียงพริบตาก็ลอยหายไปดั่งฝุ่น ชาละวันเห็นดังนั้นก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก เขาเผลอมองจนลืมสังเกตว่าเด็กหนุ่มพุ่งตรงเข้ามาอีกครั้งและเงื้อมือเตรียมซัดหอกเข้าเต็มอก

“อโหสิเถอะนะชาละวัน!

ไกรทองตะโกน

ฝ่ายพญากุมภีล์เห็นดังนี้ก็ขว้างดาบสวนกลับไปอย่างแรงหวังจะแลกชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย แต่ในเสี้ยววินาทีที่ดาบหลุดออกไปจากมือเขาและกำลังพุ่งเข้าหาร่างหมอจระเข้ เด็กหนุ่มผิวเข้มกลับปล่อยมือออกจากหอก ใบหน้าไกรทองพรายยิ้มอย่างเปี่ยมสุขก่อนจะรับคมดาบที่แทงทะลุท้องเข้ามาจนตัวปลิวไปติดกำแพง

“ไกร!

พญาชาละวันตะโกนลั่น!

การที่หอกสัตตโลหะตกลงพื้นแทนที่จะปักบนอกเขามีความหมายประการเดียวคือไกรทองจงใจปล่อยมือ เด็กหนุ่มหวังจะมาตายด้วยมือเขาอยู่แล้วแต่แรก เขามองเห็นเลือดแดงไหลทะลักราวกับน้ำตกออกมาจากคมดาบที่แทงทะลุท้องและร่างที่นอนไม่ขยับกายนิ่งบนพื้นราวกับซากศพ เสียงตะโกนลั่นอย่างเสียใจสุดซึ้งของพญากุมภีล์บัดนี้กลับถูกเสียงสั่นไหวของแผ่นหินเบื้องบนที่ปริแตกเนื่องจากไร้พลังของลูกแก้ววิเศษซึ่งประคองถ้ำทองมาตลอด สองตาของชาละวันอาบด้วยน้ำตาที่ร้อนราวกับสายโลหิต เขาทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้น สองขาไม่มีแรงกระทั่งจะคลานไปหาเด็กหนุ่มที่นอนอยู่ห่างไปไม่ไกลนัก หัวใจเขาราวกับถูกกรีดยับเป็นชิ้น

แผ่นหินเบื้องบนเริ่มถล่มลงมาเรื่อยๆ ราวกับสายฝน แต่ไม่มีสิ่งใดอยู่ในสายตาพญากุมภีล์นอกจากร่างของเด็กหนุ่มเบื้องหน้าที่นอนแน่นิ่ง เขาพยายามคลานเข้าไปหาแต่สองขาก็ไม่ทำตามคำสั่งแม้แต่น้อย ทั้งกายสั่นด้วยความตื่นกลัว แม้แต่ริมฝีปากที่อยากร้องเรียกชื่อคนรักก็ไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้เลย

“ชาละวัน! ระวังข้างบน!

เสียงทุ้มของออกหลวงตะโกนลั่นมาแต่ไกล แผ่นหินใหญ่ที่เลื่อนหลุดทลายลงดิ่งตรงลงมายังร่างพญากุมภีล์ที่ไม่สนใจแม้แต่จะหันขึ้นไปมอง บุรุษสูงใหญ่วิ่งตรงเข้ามาคว้าร่างบางและกระโจนหนีออกมาก่อนที่แผ่นหินยักษ์จะตกลงมาทับได้อย่างเฉียดฉิว เสียงถล่มรุนแรงยังคงดังต่อเนื่องอีกหลายวินาทีจนฝุ่นอบอวลไปทั่ว

เมื่อเสียงเงียบลง กลางท้องพระโรงที่เคยงดงามบัดนี้กลายเป็นกองหินขนาดใหญ่ที่หล่นลงมา คบเพลิงยังคงให้ความสว่างอยู่รอบผนังเพียงฝั่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ บานประตูที่เปิดออกสู่ท่าน้ำถ้ำทองก็ยังคงไม่ถูกหินถล่มใส่ พญากุมภีล์ซึ่งยังคงมึนงงเริ่มยันกายลุกขึ้นมาได้ เขามองเห็นร่างไกรทองยังนอนนิ่งอยู่หน้าประตูที่เดิมพร้อมกับดาบปักอยู่ที่ท้อง เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งตรงเข้าไปอุ้มร่างที่สิ้นสติขึ้นมาด้วยแขนข้างขวาที่ยังคงขยับได้เพียงข้างเดียว

“ไกร! อย่า...อย่าเพิ่งตาย”

“ไม่...ตายหรอก”

เด็กหนุ่มกระซิบ ดวงตาที่ปิดไปเมื่อครู่ค่อยลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า โชคดีเหลือเกินที่ไกรทองใช้มือซึ่งพันรอบด้วยประคำปลุกเสกอินทรนิลคว้าปลายดาบคมกริบเพื่อลดแรง คมดาบจึงปักลงไปไม่ลึกมากนักแต่ก็ยังมากพอที่จะทำให้ขดลำไส้สีชมพูไหลออกมานอกบาดแผลเมื่อถอนดาบออกไป เห็นดังนั้นชาละวันก็รีบหยิบผ้ามาพันรอบหน้าท้องเก็บลำไส้เสียให้เข้าที่ก่อนกอดเด็กหนุ่มไว้แน่นแนบอกด้วยความดีใจ

“ฮึก...พอเถอะไกร อย่าให้เราต้องช้ำใจอย่างนี้อีกเลย”

พญากุมภีล์สะอื้นไห้ ฝ่ายเด็กหนุ่มเองได้เห็นก็คลี่ยิ้ม เขาเอื้อมมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้อย่างอาทร แต่สักพักก็นึกบางอย่างขึ้นได้

“ชาละวัน เมื่อกี้ข้าได้ยินเสียงพี่ขาล รีบไปช่วยก่อนเถอะ”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับทราบ เขาวางร่างของไกรลงนอนและหันกลับไปยังกองซากหินมากมายเบื้องหลัง ฝุ่นที่ฟุ้งตลบทำให้ต้องเดินผ่านม่านหมอกเข้าไปอย่างทุลักทุเล เมื่อเห็นธารเลือดไหลมาจรดที่ปลายเท้าจึงรีบตรงไปด้วยใจที่แกว่งรัว ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าแทบทำให้หยุดหายใจ

“อ...ออกหลวง!

บุรุษสูงใหญ่ที่เคยสง่างามน่าเกรงขามและเปี่ยมอิทธิฤทธิ์ บัดนี้นอนนิ่งอยู่ภายใต้กองหินนับไม่ถ้วน แขนข้างซ้ายขาดหายไปตั้งแต่เหนือศอกเผยเห็นกระดูกขาวโพลนและเลือดไหลนอง ขาซ้ายบัดนี้ถูกหินใหญ่ทับแน่น แม้พญากุมภีล์จะพยายามยกหินออกไปแต่ก็ไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย จะดึงร่างออกมาก็ไม่อาจเอาชนะแผ่นหินยักษ์ได้

“อย่าตระหนกไปเลย”

เสียงทุ้มกระซิบ

ชาละวันเห็นดังนั้นก็วาดมือลูบไปที่ใบหน้าซึ่งบัดนี้มีเพียงตาขวาจ้องมองมาอย่างอ่อนระโหย

ออกหลวงเมื่อเห็นใบหน้างามอาบน้ำตาก็รีบยกมือขึ้นหมายจะเช็ดน้ำตาให้ ในครั้งแรกเขายกแขนซ้าย แต่เมื่อพบว่าไม่มีแขนข้างนั้นเสียแล้วจึงยกแขนขวาขึ้นมาเสียแทน

“เจ็บไหม จริงสิ! เจ้ามีน้ำฝิ่น!

บุรุษสูงใหญ่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

“เจ้า...จำได้แล้ว เมื่อครู่ก็เรียกเราว่าออกหลวง”

ชาละวันไม่ได้ตอบคำถามนี้ เขาสอดมือเข้าไปในเสื้อของออกหลวงหยิบขวดเงินออกมาเปิดฝาและดื่มน้ำฝิ่นขมจัดก่อนโน้มใบหน้าลงป้อนให้อย่างรวดเร็ว ฝ่ายออกหลวงเมื่อได้รับยาก็คลี่ยิ้มขอบคุณอย่างนุ่มนวล เป็นรอยยิ้มเมตตาที่เปี่ยมด้วยความอาทรราวกับมารดา

“ไกรล่ะ”

“เจ้ายังมีใจจะห่วงคนอื่นอีกรึไง ไกรก็เหมือนกัน บอกให้มาหาเจ้าเนี่ย!

เสียงแหบพร่าขบขัน

“รีบไปเถิด ถ้ำนี้จะถล่มลงมาอีกระลอก รีบพาไกรหนีไป”

“แต่ว่าเจ้า...”

“เราคงไม่อาจออกไปจากแผ่นหินนี่ได้ ไปเถิดยอดรัก ยอดปรารถนาของเรา”

ชาละวันขนลุกวาบ สายน้ำตาของเขายิ่งหลั่งไหลหนักหน่วงราวกับห่าฝน ชายหนุ่มพยายามเคลื่อนย้ายแผ่นหินอีกครั้งด้วยอาคมทั้งหมดที่มีแต่ก็ไม่อาจเคลื่อนได้เลยแม้แต่น้อย เมื่อหันไปพยายามดึงร่างของออกหลวงอีกครั้งแต่แผ่นหินที่ทับอยู่บนท่อนขาก็แทบจะตัดขาให้ขาดเป็นชิ้น สร้างความเจ็บปวดจนแม้ได้น้ำฝิ่นแล้วก็ยังต้องกัดฟันอย่างอดทน

“เรา...เราจะไปตามคนมาช่วย”

“ไม่จำเป็น”

“จะไม่จำเป็นได้ยังไง! เจ้ายังไม่เคยได้รักกับเราสักครั้ง! ตลอดมาทำไมเจ้า...”

“เราบนบานไว้”

ออกหลวงกระซิบ

“การที่ได้พบเจ้าแต่ไม่อาจมีวาสนาร่วมกันได้อาจเป็นเพราะเคราะห์กรรมที่เราเพิกเฉยนิ่งดูดายเลื่อมลายวรรณเมื่อครั้งนั้น นางจระเข้สาปแช่งเราว่าอย่าให้ชาตินี้ได้มีโอกาสสมหวังในรักอีกเลย เราจึงบนบานไว้ว่าหากเราประพฤติตนในธรรมไม่ข่มขืนใจใคร ไม่ดูแคลนสตรีใด ขอให้สักวันได้พบกับรักแรกคือพญากุมภีล์ที่แสนงามอีกครั้ง และในที่สุดก็ได้พบ”

ชาละวันนิ่งฟังอย่างตกตะลึง

“เจ้าก็เลย...ไม่ขืนใจเรา”

“เราจะกอดเจ้าให้สมรักต่อเมื่อได้รับอนุญาตเท่านั้น ยอดรัก”

ใบหน้าบุรุษสูงใหญ่เริ่มซีดลงทุกขณะเนื่องแต่สายเลือดที่ไหลไม่หยุดจากทั้งแขนที่ขาดและขาที่แหลกละเอียด ชาละวันเห็นดังนั้นก็ครุ่นคิดในเสี้ยววินาที เขาเปิดจุกขวดและสูดกลิ่นพิศวาสอย่างรวดเร็วสร้างความตกตะลึงให้บุรุษที่นอนนิ่งจนพูดไม่ออก เด็กหนุ่มเปลื้องอาภรณ์เบื้องล่างและไล้เลียนิ้วมือก่อนวาดลงเบื้องหลังเพื่อนวดคลึงเปิดทาง ริมฝีปากก็โน้มลงโลมเล้าผิวกายของออกหลวงจนเริ่มเชิดคอดั่งอสรพิษแผ่แม่เบี้ย

“ช...ชาละวัน”

“เราอนุญาตให้เจ้าร่วมรักกับเรา”

พญากุมภีล์พรายกระซิบ เขาขึ้นคร่อมเหนือร่างที่นอนอยู่และบดกายรับความร้อนแข็งเบื้องล่างอย่างวาบหวาม แรงบดเบียดใหญ่โตผ่านลึกจนเหมือนถูกดันไปถึงลำคอ ผิวกายอ่อนนุ่มลื่นไหลพาให้จังหวะควบขี่เร่งเร้าอารมณ์ได้อย่างง่ายดาย

ออกหลวงพิศร่างที่ขาวกระจ่างงดงามก็เปี่ยมสุขเหลือล้น เขารู้สึกได้ว่าอารมณ์กระพือพัดรุนแรง จนเมื่อบั้นท้ายงามเร่งจังหวะบดลึกและถอดถอนก็ไม่อาจห้ามความปรารถนาได้อีกต่อไป สายน้ำรักพวยพุ่งฉีดแรงในกายจนพญาชาละวันเสียวซ่านและปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเองได้เช่นกัน

“อา...นี่ฝันไปหรือเปล่า”

เสียงทุ้มกระซิบเอ่ย ออกหลวงสั่นสะท้านไปทั้งกายจากความสุขเปี่ยมล้นจนลืมกระทั่งความเจ็บปวดทั้งมวลที่แทบทำให้เขาสิ้นสติเมื่อครู่

ร่างขาวกระจ่างค่อยๆ ถอนกายออกอย่างเชื่องช้า ชาละวันก้มลงมองดูสายธารสีน้ำนมที่ไหลหลั่งลงมาอาบต้นขาเป็นหลักฐานชัดเจนว่าบัดนี้เขาได้เป็นเมียของบุรุษผู้นี้โดยสมบูรณ์แล้ว ชายหนุ่มโน้มลงจุมพิตดื่มด่ำเนิ่นนานราวกับสั่งลาก่อนจะถอนริมฝีปากออกมาและซบใบหน้านอนนิ่งบนแผ่นอกที่มีบาดแผลไฟลวกไม่หาย

“ขอบใจชาละวัน ยอดปรารถนาของเรา ให้เราได้ตายอย่างสงบที่นี่เถิด”

“เราสัญญา...”

ชาละวันเอ่ย เขายันกายลุกขึ้นแต่งองค์โดยที่ยังคงจับจ้องร่างที่ทอดกายอยู่ไม่ห่างตา

“เราสัญญาว่าชาติหน้าจะรักเจ้า ชาติหน้าจะเป็นเมียเจ้า”

“หึ...ชาติหน้าเชียวหรือ”

“ก็อีกไม่นานหรอก”

ได้ยินดังนั้นออกหลวงถึงกับคลี่ยิ้ม เขาหลับตาลงอย่างสงบโดยมีสายน้ำตาไหลอาบแก้ม ริมฝีปากที่ซีดเซียวกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงลมไหว

“รักเจ้าเหลือเกินชาละวัน...ยอดรัก”

ใบหน้าขาวกระจ่างหลั่งน้ำตาราวกับสายฝน เขาตัดสินใจหันหลังเดินกลับมาทางบานประตู อุ้มร่างของไกรด้วยแขนเพียงข้างเดียวอย่างทุลักทุเลและรีบวิ่งตรงออกจากถ้ำทองซึ่งกำลังจะถล่มลงมา

“ชาละวัน แล้วพี่ขาลล่ะ”

“ตายแล้ว”

ชายหนุ่มสรุปเพียงสั้นๆ ไกรทองได้ยินดังนั้นก็ถึงกับร่ำไห้ราวกับเด็กน้อย

“ฮึก...พี่ขาลเขารักเอ็งมากนะรู้มั้ย พี่เขาบอกหรือยังว่าที่เยดเอ็งไม่ได้ทั้งที่รักเหลือเกินเพราะ...”

“รู้แล้ว...เรารู้แล้ว”

ชาละวันตัดบท เขาคิดว่าโชคดีเหลือเกินที่เสียงร้องไห้ของไกรทองดังลั่น เพราะหากเบากว่านี้คงไม่สามารถกลบเสียงร่ำไห้ของเขาได้เป็นแน่

สวัสดีค่ะ

พรุ่งนี้ (เสาร์ 13 มิ.ย.58 เวลา 8.00น.) จะเปิดจองหนังสือหลังร้างมา 6 ปีค่ะ ไกรทองกับรามเกียรติ์มีของแถม 200 เล่มแรกเท่านั้นนะคะ เปิดจองไปเรื่อยๆ จนจะหมดค่ะ (ตามอารมณ์ Blueฯ งานกลับมายุ่งเมื่อไรหมดเมื่อไรก็เมื่อนั้น) ส่วน Sweetฯ รอบนี้เป็น limited 50 ชุดยก 4 เล่ม ท่านที่ต้องการซื้อแยกเล่มสามารถรอรอบต่อไปประมาณเดือนสิงหาคมค่ะ

“ไกรทองจบดี” ค่ะ อยากเรียนให้ทราบสั้นๆ เพียงเท่านี้ ดีในความคิด Blueฯ หมายถึงปมทั้งหมดในเรื่องได้รับการคลี่คลายแล้วและเมื่อจบก็ยังรู้สึกอยากกลับมาอ่านต่อในอนาคต ไม่ได้กรีดหัวใจคนอ่านจนชอกช้ำขนาดนั้นค่ะ ตอนหน้าจบแล้วนะคะ เป็นเหตุการณ์หลังจากวันนี้ไปอีก 5 ปีค่ะ

สำหรับท่านที่จองไกรทองฉบับหนังสือ จะมีตอนพิเศษอีก 1 ตอนซึ่งจะไม่ลงในบล็อก เป็นตอนของลูกชายชาละวันเมื่ออายุ 16 ปีค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาถึงตอนรองสุดท้าย พรุ่งนี้พบกันวันเปิดจองวันแรกนะคะ ขอให้มีความสุขกับนิยายของ Blueฯ ค่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet

อยากอ่าน ชาติหน้า ชาติของออกหลวงกับชาละวัน T_T ตลอดมาเขาเชียร์คู่นี้แทนคู่เอก โฮฮฮฮฮฮฮฮ  (แต่คู่เอกก็เชียร์นะ แค่มีใจให้ออกหลวงมากกว่า)

#3 By PERTH (61.90.56.84|61.90.56.84) on 2015-06-18 17:37

ติดตามข่าวสารการจองที่ page พี่เลยค่ะ https://www.facebook.com/BlueAgeha เวลากดสั่งซื้อที่นี่นะคะ http://scarletpublishing.lnwshop.com/category/7/blue-ageha 
เมื่อวาน sweet limited หมดใน 3 นาที ไกรหมดใน 3 ช.ม. และรามเกียรติหมดใน 4.5 ช.ม.ค่ะ

#2 By BlueAgeha on 2015-06-14 10:06

พี่บลูคะ อยากรู้ว่าจองยังไงเหรอคะ อยากได้มากๆเลยเรื่องนี้ ถ้ายังไงขอลิ๊งค์ หรือวิธีหน่อยนะคะ cry

#1 By MaIZaZAX on 2015-06-14 08:08