หลังงานศพของท้าวรำไพอัยกาในราชาแห่งถ้ำทองพญากุมภีล์ชาละวันผ่านพ้น ชาละวันก็เก็บตัวในถ้ำลึกเพื่อบำเพ็ญศีลตลอด 7 วันโดยไม่ออกมาพบเจอใคร นางวิมาลาและตะเภาทองจัดแจงบัญชาให้เหล่าโยธาตั้งรับเตรียมพร้อมหากว่าหมอจระเข้บุกลงมาในเวลานี้ พวกหล่อนร้อนใจเหลือเกินที่พี่หญิงใหญ่ซึ่งเคยเป็นผู้บัญชาการไม่อยู่

“ทำอย่างไรดีตะเภาทอง ข้าห่วงพี่หญิงเหลือเกิน”

วิมาลากระซิบ ฝ่ายตะเภาทองที่ยังคงนิ่งสงบก็พิจารณาอย่างรอบคอบ เมื่อเกิดปัญญาหล่อนจึงหันไปสบใบหน้างามที่กำลังตระหนกตื่น

“วิมาลา ข้าว่าจะขึ้นไปบนฝั่งแล้วตามหาพี่หญิง เจ้าอยู่ที่ถ้ำทองนี่คนเดียวได้ไหม อย่างน้อยข้าเป็นมนุษย์ยามขึ้นไปคงไม่มีใครฆ่าข้าได้ หากไม่กลับมาก็จงรู้ไว้ว่าข้าไม่ได้ทอดทิ้งเจ้าไว้กับชะตากรรม แต่เป็นเพราะข้าได้สิ้นชีพไปแล้ว”

“ตะเภาทอง!

วิมาลาหน้าตื่น อีกฝ่ายก็ได้เพียงยิ้มงามอย่างไม่ร้อนใจ

“หากต้องตกเป็นของชายอื่นข้าก็ยินดีตาย เมื่อได้เป็นเมียเจ้าพี่แล้ว ได้อยู่กับพี่หญิงและเจ้าแล้ว ข้าก็ไม่ปรารถนาจะใช้ชีวิตที่เหลือกับใครอื่นอีก”

นางวิมาลาได้ยินดังนั้นก็ถึงกับร่ำไห้ หล่อนโอบกอดเพื่อนสาวไว้แน่นราวกับจะจากลา ตะเภาทองเองก็กอดร่างสั่นเทาของสหายรักไว้เช่นกัน

“ถ้าอย่างนั้นข้าฝากเจ้าตามหาพี่หญิง...”

“ไม่ต้องตามหาข้าหรอก”

เสียงนุ่มหวานชดช้อยเอ่ย ร่างนางเลื่อมลายวรรณที่งามหมดจดปรากฏขึ้นตรงหน้าพาให้เมียรองทั้งสองแทบไม่เชื่อสายตา พวกหล่อนตรงเข้าไปโอบกอดและซบบนเนินอกอวบอิ่มพลางร้องไห้จ้าอย่างยินดี

“พี่หญิงปลอดภัย!

เลื่อมลายวรรณโอบแขนงามปลอบขวัญน้องหญิงทั้งสอง ดวงตาทรงเสน่ห์กรีดไปรอบกายก็ไม่เห็นภัสดาที่หล่อนมองหา

“เจ้าพี่ชาละวันล่ะ” หล่อนเอ่ยถาม

“เจ้าพี่จะถือศีลขังตัวอยู่ในถ้ำไม่พบใคร 7 วันเพื่อฟื้นพลังเจ้าค่ะ”

วิมาลารายงาน เลื่อมลายวรรณได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสองแพร่งอยู่ในใจ หากภัสดาของหล่อนฟื้นพลังได้สำเร็จคงไม่พ่ายให้กับหมอจระเข้ที่บาดเจ็บสองคนหรอก แต่สำหรับขุนขาณคีรินทร์อาจจะลำบากไปบ้าง เมื่อใคร่ครวญเป็นการดีหล่อนจึงเชิญให้เมียรองทั้งสองนั่งลง

“ฟังข้านะวิมาลา ตะเภาทอง”

“จ้ะพี่หญิง”

นัยน์ตาพราวของทั้งสองพาให้เลื่อมลายวรรณตาพร่า หล่อนแสนละอายแต่ก็ไม่อาจปล่อยให้นางทั้งสองที่หล่อนรักใคร่เอ็นดูต้องตกอยู่ในมือหมอจระเข้เถื่อนได้

“หากเจ้าพี่ชาละวันพลาดพลั้ง เจ้าสองคนจงไปหาองครักษ์ของออกหลวงขาณคีรินทรเทพและจงให้องครักษ์ทั้งสองดูแลเจ้าเสียแทน พวกนั้นเป็นสุภาพ