เสียงนางวิมาลาและนางตะเภาทองร้องไห้โศกาดังลั่นไปทั่วถ้ำทองจนฝ่ายเมียใหญ่ถึงกับขมวดคิ้วอย่างกลัดกลุ้ม หล่อนครุ่นคิดถึงอาการของพญาชาละวันที่ยังไม่สู้ดีนักและรับทราบจากออกหลวงว่าหมอจระเข้ที่จัดการพญากุมภีล์จนงอมพระรามขนาดนี้ยังไม่ตายแถมยังมีลูกศิษย์อีกคนเสียด้วย หากรอถึงคืนเดือนมืดครั้งหน้าเห็นทีลูกศิษย์คนนี้อาจจะบุกลงมาจัดการชาละวันที่ยังบาดเจ็บอยู่เป็นแน่

“ฮือ...จะทำอย่างไรดีพี่หญิง! ถ้าเกิดเจ้าพี่ตายไป...”

“เงียบเสียวิมาลา! ไม่เห็นรึว่าอาการเจ้าพี่ดีขึ้นแล้ว เหลือเพียงรอให้แผลภายในที่โดนไฟอาคมหายดีเสียก่อน”

“แล้วยังแผลต้องหอกที่ต้นขา...”

“อีกไม่นานก็หายแล้วล่ะ นั่นมันหอกสัตตโลหะเชียวนะ ต้องใช้เวลาฟื้นตัวหน่อยสิ”

แม้จะได้ฟังดังนั้นแต่วิมาลาก็ยังคงร่ำไห้ต่อไปไม่หยุด

ฝ่ายนางตะเภาทองกลับนิ่งเงียบด้วยสีหน้าวิตก หล่อนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงขยับพับเพียบคลานเข่าเข้ามาใกล้เลื่อมลายวรรณที่เอนกายพิงหมอนและพัดวีอยู่อย่างสงบ

“พี่หญิงเจ้าคะ หากพ่อข้าจ้างหมอจระเข้มาเพราะต้องการแก้แค้นที่เจ้าพี่พาตัวข้ามา ข้ายินดีกลับขึ้นไปที่บ้าน บางทีพ่ออาจจะยกเลิก...”

“เจ้าจะกลับไปเสียก็ได้หากว่าไม่เหลืออะไรให้อาวรณ์ที่ถ้ำทองนี่”

เลื่อมลายวรรณเปรย หล่อนกรีดดวงตาคมกริมที่งามอย่างน่าฉงนมองใบหน้าหวานซึ้งของตะเภาทอง ฝ่ายหญิงสาวได้ยินพี่ใหญ่เอ่ยดังนั้นก็น้ำตาไหลปรี่ ร่างบางคลานเข้าไปซบแนบเนินอกนูนแน่นที่พันผ้าแถบไว้อย่างโศกเศร้า

“พี่หญิงก็ทราบว่าข้าไม่อยากกลับไป ข้าปรารถนาจะอยู่ปรนนิบัติเจ้าพี่ชาละวันที่เมตตาข้า และข้าอยากอยู่เคียงข้างพี่หญิงที่รักใคร่ทะนุถนอมข้า อยากอยู่กับวิมาลาสหายรักของข้า หากกลับไปก็ต้องถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ข้าไม่ได้รักชอบ”

หล่อนโอบเอวเมียเอกแน่นด้วยน้ำตา ฝ่ายวิมาลาได้ยินดังนั้นก็รี่เข้ามาโอบทั้งสองไว้และร่ำไห้เช่นกัน

เลื่อมลายวรรณเห็นเมียรองทั้งสองตระหนกตื่นก็แสนเวทนา หล่อนจำต้องปกป้องทั้งภัสดาและเมียทั้งสองในฐานะเมียเอกให้ได้ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดเห็นทีจะไม่พ้นขึ้นไปกำจัดหมอจระเข้ที่บัดนี้คงอาการสาหัสเช่นกัน

ภายในหมู่เรือนของเศรษฐีค