“สูดกลิ่นนี้ชาละวัน”

“อะไร”

“ไม่ใช่เรื่องที่จะมาอธิบายตอนนี้!

ท่าทางร้อนใจของออกหลวงพาให้ชาละวันยอมตาม เขาสูดกลิ่นและรู้สึกมึนราวกับตกลงในหุบเหวลึก ในหัวหมุนติ้วและปวดหนึบก่อนที่ความร้อนจากไฟจะลดลงอย่างไม่น่าเชื่อจนเผลอคิดไปว่ายาดมนี้อาจจะเป็นยาถอนพิษประคำปลุกเสก

“ถ้าคิดว่านี่คือยาถอนพิษล่ะก็ผิดแล้ว นี่เป็นพิษร้ายที่ทำให้เลือดในตัวลดแรงฉีดลงจนไม่อาจเดินทางไปถึงหัวใจได้ หากสูดกลิ่นมากเกินไปก็จะหมดสติและตาย เราเอาไว้ใช้วางยาพิษเวลาที่ไม่ต้องการให้ตรวจพบในอาหาร”

ชาละวันถึงกับกลั้นหายใจเมื่อได้ยินแต่ออกหลวงก็ยกมือปิดปากบังคับให้เด็กหนุ่มสูดเข้าไปอีก แม้จะดิ้นพล่านแต่ยามนี้ไม่อาจสู้แรงของบุรุษเบื้องหน้าได้แม้แต่น้อย

“เจ้าคนเลว! เจ้า...ฆ่าเราด้วยวิธีต่ำช้า...”

เด็กหนุ่มใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่เชื่อใจเชือดเฉือนวิญญาณไม่เท่าถูกทรยศ ชาละวันจ้องใบหน้าออกหลวงอย่าเคียดแค้นแต่อีกฝ่ายกลับมองลงอย่างอาทร

“อย่าดื้อดึงนักเลยพญากุมภีล์ ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าไฟนอกร่างเจ้าดับแล้ว”

ฟังดังนั้นชาละวันจึงเพิ่งสังเกตและเป็นจริงดังว่า เด็กหนุ่มยอมสงบและกลับมาสูดกลิ่นอีกครั้ง ออกหลวงเห็นท่าทางว่าง่ายก็ค่อยโล่งใจ ชายหนุ่มสูงใหญ่ปลดผ้าขัดเอวและผ้านุ่งออก เขาทอดกายนอนลงเคียงข้างพญาชาละวันที่ผิวกายเปลือยเปล่า แขนแกร่งโอบแผ่นหลังเด็กหนุ่มแนบชิดในอ้อมกอดโดยยังคงถือขวดยาให้สูดกลิ่นอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายชาละวันที่เห็นอีกฝ่ายปลดอาภรณ์เบื้องล่างก็คิดได้อย่างเดียวว่าพรหมจรรย์ของเขาไม่ปลอดภัยแน่

“คิดจะทำอะไรออกหลวง! ยามหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ยังคิดจะทวงรางวัลอีกรึไง!

“แสดงว่าเจ้าคิดจะมอบรางวัลเป็นพรหมจรรย์ให้เราอยู่แล้วหรือพญากุมภีล์”

“ไม