เวลาบ่ายโมงครึ่งท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยตัวลงในนิวยอร์ค ชายหนุ่มวิ่งตรงมายังร้านน้ำชาสไตล์ยุโรปซึ่งบัดนี้ร้างผู้คน เขาจัดแจงเลือกนั่งยังเก้าอี้นวมบุหนังเพื่อไม่ให้หยดน้ำที่เกาะเสื้อผ้าย้อมโซฟาบุผ้าเป็นรอยด่าง แต่พอลงนั่งก็นึกขึ้นได้ว่าเสื้อสูทกีตอนสีกลีบบัวเปียกชื้นอยู่พอสมควรจึงจัดแจงลุกขึ้นถอดและไปแขวนไว้ยังราวแขวนสูทสำหรับลูกค้าหน้าร้าน

หลังจากกลับมาทรุดกายลงนั่งอีกครั้ง บริกรหนุ่มก็เดินตรงเข้ามาวางเมนูให้อย่างมารยาทงาม

“เลือกได้แล้วเรียกนะครับ”

เขาเอ่ยด้วยเสียงเรียบ

ฝ่ายจิโน่เงยหน้าขึ้นดูก็เห็นว่าเป็นชายหนุ่มเชื้อสายเอเชียโจทก์เก่าครั้งก่อน เพื่อนสนิทของการีโน่นั่นเอง ดวงตาเหลือบมองไปยังป้ายชื่อจึงทราบว่าเด็กหนุ่มคนนี้นามว่าโทนี่

“ผมไม่ถนัดเรื่องชา คุณช่วยเลือกให้หน่อยได้ไหมครับโทนี่”

“ถ้าคุณไม่คิดจะเอาสูทสีชมพูอ่อนกลีบบัวนั่นมาใส่ตอนดื่มชา ผมแนะนำเอิร์ลเกรย์อุ่นๆ ในยามบ่ายวันฝนพรำ”

“แล้วการีโน่ล่ะครับ ไม่มาทำงานเหรอ”

โทนี่ยิงดวงหน้าไร้อารมณ์ใส่พร้อมกับระบายไว้บนสีหน้าว่า “ธุระไม่ใช่”

“เอาไหมครับ เอิร์ลเกรย์”

“ผมอยากได้การีโน่”

“ทำตัวดีๆ หน่อยซินยอร์กีตอน”

“ผมชื่อจิโน่”

“ไม่มีใครสนใจชื่อคุณหรอก สูทกีตอนมันดูดีกว่าหน้าคุณเยอะ ตกลงจะเอาไหมครับเอิร์ลเกรย์”

ท่าทางเหมือนจะท้าทายแต่ไม่ท้าทายบนใบหน้าเฉยชาไร้อารมณ์ทำให้ชายหนุ่มหงอยไปพอสมควรราวกับสุนัขที่ไม่มีใครสนใจ ระหว่างที่ทำท่ายโสโอหังพลิกเมนูรายชื่อชาที่อ่านไม่รู้เรื่องต่อ คนที่คิดถึงก็เปิดประตูเข้ามาจากทางหลังร้านพอดี

“การีโน่!

ชายหนุ่มยิ้มร่าและร้องทักเสียงหลง เขาหันไปสั่งเอิร์ลเกรย์แก่โทนี่เพื่อหวังปัดเป่าวิญญาณร้ายตัวนี้ไปให้ไกลเสียก่อน ฝ่ายโทนี่เมื่อรับออร์เดอร์ก็เดินกลับเข้าไปหลังเคานท์เตอร์ตระเตรียมชา แตะมือเปลี่ยนตัวกับชาร์ลีที่ยังผูกผ้ากันเปื้อนไม่เสร็จดี

“สูทกีตอนสีกลีบบัวเหรอครับ เปียกมากไหมครับ ให้ผมเอาไปส่งร้านซักแห้งให้ไหม”

เด็กหนุ่มหันไปมองสูทที่แขวนอยู่ด้วยความเป็นห่วงจนแทบจะไม่มองหน้าเจ้าของสูทด้วยซ้ำ

“คุณน่าจะห่วงว่าผมจะเป็นหวัดหรือเปล่ามากกว่านะครับการีโน่”

“ไม่มีใครห่วงคุณหรอก สูทกีตอนน่าห่วงกว่าเยอะ”

ชาร์ลีตอบด้วยคำคุ้นเคยเหมือนจิโน่เพิ่งได้ยินมาเมื่อครู่

ชายหนุ่มเอนหลังลงและระบายลมหายใจอย่างเง้างอนพอเป็นพิธี เขา