เด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งอ้าปากเหวอจนข้าวแทบร่วงจากปากเมื่อเห็นบุคคลที่คาดไม่ถึงอยู่ตรงหน้า ระหว่างตั้งสำรับมื้อกลางวันที่ศาลาริมน้ำเช่นเคย ไกรทองที่เพลินอยู่กับการกินก็ได้รับแจ้งจากนางบ่าวว่ามีแขกจากนนทบุรีมาขอพบเขา นึกไม่ถึงว่าจะเป็นคนที่ทำให้กลืนข้าวไม่ลงได้เลยทีเดียว

“อ...อาจารย์คง”

“เออสิวะ ไอ้ไกร”

ชายสูงวัยรูปร่างสูงใหญ่มีผิวกายอัดแน่นไปด้วยรอยสักสีดำสนิทน่าครั่นคร้ามทั่วทั้งตัว แม้อายุอานามจะเข้าวัยสี่สิบปีแล้วแต่วิชาอาคมแก่กล้าและฝีมือด้านบู๊ที่ไม่เป็นรองใครทำให้ใบหน้าและร่างกายยังคงกำยำน่าเกรงขามและอ่อนกว่าวัยอยู่โขราวกับเป็นพี่ชายของไกรทองก็ไม่ปาน ด้วยรูปร่างเล็กปราดเปรียวและใบหน้าเหี้ยมประดับแนวกล้ามเนื้อกับบาดแผลรอบตัวเป็นเครื่องยืนยันความเป็นหมอจระเข้เลืองนามที่มีฝีมือเป็นเลิศไม่มีใครในแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขาไม่ได้สวมชุดยันต์สีแดงเช่นไกรทองแต่กลับสวมเสื้อผ้าป่านบางและขัดโจงกระเบนเหน็บสั้นพร้อมทั้งสะพายย่ามไว้ข้างกาย ลำคอมีลูกประคำปลุกเสกซึ่งเปี่ยมอิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าของที่ให้ลูกศิษย์ยืมมา เบื้องหลังเหน็บหอกยาวที่พันทับไว้ด้วยผ้าฝ้าย ไรคิ้วขมวดมุ่นขึงขังราวกับจอมขมังเวทย์ ยิ่งเมื่อพิจารณาดวงตาดุดันก็ยิ่งน่าครั่นคร้ามไม่ต่างจากเผชิญหน้ากับจระเข้

“ได้ข่าวมาว่าเอ็งเสียท่าชาละวัน”

อาจารย์ทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง เด็กหนุ่มจึงจัดแจงคดข้าวใส่ใบตองยื่นให้พร้อมกับยกขันน้ำใบเล็กมาวางเป็นอย่างดี

“อาจารย์ได้ยินไม่ผิดหรอก ข้าคิดว่าจะกลับนนทบุรีเสียดีกว่า อย่าปราบมันเลย เดี๋ยวมันก็แก่ตายไปเองแหละ”

“ไอ้ปอดแหกนี่!

อาจารย์ยกมะเหงกขึ้นเคาะกะโหลกเด็กหนุ่มจนเสียงดังลั่น

“อูย...อะไรล่ะอาจารย์”

“ถ้าเอ็งปราบไม่ได้ ข้าจะไปปราบให้เอง”

“หา...อาจารย์อยากได้ลูกสาวเศรษฐีคำเป็นเมียขนาดนั้นเชียว”

อีกฝ่ายเงื้อมือจะเขกกบาลอีกรอบจนเด็กหนุ่มหลบพัลวัน

“ไอ้นี่ลามปาม ข้าน่ะดูแลเอ็งมาเหมือนลูกเหมือนหลาน พอได้ยินว่าเอ็งเสียท่าก็เลยจะรีบมาช่วย ขืนเอ็งตายไปก็ไม่มีใครดูแลสำนักหมอจระเข้ต่อสิวะ”

“แต่ถ้าอาจารย์ตายจะแย่กว่าน่ะสิ”

ฝ่ายอาจารย์หยุดมองใบหน้าเด็กหนุ่มนิดหนึ่ง เขาถอนลมหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยซึ่งทำให้ไกรทองรู้สึกถึงกระแสประหลาด

“อย่าบอกนะว่าอาจารย์คิดจะมาตายแทนข้า”

“ไม่ได้มาตาย! แต่ชาละวันมันคงเกินมือเอ็ง รีบกินข้าวให้เร็ว เดี๋ยวข้าจะไปไหว้เศรษฐีคำแล้วบอกว่าจะจัดการชาละวันให้เอง พรุ่งนี้ก็เดือนมืดแล้ว ไม่รีบจัดการก็ต้องรอผ่านเดือนเพ็ญไปอีก”

เขาสรุป เด็กหนุ่มจึงได้แต่คอตกด้วยความกังวลยิ่งขึ้นไปอีก

ยามหัวค่ำที่สายลมเริ่มโบกเย็น เสียงหัวเราะครื้นเครงดังมาจากเรือนรับรองของบ้านเศรษฐีคำละลายความเงียบสงบของคืนเดือนเสี้ยวไปเสียสิ้น บ่ายนี้เมื่อเศรษฐีคำและออกหลวงทราบถึงการมาเยือนของอาจารย์คงจอมขมังเวทย์เลื่องชื่อแห่งนนทบุรี ทั้งสองจึงออกโรงขอรับรองเป็นอย่างดี ฝ่ายไกรทองถูกสั่งให้เตรียมเครื่องบวงสรวงเทวดาอยู่ที่ศาลาริมน้ำจึงได้แต่นอนทอดดวงตามองสายน้ำเบื้องหน้าด้วยใจหดหู่

ความร้อนรุ่มในใจไม่อาจดับได้จากสายลมที่โพยพัด ไกรทองยันกายลุกขึ้นเปลื้องผ้าจนผิวกายเปลือยเปล่า เขาเดินลงบันไดท่าน้ำลงไปแช่ตัวลดความร้อนลงได้บ้าง เมื่อคิดดูว่าหากใครสักคนต้องเพลี่ยงพล้ำ เขาก็ไม่ปรารถนาให้ทั้งอาจารย์คงและชาละวันต้องเจ็บตายไปแม้สักคน แต่ให้เขาจัดการชาละวันเองก็เหลือจะทำใจ

กระแสน้ำไหลเอื่อยส่งคลื่นใต้น้ำบางอย่างที่ทำให้เด็กหนุ่มสัมผัสได้ อึ่งอ่างที่เพิ่งตะเบ็งคอเมื่อครู่กลับเงียบลงกะทันหัน เด็กหนุ่มจ้องมองไปยังพื้นน้ำมืดมิดและเห็นบางอย่างสะท้อนแสงไฟจากในศาลา ประกายสีเหลืองทองเล็กๆ ส่องแสงวาววับอยู่กลางท้องน้ำ ร่างดำทะมึนราวกับซุงไม้แหวกธาราเข้ามาใกล้ อย่างเงียบเชียบ ฝ่ายที่มองก็ได้แต่นิ่งจ้องด้วยขนลุกชัน

“เอ็งมายามนี้ทำไมกัน”

ร่างจระเข้ยักษ์เกล็ดสีเลื่อมฟ้าเขียวปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แต่เมื่อถึงตีนบันได กายขนาดใหญ่โตก็แปลงเป็นร่างบุรุษผิวขาวละเอียดค่อยๆ เดินขึ้นมาจากน้ำ แผ่นอกเปลือยเปล่าไร้ซึ่งรอยสักช่างหมดจดน่ามอง ผ้าโจงกระเบนขัดเอวยังคงวาววับด้วยลายเลื่อมฟ้าเขียวปกปิดสัดส่วนที่ชวนให้คิดถึงไว้แนบชิดสนิทใน

“เราอยากเจอหน้าเจ้า”

“ก็ไหนเอ็งท้าทายให้ข้าลงไปหา แล้วทำไมไม่อยู่รอ...”

“ก็บอกไปแล้วว่าคิดถึง”

ใบหน้าหล่อเหลาของพญากุมภีล์แฝงแววโศกในตา น่าเวทนาเสียจนไกรทองไม่อาจปั้นใบหน้าขึงขังได้อีกต่อไป เขาก้มหน้าลงและถอดหน้ากากหมอจระเข้ออกเหลือไว้เพียงใบหน้าเด็กหนุ่มที่มีกลีบดอกพู่ระหงแดงผลิบานที่ผิวแก้มด้วยความเขินอายเท่านั้น

“อาจารย์ของข้ามาจากนนทบุรีเพื่อช่วยปราบเอ็ง ดังนั้นหนีไปเถอะ”

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาแจ้งข่าวด้วยความเป็นห่วง

พญากุมภีล์คลี่ยิ้มเยาะในโชคชะตาของตนแต่เพียงบางเบา เขาทรุดกายลงนั่งบนบันไดท่าน้ำเคียงข้างไกรทองและจ่อมขาลงแช่น้ำคลายร้อน

“พูดพล่อยๆ เราคือจระเข้เจ้าผู้ครองถ้ำทอง ไม่จำเป็นต้องหนีหรือกลัวใครหน้าไหนแม้แต่อาจารย์ของเจ้า หากคิดจะปราบ เราก็จะฉีกเนื้อมันมากินเสียให้หมด”

“นั่นอาจารย์ข้า ข้าไม่ยอมให้เอ็งทำอย่างนั้นแน่”

“แล้วอย่างไร จะปราบเราเสียตอนนี้เลยไหมล่ะไกร”

ชาละวันหนุ่มหันใบหน้ามาสบอย่างเรียบนิ่ง กลายเป็นไกรทองที่ทำหน้าโศกและขมึงเครียดจนต้องลุกพรวดขึ้นและเดินกลับเข้าไปในศาลาอีกครั้ง

“เอ็งก็รู้ว่าข้ารักข้าหลงเอ็งแค่ไหน! ข้าอยากได้เอ็งเป็นเมีย ไม่ใช่อยากฆ่าเอ็ง!

“ก็เอาสิ”

เพียงคำสั้นๆ แต่พาให้หัวใจเด็กหนุ่มพองโต เขาหันขวับกลับมามองร่างสูงสง่าเชิดใบหน้าหล่อเหลางามหมดจดที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง  พญากุมภีล์ดำเนินตรงเข้าไปในศาลาที่ปริ่มแสงตะเกียงน้ำมันสลัว ปลดผ้านุ่งออกจนเหลือเพียงผิวกายเปลือยเปล่า ทรุดกายลงนั่งยังยกพื้นซึ่งปูฟูกนอนไว้และทอดกายอย่างสงบ มือใหญ่วาดลงไล้ลูบผิวกายเบื้องล่างเพื่อปลุกให้ตื่นฟื้นขึ้นมา

ไกรทองกลืนน้ำลายเอื๊อก เขาไม่รีรอกระโจนเข้าไปหาอย่างหื่นกระหาย ผิวกายสีน้ำผึ้งเข้มขึ้นทาบทับและปล้ำจูบราวกับหิวโหยมานาน แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เพิ่งร่ำเรียนจากออกหลวง เขาจึงผ่อนจังหวะช้าและโลมเล้าปลายลิ้นพร้อมกับดูดดึงอย่างหวานซ่าน

“อืม...จูบเก่งขึ้นกว่าเดิมอีกนะ”

“เอ็งก็ยั่วขึ้นกว่าเดิมจนข้าแทบจะทนไม่ไหว”

ใบหน้างามขบขัน ชาละวันหนุ่มวาดแขนขึ้นโอบรอบลำคอและกระชากใบหน้าเด็กหนุ่มลงมากอดแนบอกไว้แน่น อีกฝ่ายก็ซบด้วยดวงตาหลับพริ้มอย่างเป็นสุข แต่ไม่นาน พญากุมภีล์กลับผลักเด็กหนุ่มลงและขึ้นทาบทับเสียแทน

“เราอยากให้เจ้ากินเราทั้งตัว”

ไกรทองได้ยินหน้าสวยๆ ยั่วยวนเช่นนี้ก็แทบหายใจหายคอไม่ออก

“ด...ได้สิ”

“เราเองก็อยากกินเจ้าเหมือนกัน เริ่มจากตรงนี้ก่อนดีไหม”

ร่างขาวกระจ่างกลับหลังหันเบี่ยงใบหน้าไปทางปลายเท้าของเด็กหนุ่ม สองขาคร่อมเหนือพักตราของไกรทองที่นอนเงยหน้าขึ้นมองเห็นความร้อนระอุลุกชันลอยอยู่เบื้องหน้า เวลาเดียวกับที่พญากุมภีล์ก้มลงจ้องมองผิวกายที่เริ่มลุกชันของอีกฝ่าย ทันทีที่พญาชาละวันไล้ปลายลิ้นปรนนิบัติดื่มกินผิวกายร้อนรุ่มของไกรทอง สะโพกงามขาวละเอียดก็บดลงให้เด็กหนุ่มได้ลิ้มรสความร้อนของตนเช่นกัน

“อ...อืม...”

ไกรทองครวญในลำคอ ความร้อนที่สอดลึกผ่านเข้ามาในริมฝีปากสร้างความอิ่มเอมไปพร้อมกับแรงดูดดึงเบื้องล่าง เด็กหนุ่มพลิกกายตะแคงตวัดร่างพญากุมภีล์ลงเอนนอนเพื่อให้กลืนกินได้ล้ำลึกยิ่งขึ้นพร้อมกันกับอีกฝ่ายที่ปรนเปรอได้ผ่านลึกจนถึงลำคอ เอวบางเผลอขยับโดยไม่รู้ตัว ยิ่งสะโพกเร่งเร้าจังหวะ ริมฝีปากก็ยิ่งอยากกลืนกินให้ลึกล้ำยิ่งขึ้นจนแทบทนไม่ไหว

อารมณ์รุนแรงพลุ่งพล่านในกายของเด็กหนุ่มราวกับพายุโหมพัด เขาพลิกกายขึ้นเป็นฝ่ายทาบทับ ถอนริมฝีปากออกและเปลี่ยนเป็นชักดึงผิวกายร้อนที่อุ่นชุ่มของพญาชาละวันเบื้องหน้าในระหว่างที่กดสะโพกเร่งจังหวะกระแทกผ่านแผ่นลิ้นและลำคอของชาละวันครั้งแล้วครั้งเล่า จนเมื่อเพลิงอารมณ์เผาจนถึงขีดสุด สายน้ำจึงล้นตลิ่งสาดเทเข้าลำคอจนพญากุมภีล์ต้องถอนใบหน้าออกมาและไอโขลก

“แค่กๆๆ....”

“เอ็งเป็นยังไงบ้าง!

เด็กหนุ่มที่เพิ่งได้สติรีบหันกลับไปหา แต่พญาชาละวันกลับเป็นฝ่ายดิ่งเข้ามากดร่างที่เพิ่งปลดปล่อยอารมณ์หมดสิ้นลงกับพื้น บุรุษผิวกายขาวกระจ่างกลืนน้ำรักอุ่นร้อนเสียสิ้นก่อนจะประทับริมฝีปากจุมพิตด้วยอารมณ์กลัดแน่นที่ยังไม่ได้ระเบิดออกมา ปลายนิ้วฉ่ำชุ่มวาดลงเบื้องล่างและบดผ่านเข้าในกายจนไกรทองสะดุ้งสุดตัว

“ท...ทำอะไร!

“เจ้าได้เราเป็นเมียเมื่อกี้แล้ว คราวนี้เป็นเมียเราบ้างสิ”

“แต่เมื่อกี้มันในปาก!

“จะปากไหนก็เหมือนกัน เจ้าก็สำเร็จสมความใคร่ได้ไม่ใช่เหรอ”

พญาชะละวันล่อลวงด้วยเสียงทุ้มเจือรสสวาท ลมหายใจระอุหอบระรัว เขาบดปลายนิ้วเพิ่มอีกเป็นสองจนเด็กหนุ่มในอ้อมกอดบิดเกร็ง แม้จะอยากประท้วงแต่ก็ซื่อเกินกว่าจะปฏิเสธความรับผิดชอบได้ หากเมื่อกี้นับว่าได้ชาละวันเป็นเมียแล้ว อีกฝ่ายก็คงอยากปลดปล่อยความใคร่ด้วยการให้เขาเป็นเมียบ้าง

“ฮ้า...แต่เอ็งทำแบบนี้ข้าก็ต้องเจ็บตัวน่ะสิ”

“จะยอมขากรรไกรค้างก็ได้นะ ก็เห็นอยู่ว่าขนาดของเราใหญ่โตแค่ไหน”

เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงความร้อนแข็งที่เบียดดันหน้าท้องอยู่ก็รู้ได้ทันที เมื่อครู่เพียงแค่ผ่านเข้ามาในปากเขายังแทบหายใจไม่ออก ครั้งนี้หากถูกทะลวงลึกถึงลำคอเห็นทีต้องแย่แน่

“ก็ได้ เพราะรักเอ็งหรอกนะถึงได้ยอม”

ชาละวันคลี่ยิ้มเมื่อได้ยิน เขาโน้มริมฝีปากลงจุมพิตดื่มด่ำพร้อมไปกับนวดคลึงผิวกายที่ยังคับแน่นของเด็กหนุ่มด้วยปลายนิ้ว แต่แม้เริ่มอ่อนนุ่มก็ยังเปี่ยมแรงรัดมากเหลือ

“อืม...ไกร เราอยากเข้าไปแล้ว”

ปลายนิ้วพยายามบดเบียดเพิ่มเป็นสามแต่ไม่สำเร็จ แม้อยากรุกรานใจจะขาดแต่พญาชาละวันก็ไม่อาจขืนใจเด็กหนุ่มได้ มีเพียงต้องโลมเล้าให้ร่างกายผ่อนลงยิ่งกว่านี้อีก

“ข้าอึดอัด...”

“อย่าต้านเราสิไกร”

พญากุมภีล์ก้มลงจุมพิตวาบหวามด้วยความเสน่หาท่วมท้น เขาพยายามรุกรานด้วยปลายนิ้วสลับถอนออก นวดเฟ้นเปิดทางอย่างใจเย็น จนเมื่อรู้สึกได้ว่าผิวกายอ่อนนุ่มเพียงพอจึงค่อยบดนิ้วที่สามผ่านเข้าไปทีละน้อย

“ด...เดี๋ยวก่อน!

“นิดเดียวเท่านั้น”

ชาละวันกระซิบ เขาเกินหักห้ามอารมณ์ได้ต่อไปอีกแล้ว บุรุษสูงใหญ่ถอนปลายนิ้วและบดแทรกความร้อนรุ่มผ่านลึกในกายเด็กหนุ่มเพียงน้อย ความอึดอัดแล่นปลาบจนฝ่ายรับน้ำตาซึม

“ฮ้า...เรารู้สึกดีมากเลยไกร ยิ่งกว่าเมียคนไหนๆ”

ฝ่ายรุกรานกระซิบด้วยเสียงกระเส่าอย่างอิ่มล้น สีหน้าสุขเต็มปรี่พาให้ไกรทองที่กำลังจะโวยต้องหยุดปากเพื่ออดทนยอมเจ็บต่อไปอีกสักหน่อย แม้เพียงปลายยอดแต่สำหรับครั้งแรกก็มากเกินกว่าจะรับไหวแล้ว จังหวะขยับเข้าออกเพียงปากทางจึงพาให้ไกรทองจุกเสียวไปถึงกลางท้อง

“อูย...ช้าหน่อยเถอะเอ็ง”

“แต่มันดี...อ...อ๊า!

ร่างของชาละวันหนุ่มสะดุ้งเฮือกเมื่อมีสัมผัสบางอย่างนวดเฟ้นเข้าที่ดินแดนเร้นลับเบื้องล่าง เขาหันไปเหลือบมองก็เห็นว่าออกหลวงตัวร้ายที่มาเมื่อไรไม่ทราบนั่งมองดูบทสวาทของสองหนุ่มอย่างรื่นในดวงตา ปลายนิ้วหนึ่งบดคลึงราวกับต้องการรุกรานดินแดนที่ไม่เคยให้ผู้ใดได้รุกล้ำมาก่อน แต่คาดว่าเพราะอาณุภาพของเขี้ยวเพชรจึงไม่อาจฟันแทงเข้าไปได้

“หยุด...หยุดเดี๋ยวนี้นะออกหลวง!

ใบหน้าขาวกระจ่างแดงจัด ฝ่ายไกรทองเห็นดังนั้นก็ราวกับถูกปลุกอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง เขาโอบร่างขาวกระจ่างที่ทาบทับเบื้องบนและกระชากดวงหน้าแดงก่ำลงมาประทับริมฝีปากปิดเสียงประท้วงราวกับยิ่งช่วยเปิดทางให้ออกหลวงโลมไล้ได้อย่างสะดวก

“ในเมื่อเธอคิดจะรุกรานไกรก็ควรจะได้รับความสุขจากการถูกรุกรานด้วยนะ พญากุมภีล์”

ฝ่ายที่ได้สดับพิโรธเสียจนต้องละริมฝีปากออกมาโวย

“แกจะบ้ารึไง ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้ามาในกายเราได้!

ออกหลวงคลี่ยิ้มเลือดเย็นเจืออารมณ์สวาทพลุ่งพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเอ่ยขอริมฝีปากชาละวันจากเด็กหนุ่มที่ถูกรุกรานเบื้องล่างชั่วครู่ มือใหญ่เชยคางรั้งใบหน้างามขึ้นมาประทับจุมพิตลากลิ้นสัมผัสเขี้ยวเพชรที่เพดานปากและว่าคาถาบูชาพระซุ้มกอจนคลายสะกดเขี้ยวเพชรได้ในที่สุด

ชาละวันถึงกับหน้าเสียเมื่อปลายนิ้วของออกหลวงรุกรานเข้ามาได้อย่างลื่นไหล แต่เขาไม่อาจขยับกายหนีได้ด้วยว่าเบื้องหน้ายังคงค้างคาอยู่ในกายของเด็กหนุ่มที่ตอดรัดได้เร้าอารมณ์เหลือประมาณ

ปลายนิ้วของออกหลวงยังคงรุกรานเร่งเร้าจังหวะไม่ขาดจนอารมณ์ของพญาชาละวันถูกตีกระเจิง แม้เขายังคงรุกรานในกายของเด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งอยู่แต่ยามนี้ราวกับถูกพลิกเป็นฝ่ายกระทำ น่าแปลกที่ได้รับการปรนเปรอเช่นนี้ยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ให้กระพือพัดรุนแรงยิ่งกว่าการเป็นฝ่ายกระทำเพียงอย่างเดียว ยิ่งเมื่อความอึดอัดจากเบื้องหลังถาโถมเพิ่มเป็นสองสาม ความรัญจวนเบื้องหน้าที่ถูกโอบรัดก็ยิ่งโหมพัดให้แทบทานทนไม่ไหว

ไกรทองมองดูใบหน้าขาวกระจ่างที่บิดเบี้ยวด้วยอารมณ์รุนแรง น้ำตาปริ่มจากดวงตาสีเหลืองทองช่างน่าเสน่หาเสียจนปรารถนาจะได้เห็นให้ยิ่งกว่านี้อีก

“ชาละวัน...ให้ข้าเป็นฝ่ายขึ้นควบเอ็งได้ไหม”

เด็กหนุ่มวอนขอและดูเหมือนออกหลวงจะมีจิตสื่อถึงไกรได้ บุรุษสูงใหญ่ช่วยกระชากร่างขาวกระจ่างให้เอนหลังเข้ามาในอ้อมกอดของตน ปลายนิ้วยังคงปรนนิบัติในกายของพญากุมภีล์เป็นอย่างดี ไกรทองยันกายลุกขึ้นมองบุรุษขาวละเอียดน่าเกรงขามถูกรุกรานจากออกหลวงก็ยิ่งรู้สึกตื่นตัวจนแทบห้ามอารมณ์ไม่ได้ เขาอยากเป็นฝ่ายรุกรานเสียเองแต่ด้วยความรับผิดชอบ ครั้งนี้จึงไม่อาจผิดวาจาที่ได้ลั่นไว้แล้วได้

ผิวกายสีน้ำผึ้งงามของไกรทองคร่อมอยู่เหนือร่างที่หอบรัว เด็กหนุ่มบรรจงบดร่างลงอย่างเชื่องช้า ลื่นไหลล้ำลึกยิ่งกว่าเดิมจนพญากุมภีล์ที่ได้สัมผัสความอุ่นแน่นแทบสำลักอารมณ์สวาท

ออกหลวงทอดดวงตามองใบหน้างามที่เปี่ยมราคะของพญาชาละวันอย่างลุ่มหลง เขาประทับริมฝีปากจุมพิตครั้งแล้วครั้งเล่าในระหว่างที่เอื้อมมือเด็ดดึงยอดอกให้พญากุมภีล์ไม่ขาด ฝ่ายไกรทองที่แม้จะดูไม่ยินดีเป็นฝ่ายถูกกระทำในหนแรกแต่เมื่อได้เห็นท่าทางยั่วสวาทของชาละวันบัดนี้กลับรื่นอารมณ์ราวกับได้เป็นฝ่ายรุกรานเสียเอง

“อืม...เดี๋ยว...ออกหลวง เราจะเสร็จ...”

“ก็เอาสิ”

เสียงทุ้มกระซิบเย้า บุรุษสูงใหญ่ส่งสายตาไปยังไกรทองซึ่งเด็กหนุ่มก็รู้งานรีบถอนกายออกและวาดมือลงโอบรัดเร่งเร้าจนชาละวันดีดอารมณ์ถึงจุดสูงสุด สายน้ำราคะพวงพุ่งพร้อมกับเสียงกรีดร้องในลำคอที่ถูกออกหลวงกลืนกินด้วยริมฝีปากไว้เสียสิ้น จนเมื่อเห็นว่าร่างขาวกระจ่างอิ่มเอมสิ้นแรงจนนอนพังพาบอยู่บนพื้น เด็กหนุ่มผิวสีเข้มจึงขยับกายขึ้นมาดึงรั้งความร้อนของตนเหนือใบหน้างามที่หอบรัว

“เอ็งเป็นเมียข้าอีกสิ”

พญากุมภีล์ผู้หยิ่งทะนงไม่อาจทานความปรารถนาได้ เขาชันศอกขึ้นเพื่อไล้ปลายลิ้นกลืนกินความร้อนดั่งท่อนทองแดงของเด็กหนุ่มที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า เวลาเดียวกับที่ออกหลวงโน้มใบหน้าไกรทองเข้ามารับจุมพิตลึกล้ำจนซ่านอารมณ์ ไม่นานนักน้ำรักร้อนก็ท่วมทะลักจนล้นริมฝีปากพญาชาละวัน เด็กหนุ่มที่ปลดปล่อยอารมณ์สาดซัดจนหมดสิ้นก็ถึงกับหมดเรี่ยวแรงทรุดกายลงไปนอนกอดร่างขาวกระจ่างด้วยความรักเหลือประมาณ

ออกหลวงมองดูร่างเปลือยเปล่าของเด็กหนุ่มทั้งสองที่นอนทอดกายอย่างสิ้นแรงก็รู้สึกพึงใจจนต้องพรายยิ้ม อารมณ์ที่อัดแน่นในกายของเขายังไม่ได้รับการปลดปล่อยแต่ก็ไม่อาจทนรอให้สงบเองไปได้ด้วยว่าภาพเบื้องหน้าเร้าอารมณ์เหลือประมาณ มือใหญ่จึงปลดผ้านุ่งออกและดึงรั้งความร้อนที่บัดนี้แข็งแกร่งเต็มมือขึ้นมา เอนหลังพิงอย่างสบายบนหมอนสามเหลี่ยมก่อนจะเริ่มดึงรั้งชักเย่ออย่างเชื่องช้า

“จริงสิพี่ขาล แล้วพี่ยังไม่...”

ไกรทองลุกพรวดขึ้นมาดูใจสหายผู้พี่ที่สอนสั่งจนเป็นงาน เมื่อเห็นว่าส่วนสัดของออกหลวงเกินกว่าที่คาดคิด เด็กหนุ่มก็ถึงกับส่ายใบหน้า

“ข้าไม่ยอมเป็นเมียพี่ตอบแทนที่สอนวิชาให้แน่พี่ขาล”

“ถ้าอย่างนั้นขอชาละวันแทนได้ไหม”

“เอ็งเอาไหม”

ไกรทองหันไปถาม ฝ่ายที่ถูกพาดพิงถึงกับลุกพรวดขึ้นมาจ้องเด็กหนุ่มตาเขียวก่อนหันไปค้อนใส่ออกหลวงอีกครา แต่เมื่อได้สบขนาดใหญ่โตในมือ พญาชาละวันก็ถึงกับขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด

“น่าสงสารเมียออกหลวง คงเหมือนต้องคลอดลูกทุกคืน”

พญากุมภีล์เสียดสีด้วยอารมณ์ริษยาในอก

ฝ่ายไกรทองหันมาพาซื่อเนื่องว่าไม่เข้าใจ แต่กลายเป็นพาให้ออกหลวงขบขันจนเผลอหัวเราะออกมา อารมณ์พิศวาสหนแรกก็เป็นอันละลายหายไปหมดจนต้องเก็บกลับเข้าผ้านุ่งไปทั้งยังไม่ได้ปลดเปลื้องแม้แต่น้อย

“พวกเจ้าสองคนช่างน่ารักน่าใคร่เสียจริง”

ออกหลวงเอ่ยด้วยเสียงทุ้มอย่างอารมณ์ดีแต่ดูเหมือนชาละวันจะไม่ดีด้วยเท่าไร

“แล้วจะเอาอย่างไรต่อไปล่ะพญากุมภีล์ ตอนนี้เจ้ามีทั้งไกรทอง อาจารย์คง แล้วยังเราอีกคน เห็นทีจะตึงมือน่าดู”

พญาชาละวันไม่ได้ตอบอย่างใด บุรุษสูงใหญ่ยันกายลุกขึ้นเผยสัดส่วนงามและผิวขาวกระจ่างที่มีรอยจุมพิตโปรยปรายก่อนเดินไปทางท่าน้ำ

“เดี๋ยวสิ เอ็งจะไปแล้วเหรอ”

ไกรทองทัดทานด้วยว่ายังอยากจูบเมียรักต่ออีกสักหน่อย

“เปล่า ไปอาบน้ำ”

เด็กหนุ่มจึงพยักหน้ารับทราบและดิ่งตรงไปยังบันไดท่าน้ำเป็นเพื่อน ทั้งสองนั่งลงแช่น้ำเย็นใจและขัดถูร่างกายเป็นที่น่าเอ็นดูแก่สายตาออกหลวงที่จับจ้องอยู่ไม่ไกลนัก

บุรุษผิวกายขาวละเอียดหันใบหน้ามาสบไกรทองและผ่อนลมหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย

“ทั้งที่เราได้เจ้าเป็นเมียแล้วแท้ๆ แต่ทำไมเหมือนเราตกเป็นเมียเจ้าเสียก็ไม่รู้”

ชาละวันบ่น เขาคิดว่าเพราะเจ้าออกหลวงตัวร้ายเป็นแน่ที่แม้จะล่วงเกินเขาเพียงนิ้วแต่ก็มากพอที่จะละลายความภาคภูมิของเขาในฐานะฝ่ายรุกไปเสียสิ้น โชคดีที่ออกหลวงไม่รุกรานด้วยงูยักษ์ร้ายที่ใหญ่โตราวกับงูหลามตัวนั้น ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่อาจเชิดหน้าเป็นผัวใครได้อีกเป็นแน่

“เอ็งอยากจะเยดข้าอีกเมื่อไรก็บอกได้ แต่ให้ข้าเยดเอ็งบ้างนะ”

ไกรทองขออย่างหน้าซื่อ บุรุษในราชสำนักอย่างชาละวันถึงกับซบใบหน้าลงบนฝ่ามืออย่างเขินอาย เขาไม่ค่อยได้ยินใครพูดอย่างนี้บ่อยนักแม้ว่าเป็นภาษาชาวบ้านสามัญก็ตาม

“เข้าใจแล้ว ไม่ต้องพูดก็ได้นะ พอดีแถวบ้านที่เราโตมาเขาใช้คำว่าร่วมหอ”

“เยดน่ะเหรอ”

“เออ นั่นแหละ!

ท่าทางเขินอายของพญากุมภีล์กระตุกหัวใจไกรทองจนแกว่งไหวในอก เขาโอบร่างขาวกระจ่างเข้าและปล้ำจูบอีกหลายต่อหลายครั้ง ถูกชกบ้างตบบ้างก็ยังหน้าทนกระเซ้าเย้าแหย่อีกอย่างไม่อาย

“เอ็งทำหน้าอย่างนี้ข้าจะไปทนไหวได้ยังไง ขอข้าเยดเอ็งเลยแล้วกัน”

“จะบ้ารึไง!

“แค่นิ้วก่อนก็ได้”

“ไอ้หมอจระเข้หื่น!

ฝ่ายออกหลวงเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มยังซุกซนเพลิดเพลินก็ถึงแก่วาระต้องลา เขาแค่อยากมาโลมเล้าพอเป็นกระษัยให้มีกำลังวังชาคึกคักเสียหน่อยเท่านั้น เมื่อดำเนินออกมาจากศาลาท่าน้ำ ใต้ถุนเรือนพักแขกมีผู้มาเยือนยืนรออยู่สร้างความประหลาดใจให้เขาพอสมควร

“ท่านอาจารย์คง? ท่านเดินทางมาไกลไม่พักผ่อนเสียก่อนรึ หรือว่าห้องบนเรือนที่ข้าจัดให้ไม่สะดวกสบาย จะเปลี่ยนกับห้องของข้าไหม”

ออกหลวงกล่าวอย่างนบนอบ เขาได้ยินชื่อเสียงของอาจารย์คงมานานแล้วและคิดว่าเป็นโชคดีที่ได้พบ แม้ลูกศิษย์อย่างไกรทองจะฝีมือไม่เท่าไรแต่สำหรับอาจารย์คงเพียงแค่ได้สบนัยน์ตาก็รู้แล้วว่าไม่ควรดูแคลน

“ออกหลวงเมตตาคนแก่อย่างข้าเกินไปแล้ว”

“ท่านอาจารย์ยังดูหนุ่มแน่นอยู่เลย หากไม่เคยได้ยินชื่อเสียงบารมีมาก่อนข้าคงคิดว่าท่านเป็นพี่ชายของไกรเป็นแน่”

บุรุษสูงใหญ่เอ่ยชมด้วยวาจาซื่อตรง ว่าไปแล้วอาจารย์คงตัวจริงผิดจากที่เขาเคยได้ยินคำเล่าลือยู่มากด้วยว่าจากที่เคยฟังมาเขานึกไปถึงชายชราหนวดเครารุงรังและน่ากลัวราวกับพญายม เมื่อได้พบในหนแรกก็พาลตระหนกจนคิดไปว่าเป็นหมอจระเข้ในสำนักพรางกายมาหลอกเสียหรือเปล่า แต่จากวาจาฉลาดพูดและท่าทางน่าเกรงขาม ออกหลวงจึงเชื่อในที่สุดว่าบุรุษที่ดูหนุ่มแน่นเกินวัยเช่นนี้คืออาจารย์คงแห่งนนทบุรีเป็นแน่

ฝ่ายที่ได้ยินคำชมก็เพียงคลี่ยิ้มรับทราบ

“ขอบใจออกหลวงที่กล่าวชมข้าเกินจริงเช่นนี้”

“ท่านอาจารย์เพียงแค่ยืนรับลมหรือว่ามีเหตุใดคุยกับข้า เชิญขึ้นไปบนเรือนก่อนดีไหม”

อาจารย์คงส่ายใบหน้าด้วยรอยยิ้มน้อยๆ

“ข้าคุยไม่นาน พรุ่งนี้ข้าจะจับเจ้าไกรมัดติดไว้เสียกับเสาเอกแล้วข้าจะไปจัดการชาละวันเอง หากไม่มัดไว้เห็นทีมันจะต้องรี่มาช่วยเป็นแน่ ข้าอยากวอนขอให้ออกหลวงช่วยจับตัวมันไว้ด้วย หากข้าปราบชาละวันได้ ข้ายินดียกรางวัลทั้งหมดให้ท่าน เพียงแต่ขอพาตัวไกรทองกลับไปสืบทอดสำนักที่นนทบุรีเท่านั้น”

ออกหลวงยืนฟังด้วยใบหน้านิ่งสงบ

“แล้วหากท่านเสียท่า”

“ออกหลวงก็โปรดไล่เจ้าไกรกลับนนทบุรีด้วย หากอาจารย์มันยังพ่าย นับประสาอะไรกับลูกศิษย์”

“ท่านอาจารย์มาเพียงเพื่อรักษาชีวิตไกรทองเท่านั้นหรือ”

ฝ่ายได้สดับส่ายหน้า

“ไม่ใช่เท่านั้นดอก หากเพื่อรักษาชีวิตข้าก็เพียงมาพามันกลับไปเท่านั้น แต่ข้ามาเพื่อรักษาชื่อหมอจระเข้สำนักอาจารย์คงไว้ด้วย ข้ารักไกรเหมือนลูก จะทนเห็นมันตายต่อหน้าคงไม่ได้ แต่จะให้มันวิ่งหนีหางจุกตูดเหมือนหมาเป็นที่เสื่อมเสียชื่อสำนักก็ไม่ได้อีกเพราะมันต้องเป็นเจ้าสำนักต่อไป”

ออกหลวงนิ่งมองใบหน้าราวของอาจารย์คงยามนี้ที่ราวกับบิดาอาทรบุตร เขาพยักหน้ารับทราบด้วยว่าพอรู้อิทธิฤทธิ์ของชาละวันดี ขนาดได้ประมือกันเล็กน้อยก็ยังต้องตั้งรับสุดแรง หากพญากุมภีล์คืนกายเป็นจระเข้เมื่อใด เขาเองก็ยังไม่อาจบอกได้ว่าจะชนะหรือเปล่า

“เข้าใจแล้วท่านอาจารย์ ข้ารับปากจะปฏิบัติตามที่ท่านประสงค์”

อีกฝ่ายได้ยินดังนั้นก็ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก

สองหนุ่มยังคงนั่งจิบสุรากันภายในศาลาริมน้ำอย่างออกรส บทสนทนาพูดคุยราวกับเป็นสหายที่คบหากันมานาน จนเมื่อจู่ๆ มีลมพายุพัดผ่านแรงจัด เสียงจักจั่นร้องระงมกลับเงียบสนิท ฟ้าร้องบอกลางถึงพายุตั้งเค้า เด็กหนุ่มทั้งสองจึงรู้สึกได้ว่าเวลามาถึงแล้ว

“เราต้องกลับแล้วล่ะไกร”

พญาชาละวันชิงเอ่ยก่อน เขาวางจอกเหล้าลงและหันไปยิ้มให้อย่างมีไมตรี อีกฝ่ายก็ยิ้มตอบอย่างน่ารัก แต่เมื่อไกรทองวางจอกลงบ้าง เด็กหนุ่มก็นั่งขัดสมาธิยืดหลังตรงและระบายใบหน้าจริงจัง

“พรุ่งนี้อาจารย์คงจะเป็นผู้ทำพิธี เอ็งไม่ขึ้นมาได้ไหม”

ไกรทองขอ

“เราไม่ยอมถูกหาว่าขลาดเขลาหดหัวอยู่ในถ้ำทองแน่”

“ถ้าอย่างนั้นอย่าฆ่าอาจารย์ของข้าเลย”

“เราไม่ยอมถูกอาจารย์เจ้าฆ่าก่อนอีกเช่นกัน”

ไกรทองหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง เขารักใคร่บุรุษเบื้องหน้าแต่ก็รักและศรัทธาอาจารย์ราวกับพ่อแท้ๆ ในเมื่อเป็นอย่างนี้ คนปัญญาทึบอย่างเขาก็ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรดี

“แล้วเอ็งจะให้ข้าทำยังไง เอ็งข้าก็รัก อาจารย์ข้าก็รัก”

ชาละวันเห็นท่าทางกระวนกระวายของเด็กหนุ่มก็เห็นใจ เขาขยับกายเข้าไปใกล้และโอบไหล่ไว้ด้วยความเป็นห่วง

“พาอาจารย์ของเจ้ากลับนนทบุรีไปเสียสิ”

“อาจารย์ไม่ยอมให้ชื่อสำนักมัวหมองว่าเป็นหมาขี้แพ้วิ่งหนีหางจุกตูดแน่ ยังไงก็ต้องสู้เพื่อรักษาชื่อให้ถึงที่สุด เอ็งที่รักศักดิ์ศรีวงศ์กุมภีล์ก็เข้าใจดีไม่ใช่เหรอ”

เด็กหนุ่มหันไปสบใบหน้าอย่างแสนเศร้า ฝ่ายพญากุมภีล์ก็พยักหน้าเข้าใจ

“อืม แล้วถ้าเราฆ่าอาจารย์เจ้า”

“ข้าก็จะต้องฆ่าเอ็งเอาเลือดหัวเอ็งมาล้างเท้าอาจารย์ข้าให้ได้”

ไกรทองเอ่ยด้วยเสียงสั่นทั้งที่ดวงตาปริ่มน้ำตา

พญากุมภีล์ได้เห็นก็เวทนายิ่งนัก เขาโน้มใบหน้าเข้าไปจุมพิตไกรทองอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นเพียงสัมผัสริมฝีปากบางเบาและดื่มด่ำอย่างรักเหลือประมาณ ไร้ซึ่งอารมณ์หื่นกระหายดังเช่นหนแรก จุมพิตดำเนินเนิ่นนานราวกับจะต้องลาจากกันตลอดกาล

“ลาก่อนไกร”

เสียงทุ้มกระซิบเจือความสั่นระรัวในลำคอ

“อืม...ลาก่อน”

ไกรทองหลบดวงตาก่อนกระซิบตอบ

พญากุมภีล์จัดแจงลุกขึ้นดำเนินตรงไปทางท่าน้ำ เขาคืนกายเป็นจระเข้ยักษ์และว่ายดำดิ่งหายไปในท้องน้ำมืดมิดอย่างเงียบสงบ ไม่แม้จะหันหลังกลับไปมอง ฝ่ายไกรทองเองก็ยืนส่งที่หัวบันไดด้วยดวงตาอาลัย เขาหันไปหยิบหอกสัตตโลหะเข้ามากอดกระชับไว้แน่น ความกลัวแล่นริ้วไปทั่วกายจนขนลุกชัน เด็กหนุ่มรู้ดีอยู่แก่ใจว่าบุรุษที่งามสะท้านทรวงคนนี้แข็งแกร่งหาใดเทียมในลุ่มน้ำเมืองพิจิตร ต่อให้เขาและอาจารย์คงรวมพลังกันก็อาจจะยังพ่ายให้ชาละวันอยู่ดี แต่อะไรจะเกิดก็คงต้องปล่อยให้เป็นไป อย่างไรเสียหากต้องเลือกระหว่างพ่อกับเมีย

...เขาคงต้องเลือกช่วยพ่อไว้ก่อนอย่างไม่ต้องสงสัย

สวัสดีค่ะ ^_^

เข้าเทศกาลหยุดยาวที่รอคอยมาทั้งปีแล้วค่ะ แต่พอถึงวันหยุดจริงๆ กลับไม่ค่อยแฮปปี้เพราะจู่ๆ ก็มีอาการปวดท้องหน่วงๆ เหมือนปวดประจำเดือน จนตอนนี้ผ่านรอบมาแล้วก็ยังปวดไม่หาย ความที่มันเป็นปวดหน่วงๆ ตลอดเวลาเลยกลัวไส้ติ่งจะอักเสบค่ะ ไม่เคยเป็นมาก่อนซะด้วย เอาไว้ไข้ขึ้นค่อยไปหาหมอแล้วกันค่ะ

ตอนนี้ชาละวันกับไกรทองทุบจอกร่วมสาบานหันมาเป็นศัตรูกันซะแล้ว เพิ่งจะได้เสียกันไปหมาดๆ กลับต้องมาจากกัน ไกรทองจะทนเห็นอาจารย์คงตายได้จริงๆ เหรอ แล้วจะฆ่าเมียรักลงรึเปล่า (นัวเนียไปหมดตกลงใครเป็นเมียใครก็ไม่แน่ใจ มีแต่ออกหลวงที่ยังเป็นปลายสายของห่วงโซ่อาหารอยู่คนเดียว) โปรดติดตามการต่อสู้อย่างสมศักดิ์ศรีของหมอจระเข้จากนนทบุรีกับพญากุมภีล์แห่งพิจิตรค่ะ ออกหลวงก็ป่วนทุกสถานการณ์เหมือนเดิม

ขอบคุณภาพออกหลวงจากท่าน Khanawaree Kerdsook ค่ะ คุณพี่แกดูเถื่อนดี หน้าตาน่าหมั่นไส้และให้อารมณ์ประมาณว่ากดได้ทุกคนไม่เว้นเด็ก คนชรา และสตรีมีครรภ์ มีอีกขออีกนะค๊า พบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

เลือดหมดตัว

#6 By (171.96.244.144|171.96.244.144) on 2015-04-24 13:43

ได้ทั้งน้ำได้ทั้งเนื้อเลยตอนนี้ อยากเห็นพี่ขาลออกลายไวๆจัง 

#5 By Dabew on 2015-04-16 09:14

ไกรลูกช่วยให้พ่อมีผัวคือการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเชื่อแม่!! //โดนอาจารย์ตบตี(?)

#4 By ME (171.5.136.37|171.5.136.37) on 2015-04-14 23:28

#3 By Yammy (180.183.219.245|180.183.219.245) on 2015-04-11 18:09

สลับเมะเคะอาจทำให้อาการเวียนหัวรุนแรงขึ้นหลังเสียเลือดนะคะ 

#2 By BlueAgeha on 2015-04-11 17:27

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
อีโรติคสุดๆค่ะ ฮร่าาาาาาาาา #ปาดน้ำหมาก
หลังจากนี้ก็คงจะดราม่าแล้วสินะคะ U H U ในท้ายที่สุดจริงๆ ไกรทองจะเลือกชาละวันหรืออาจารย์กันแน่นะ.... 
ออกหลวงก็จะยังคงเมะเสมอต้นเสมอปลายต่อไป ฮร่าาาา #จริงๆอยากเห็นออกหลวงกดน้องไกรมั่------- #ทีมไกรทองค่ะ ฮาาาาา 
น้องไกรนี่ก็นะ ห้าพาร์ทก็แล้ว ยังซื่อเหมือนเดิมเลยค่ะ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก #บอกชาละวันเป็นเมียๆวันยังค่ำ #จริงๆแล้วเอ็งต่างหากที่เป็นเมียเขา ฮร่าาาาาาาาาาาาาาา confused smile
ไรต์แต่งได้สนุกมากค่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ แต่สลับกันเมะกันเคะจนรีดคิดว่ารีดเริ่มเมาแล้วค่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ U w U #ไกรทองนางเอก  #ทีมไกรทอง #เดี๋ยว 
จะรอพาร์ทต่อไปนะค้า อาการปวดท้องก็ลองไปหาหมอดูนะคะ หายไวๆนะคะไรต์ 

#1 By Hankaoxing on 2015-04-11 16:56