เมื่อหมดสิ้นแรงเพ้อฝัน ไกรทองยันกายลุกขึ้นหยิบผ้านุ่งและเสื้อยันต์สีแดงขึ้นมาสวมอย่างลวกๆ เขาหันรีหันขวางสักพักก็เกิดร่อนรุ่มเหลือทนจนต้องเปลื้องผ้ากระโดดลงน้ำอีกสักครั้งโดยไม่กลัวว่าจระเข้จะลากไปเหมือนในหนแรก ความหมกมุ่นในลีลาเริงรักของชาละวันทำให้เขายังคงตกในภวังค์โดยลืมสังเกตไปว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบลอบมองจากศาลา

นางตะเภาแก้วซึ่งเพิ่งจะเดินมาแจ้งความเรื่องห้องหับที่พักบังเอิญสบจังหวะที่เห็นชายหนุ่มเปลื้องผ้ากระโดดลงน้ำพอดี หล่อนถึงกับตะลึงในใบตาหล่อเหลาไร้หนวดเคราสกปรก ผิวกายกรำแดดสีน้ำผึ้งก็น่าจิกกัดด้วยว่าแสนจะนูนแน่นด้วยแนวมัดกล้าม

คอของหล่อนถึงกับแห้งผากทันใด

เสียงจักจั่นกรีดร้องและแรงลมที่โบกพัดยอดไม้ตัดผ่านแสงจันทร์จนเกิดเป็นเงาเต้นริ้วบนพื้นชวนให้ในใจของไกรทองร้อนรุ่ม ชายหนุ่มเอนนอนพักกายอยู่ในเรือนแยกซึ่งจัดเตรียมไว้ให้บ่าวรับใช้ของแขกท่านเศรษฐีคำพักผ่อน แม้เขาจะไม่ได้รับการดูแลอย่างดีนักด้วยว่าเป็นเพียงหมอจระเข้ที่ยังไม่ปรากฏผลงาน แต่ก็อาจเรียกได้ว่าการนอนในเรือนกว้างใหญ่เพียงคนเดียวก็ดีกว่าครั้งยังนอนเบียดเสียดในสำนักฝึกวิชาของอาจารย์คงที่มีลูกศิษย์ลูกหาอยู่รวมหลายสิบชีวิต

ระหว่างที่ยังระลึกถึงผิวขาวละเอียดและลีลาของบุรุษปริศนาผู้มีนามเดียวกับพญากุมภีล์ชาละวัน ไกรทองได้สดับเสียงลั่นดาลของบันไดมาจากใต้เรือน เสียงเหยียบอย่างเชื่องช้าบอกเขาว่าผู้มาเยือนยามวิกาลจงใจจะย่องเบาโดยแท้ สักพักบานประตูก็เปิดออก ด้วยว่าเป็นเรือนนอนของบ่าวจึงไม่มีการลงกลอนเป็นกิจจะลักษณะ ทุกคนทราบดีว่าหากนายจะบุกขึ้นเรือนมาพานางบ่าวคนใดไปก็ย่อมได้เสมอ แต่บัดนี้ในเรือนมีเพียงไกรทอง จึงน่าสงสัยว่าเศรษฐีคำย่องมาหาเมียน้อยผิดเรือนหรืออย่างไร

กลิ่นหอมดอกมะลิฟุ้งกระจายตามลมที่พัดเข้ามา

ไกรทองทราบจากเงามืดสลัวว่าไม่ใช่เศรษฐีคำอ้วนพีเป็นแน่ เงาที่บานประตูคือหญิงสาวสะโอดสะองที่มีเงินทองมากเหลือพอจะซื้อน้ำอบกลิ่นมะลิร่ำมาประพรมตัวได้ หากไม่ใช่ตะเภาแก้วลูกสาวเศรษฐีคำก็เห็นจะเป็นบ่าวของหล่อนที่หยิบน้ำอบของนายมาใช้

“พี่ไกรจ๊ะ”

เสียงหวานกระซิบเรียก

“เอ็งเป็นใคร”

ชายหนุ่มเอ่ยถามทั้งที่ยังคงนอนอยู่บนเตียง เขามีหอกสัตตโลหะกระชับข้างกายจึงมั่นใจว่าต่อให้นางประสงค์ร้ายก็คงไม่ใช่เขาที่ต้องเป็นฝ่ายบาดเจ็บ

“ยังไม่หลับหรือจ๊ะ เหมือนรอว่าจะมีคนมาหา นัดแนะนางไหนไว้หรือ”

“ไม่มี ไม่ได้นัดใคร ว่าแต่เอ็งเป็นใคร”

เขาตัดสินใจยันกายลุกขึ้นและหันไปมองร่างที่ยืนในมุมมืดสลัว แสงจันทร์ไม่เพียงพอที่จะทำให้เห็นว่านางนี้คือใคร แต่สิ่งที่พอเห็นได้คือหล่อนปลดอาภรณ์ประดับกายออกเสียหมดจนเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า

“ฉันอยากให้พี่เล่าเรื่องเมืองนนทบุรีให้ฟังเสียหน่อย”

“เล่าเรื่องแล้วทำไมเอ็งต้องแก้ผ้า”

หล่อนถึงกับพ่นหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้

“ตายแล้ว! นี่พี่ไกรจะให้ฉันเอ่ยปากเองหรือไร งานของชายไม่ใช่เรื่องที่หญิงจะพูดออกไปได้หรอกนะ”

ชายหนุ่มเกาหัวแกรกๆ

“ข้าไม่รู้ไอ้เรื่องชายหญิง ข้ามันคนบ้านนอก อาจารย์คงรับมาเลี้ยงดูฝึกอาคมให้แต่เด็กไม่เป็นงานเรื่องอะไรอย่างที่เอ็งว่าหรอก แล้วนี่ร้อนนักรึถึงได้แก้ผ้าเสียเพียงนี้ มียางอายบ้างเถอะแม่คุณ”

นางถึงกับตอบไม่ถูก ความคิดที่ว่าหมอจระเข้รูปหล่อล่ำสันจะเก่งกาจในเรื่องเสน่หาเห็นจะไม่จริงเสียแล้ว

“เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นฉันจะสอนทุกกระบวนท่าให้พี่เองแล้วกัน”

หล่อนเดินตรงมาโอบกอดและปล้ำจูบไกรทองเป็นการใหญ่ ในเมื่อเห็นว่าสนุกดี ชายหนุ่มจึงไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด

เสียงกระทืบพื้นไม้กึ่งเดินกึ่งวิ่งดังดิ่งมาจนถึงเรือนนอนของตะเภาแก้วตามด้วยเสียงวิ่งตามของนางบ่าวอีกหลายคน จนเมื่อถึงหน้าบานประตู คุณนายทองมาก็ผลักเสียงอย่างแรงและดิ่งตรงไปยังลูกสาวที่นั่งสางผมอยู่หน้ากระจก

“นังลูกไม่รักดี!

หล่อนตบเผียะลงกลางกระหม่อมจนหญิงสาวต้องวิ่งหนี แต่ก็ไม่ทันหัตถ์มารดาที่คว้ากระชากเส้นผมเพื่อตามตบอีกสองสามครั้ง

“โอ๊ย! แม่มาตีฉันทำไม!

“นังลูกไม่มียางอาย! ทาสบนเรือนนี้เป็นของเอ็งมาแล้วกี่คน แล้วนี่กับหมอจระเข้ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าอีก เองจะทำให้แม่อายไปถึงไหน!

“แม่...แม่พูดเรื่องอะไร”

หล่อนแสร้งโง่

“คิดว่าข้าจะไม่รู้เรื่องบัดสีของเอ็งรึไง! นางบ่าวมันมากระซิบบอกข้าอยู่ทุกวันว่าวันไหนเองไปยั่วใครมาทำผัวบ้าง ท่านขุนนครไชยบวรเองก็รู้เรื่องเล่าลือนี้จึงปฏิเสธการหมั้นหมายไป ป่านนี้ชาวบ้านร้านตลาดไม่นินทากันหมดแล้วหรือไร แล้วจะให้พ่อกับแม่เอ็งเอาหน้าไว้ที่ไหน!"

ตะเภาแก้วถึงกับแก้ตัวไม่ออก หล่อนอุตส่าห์ประพฤติดียามอยู่ต่อหน้าบิดามารดาและแขกเหรื่อ แต่นี่แสดงว่ามีนางบ่าวคนใดเกลือเป็นหนอนแน่ แม่จึงได้รู้เรื่องลับนี้

หญิงสาวไม่ได้แก้ตัวใดอีก เมื่อมารดาได้ทุบตีเสียจนพอจึงผลุนผันลงจากเรือนไปอย่างฉุนเฉียว หญิงสาวได้แต่นึกแค้นอยู่ในใจ

“เป็นอย่างนี้ทุกที! อะไรก็ตะเภาทองดีไปทุกอย่าง มีแต่ฉันที่เลวทราม!

หล่อนกัดฟันกรอด แม้น้องสาวจะโดนจระเข้คาบไปเสียแล้วแต่ก็ยังไม่แน่เสมอไป ด้วยว่าหากหมอจระเข้พาตะเภาทองกลับมาได้ หล่อนเห็นจะเป็นหมาหัวเน่าอีกแน่

นางจระเข้เลื่อมลายวรรณเมียเอกได้รับทราบจากนางบ่าวว่าพญากุมภีล์ชาละวันกลับมายังถ้ำทองแล้ว หล่อนต้องการหารือเรื่องโอรสเสียหน่อยด้วยว่าจัดการตกลงกับทั้งวิมาลาและตะเภาทองเมียโทตรีเรียบร้อย หญิงสาวเดินนำขบวนบ่าวด้วยเรือนร่างอร่ามตา จนเมื่อเปิดบานประตูเข้าไปในห้องบรรทม หล่อนจึงพบว่าสวามีนอนสิ้นแรงอยู่บนแท่น

“เจ้าพี่ดูท่าทางเหน็ดเหนื่อย บนโลกมนุษย์มีอะไรให้เล่นสนุกหรือเจ้าคะ”

หล่อนเปรย

“มานี่หน่อยสิเลื่อมลายวรรณ”

บุรุษหนุ่มบัญชา

ทันทีที่หญิงสาวตรงเข้าไปทรุดกายนั่งข้างแท่น แขนใหญ่ก็กระชากร่างหญิงสาวลงนอนและขึ้นทาบทับ ท่าทางกรุ่นอารมณ์สวาทของพญาชาละวันทำให้หล่อนแปลกใจพอสมควร

“เมื่อครู่เจ้าพี่ขึ้นไปเจอหญิงใดอีกหรือเจ้าคะ จึงได้อารมณ์ค้างคาเช่นนี้”

“ก็นิดหน่อย”

“นี่ข้าจะต้องรับเมียที่สี่ของเจ้าพี่อีกแล้วหรือ”

ชายหนุ่มยิ้มขำ

“ไม่หรอก เราก็แค่นึกสนุกอะไรนิดหน่อย แล้วเจ้ามีอะไรจึงมาหาถึงห้องนอนยามนี้”

ชาละวันถอนกายออก เขาลุกขึ้นเดินตรงไปนั่งลงยังอาสนะ ทอดดวงตามองออกไปยังท้องน้ำเบื้องนอกราวกับอยากจะมองขึ้นไปให้ถึงริมฝั่ง

“ก็แค่บรรดาเมียตกลงกัน”

“อืม...เจ้าว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น”

ท่าทางไม่ใส่ใจทั้งที่เมื่อครู่ยังเอ่ยถึงโอรสทำให้เลื่อมลายวรรณพอจะคาดเดาได้ เจ้าพี่ของหล่อนคงกำลังจะหาเมียใหม่อีกเป็นแน่ เห็นดังนั้นหล่อนจึงขอลาออกมา จะหาใหม่กี่คนหล่อนก็มิได้คณนามือดอก เพราะการมีบุปผามาลาประดับถ้ำทองเพิ่มขึ้นก็ย่อมดูสดใสกว่าพวกจระเข้โยธาบึกบึนเป็นไหนๆ

หมอจระเข้สูงสง่าในชุดยันต์ย้อมเม็ดมะกล่ำสีแดงสดและผ้านุ่งโจงกระเบนสีเดียวกันขัดเขมรเหน็บสั้นเหนือเข่าจนรั้งไปถึงเป้าจัดแจงเตรียมเครื่องบวงสรวงบริเวณศาลาริมน้ำอย่างขะมักเขม้น แผ่นอกหนักแน่น ผิวกายสีเข้ม หน้าท้องแบนราบแน่นไปด้วยแนวกล้ามเนื้อและต้นขาแข็งแกร่งชวนให้สาวน้อยใหญ่มองกันตาเป็นมัน ยิ่งใบหน้าเข้มคมหล่อเหลาไร้หนวดเคราก็ยิ่งดูน่าพิสมัยเสียจนหลายคนไม่อยากให้เขาต่อสู้กับจระเข้แล้ว รับเป็นเขยเข้าบ้านเสียเลยดีกว่า

ไกรทองจัดแจงกระชับสรรพาวุธพร้อมมือ เบื้องซ้ายมีหอกสัตตโลหะ เบื้องขวาเป็นลูกประคำปลุกเสก เขาเริ่มร่ายอาคมเพื่อให้พญาชาละวันในถ้ำทองเบื้องล่างร้อนรุ่มจะได้ขึ้นมาสู้กับเขาเหนือน้ำ พลันจู่ๆ ท้องน้ำก็เกิดคลื่นไหลวน ร่างดำทะมึนราวกับขอนไม้ผุดลอยค่อยปรากฏขึ้นทีละน้อย จนเมื่อเห็นชัดเจน เหล่าชาวบ้านก็แทบแตกฮือด้วยว่าจระเข้น้อยใหญ่มากมายหลายตัวว่ายวนอยู่ไม่ไกลจากศาลานัก หากว่าริมน้ำไม่มีสายสิญจน์ลากอยู่ก็เห็นทีเหล่าจระเข้คงขึ้นฝั่งมากัดคนเป็นแน่

ชายหนุ่มมองหาพญาชาละวันซึ่งมีกายใหญ่โตที่สุดแต่เห็นว่าไม่มี

“หนอย! ดูถูกกันไปแล้วชาละวัน คิดว่าส่งลิ่วล้อมารับข้าหรืออย่างไร”

เขาร่ายอาคมอีกครั้งและสะบัดลูกประคำปลุกเสกก่อนโยนลงน้ำ พลันท้องน้ำก็ราวกับมีแสงโรจน์โชติช่วงขึ้น เหล่าจระเข้ใหญ่น้อยดิ้นพล่านและแตกตื่นว่ายหนีเป็นพัลวันจนท้องน้ำกลับมาเรียบสงบอีกครั้ง ไกรทองจึงเรียกลูกประคำกลับมาและเฝ้ารอดูท่าทีของพญากุมภีล์อีกคำรบ

“พ่อไกร แล้วทำไมชาละวันไม่ขึ้นมา”

เศรษฐีคำตะโกนถาม

“สงสัยมันอยากดูวิชาจึงได้ส่งลิ่วล้อมาก่อน แต่เดี๋ยวพวกนี้จะไปบอกนายมันเอง อีกไม่นานมันคงขึ้นมา”

ชายหนุ่มเอ่ยและจัดแจงร่ายอาคมอีกครั้งเพื่อให้ชาละวันร้อนรุ่มจนต้องปรากฏกาย

เพียงแค่ได้ยินเสียงท่องบ่นอาคมของไกรทองก้องกังวานลงมาถึงถ้ำทอง ร่างกายของพญากุมภีล์ก็ร้อนรุ่มมิอาจห้ามได้ เขาเก็บตัวอยู่ในห้องบรรทมด้วยว่าหากปรากฏกายด้วยอาการนี้คงไม่ดีแน่ แต่อาคมของหมอจระเข้ไม่ใช่สิ่งที่จะมองข้ามได้เลย บัดนี้เขาร้อนเร่าไปทั่วองค์เอว ปรารถนาจะลากเด็กหนุ่มคนนั้นลงมาสมสู่เสียให้หายเสน่หาเหลือเกิน

“หึ...ร่ายอาคมยั่วกันขนาดนี้คงต้องสนองหน่อยเสียกระมัง”

ชาละวันกระซิบกับตัวเอง แม้จะปลดเปลื้องความปรารถนาไปครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่อาจดับกระหายได้ ในที่สุดบุรุษสูงใหญ่จึงจัดแจงดำเนินออกจากห้องบรรทม ตรงไปยังท่าน้ำถ้ำทองเพื่อแหวกว่ายขึ้นไปรับคำท้า

“เจ้าพี่จะขึ้นไปหรือเจ้าคะ”

ตะเภาทองร้องเรียก

พญากุมภีล์หันมามองทั้งที่ลมหายใจยังหอบระรัว เขากระชากนางเข้ามาในอ้อมกอดและจุมพิตบดขยี้อย่างรุนแรง ทิ่มแทงกระแทกกระทั้นซ่านอารมณ์ร้อนระอุเสียจนเหล่าบริวารต้องหันไหนไปทางอื่นด้วยความแสลงอายนัยน์ตา แต่แม้จะปลดปล่อยความต้องการครั้งแล้วครั้งเล่าบนร่างอรชร พญาชาละวันก็ไม่อิ่มเอมแม้แต่น้อย

“เราจะขึ้นไป”

“แต่ว่า...”

ตะเภาทองซึ่งได้รับแรงพิศวาสหลายครั้งหลายคราเมื่อครู่จนแข้งขาอ่อนหันมาทัดทาน แต่ไม่ทันเสียแล้ว พญาชาละวันคืนกายและว่ายดิ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

ร่างใหญ่โตน่าเกรงขามของพญากุมภีล์ปรากฏขึ้นเหนือน้ำในที่สุด น่าสะพรึงกลัวเสียจนผู้คนแตกตื่นกรีดร้อง บ้างก็วิ่งหนีแทบเหยียบกันตาย บ้างก็ใจกล้ายืนดูต่อพร้อมกับยกมือพนมสวดมนต์ไม่หยุด

ชายหนุ่มในชุดยันต์กระชับหอกสัตตโลหะขึ้นมา อาจารย์คงบอกกับเขาว่าชาละวันมีเขี้ยวเพชรฝังในกายจึงอยู่ยงคงกระพัน ดังนั้นต้องใช้หอกสัตตโลหะแทงเข้าไปจึงจะทำลายอาคมเขี้ยวเพชรได้

“มาแล้วรึเจ้าชาละวัน!

ไกรทองร้องทัก

พญากุมภีล์ได้เห็นร่างเด็กหนุ่มก็แทบหายใจไม่คล่อง เขาสะบัดหน้าจนเกิดคลื่นน้ำลูกใหญ่สาดใส่ผู้คนริมตลิ่งจนในที่สุดทุกคนก็เปิดหนีไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ตะเภาแก้วซึ่งหล่อนสู้อุตส่าห์เฝ้ามองดูว่าไกรทองจะจัดการชาละวันสำเร็จหรือไม่ หล่อนคิดว่าอย่างไรก็ไม่สำเร็จเป็นแน่เพราะเมื่อเช้านี้หล่อนได้ป้ายราคีบางอย่างให้หอกเสื่อมไปเรียบร้อย ใครจะยอมให้พาน้องสาวที่น่าชังกลับมา ระหว่างวิ่งหนีไปก็พลางหันกลับมามองดูชายหนุ่มคว้าหอกเตรียมกระโจนใส่ชาละวันด้วยใจระทึก

ชายหนุ่มกระชับหอกสัตตโลหะและลูกประคำปลุกเสกในมือ เขากระโดดขึ้นขี่หลังพญาชาละวันซึ่งลอยปริ่มน้ำและวาดหอกแทงลงกลางกระหม่อมอย่างแรงจนเกิดเสียงดังกัมปนาทไปทั่วท้องน้ำ แต่ไกรทองก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าหอกอาคมที่เปี่ยมอานุภาพแทงไม่เข้าตัวชาละวันแม้แต่น้อย ไม่สะกิดแม้เพียงหนัง พลันมือทั้งสองจึงยกหอกและแทงลงไปอีกแต่ก็ยังคงไม่เป็นผล

“บ้าชะมัด อะไรวะเนี่ย!

เขาปราดมองไปที่หอกและเห็นว่าปลายใบหอกมีเลือดแดงเปื้อนอยู่ หากหอกสัตตโลหะไม่ได้รับการชำระจนบริสุทธิ์จะไม่อาจใช้การได้ ยังไม่ทันกระโจนหนีจากหลังพญากุมภีล์ เขาก็โดนสลัดตกน้ำและถูกแพนหางมหึมาฟาดเสียจนจมดิ่งลงสู่ท้องน้ำอย่างรวดเร็ว

ภายใต้ท้องน้ำใสสะอาด ไกรทองรีบร่ายอาคมหนังเหนียวเพื่อปกป้องตัวเองระหว่างที่ต้องรีบว่ายขึ้นไปยังฝั่ง ปลายหางที่แรงมหาศาลสาดเข้ามาเต็มท้องอีกครั้งจนจุก แต่ชายหนุ่มก็ยังคงบริกรรมคาถาอย่างต่อเนื่องด้วยว่าหากหยุดปากไปตอนนี้ เห็นทีคมเขี้ยวชาละวันต้องฝังลงบนร่างเขาเป็นแน่ ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามหยุดร่ายโดยเด็ดขาด

เป็นดังคาด พญาชาละวันว่ายดิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วและกัดเขาเข้ากลางลำตัว แต่อาคมหนังเหนียวได้ผล ไกรทองกระแทกศอกไปยังจะงอยปากยาวระหว่างที่ยังคงท่องคาถามไม่หยุด ความแรงของศอกทำให้พญากุมภีล์ต้องยอมคลายปากออก

พญาชาละวันมองดูร่างที่กำลังว่าขึ้นเหนือน้ำอย่างเจ็บใจ เขาทั้งร้อนเร่าและนึกสนุกเหลือประมาณด้วยว่านานแล้วที่ไม่ได้มีคู่มือให้ประลองอย่างสมน้ำสมเนื้อขนาดนี้ แต่เห็นทีว่าหากเด็กหนุ่มยังบริกรรมคาถาหนังเหนียวคงกระพันได้ เขาคงไม่มีทางชนะแน่

ไกรทองว่ายตรงขึ้นไปยังแสงสว่างเหนือน้ำทั้งที่ยังบริกรรมคาถาไม่หยุด ราวกับแสงสว่างปลายน้ำเลือนรางลงเรื่อยๆ ความเหน็ดเหนื่อยจากการยุทธากับพญากุมภีล์แตกต่างกับการดำน้ำฝึกวิชาเมื่อครั้งยังเป็นศิษย์อาจารย์คงมากนัก แม้ยังหนังเหนียวแต่บัดนี้เด็กหนุ่มรู้สึกได้ว่าเขากำลังหมดแรง

“ไกร!

เสียงทุ้มใหญ่ดังขึ้นจากผิวน้ำ

มือใหญ่เรี่ยวแรงมหาศาลจากเหนือน้ำฉุดข้อมือเด็กหนุ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พญาชาละวันในร่างบุรุษสูงใหญ่ลากไกรทองขึ้นมาและอุ้มพาไปพักใต้ร่มไม้ในดงต้นบุนนาคใหญ่ริมน้ำไม่ห่างจากศาลานัก เขาเห็นว่าใบหน้าเด็กหนุ่มที่เคยคมเข้มกลับซีดเผือด น้ำที่สำลักพุ่งออกจากปากและจมูกครั้งแล้วครั้งเล่า ดวงตาหาญกล้าเริ่มหรี่ปรือจากอาการจมน้ำ

“เอ็ง...”

ไกรทองเอ่ยด้วยเสียงราวกับลมผ่านยอดไม้แต่อีกฝ่ายก็ยกนิ้วมาป้องปากไว้ให้ทราบว่าไม่ต้องเอ่ยปากยามนี้

“จมน้ำเสียแล้วเหรอ หมอจระเข้”

พญาชาละวันเปลี่ยนใบหน้าห่วงหาเมื่อครู่เป็นยิ้มเยาะเมื่อเห็นว่าท่าทางเด็กหนุ่มยังไม่ตายแน่ เขาหันไปทางหน้าท้องที่เป็นแนวคลื่นกระเพื่อมไหวหอบหายใจและพิศโลมอย่างครุ่นคิดก่อนจะวาดนิ้วที่พราวด้วยแหวนอัญมณีกะไหล่ทองไล้สัมผัสแนวหน้าท้องและบรรจงไล้วนรอบสะดืออย่างแผ่วเบา

“ไม่ได้จม แต่เมื่อกี้...อุ้พ!!

ฝ่ามือประดับแหวนกำหมัดและชกเข้าเต็มท้องจนเด็กหนุ่มตัวโยน เขาสำรอกเอาน้ำคลองออกมาจนน้ำหูน้ำตาไหลจึงค่อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง

ร่างที่เปียกปอนยันกายลุกขึ้นนั่งใต้ต้นบุนนาคอย่างเชื่องช้า เสื้อยันต์ของเขาคงหลุดหายไปในน้ำระหว่างเวลาชุลมุนเมื่อครู่ ยังดีที่ผ้านุ่งขัดเอวยังอยู่ และยังดีที่ผู้คนแตกฮือหนีกันไปหมดแล้ว ไม่อย่างนั้นคงได้เสียชื่อศิษย์อาจารย์คงแน่

“ขอบใจที่ช่วย แล้วเอ็งมาจากไหนกัน เมื่อกี้ไม่เห็นใครอยู่แล้วนี่ วิ่งหนีเปิดไปหมดแล้ว”

เด็กหนุ่มถามด้วยลมหายใจหอบ บุรุษสูงสง่าที่นั่งขัดสมาธิหลังตรงได้ฟังก็อมยิ้ม

“ก็เดินสวนกับพวกที่วิ่งหนีไปน่ะสิ”

“ไม่รู้รึไงว่าอันตราย”

“คิดว่ามาถึงเจ้าก็คงเป็นศพไปแล้ว ว่าจะมาช่วยเก็บศพให้ไง”

ฝ่ายที่ฟังถึงกับขมวดคิ้วมุ่น

“อะไรกัน! เอ็งมัน...”

“ถ้าเจ้าสู้ได้ คนอื่นคงไม่วิ่งหนีกระเจิดกระเจิงกันกระมัง เดาดูก็รู้แล้วว่าคงเสียท่า”

“รู้ว่าเสียท่าแล้วเอ็งยังจะกล้ามาอีกนะ คงอยากเห็นศพข้าเต็มแก่”

พญาชาละวันหัวเราะท่าทางเง้างอนเบาๆ

“เราแค่หยอกเล่น ที่จริงมาเพราะอยากช่วย”

ไกรทองหันไปมองใบหน้าหล่อเหล่าอีกครั้งอย่างแปลกใจ แต่ในเมื่อเห็นว่าดวงหน้างามสง่าจ้องตรงมาราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงเครื่องใน เขาก็ต้องหลบตาลงต่ำอีกครั้ง จังหวะพอดีกับที่เห็นผ้านุ่งสีเลื่อมฟ้าเขียวของบุรุษเบื้องหน้านูนเด่นขึ้นมาเหนือขาขัดสมาธิทั้งสองก็ต้องตกใจเงยขึ้นสบตาถามไถ่

“เอ่อ...”

เด็กหนุ่มชี้นิ้วลงไปเบื้องล่าง

“ฉากต่อสู้อย่างกล้าหาญของเจ้าคงปลุกให้เลือดนักสู้ในกายเราตื่น”

พญากุมภีล์เอ่ยแถไถอย่างไม่อาย ฝ่ายที่ฟังก็ได้แต่อ้าปากค้าง

“ตื่น...แต่หัววันเลยนะ”

“เจ้ากล่อมให้หลับสิ”

ใบหน้าหล่อเหลาของพญาจระเข้ที่ดวงตาอาบย้อมด้วยแรงราคะดึงดูดใจเด็กหนุ่มอย่างบอกไม่ถูก ไกรทองคลานเข้าไปใกล้และผลักร่างสูงใหญ่ให้เอนกายลงนอน สองมือช่วยปลดอาภรณ์สีเลื่อมลายฟ้าเขียวออกด้วยกิริยาร้อนรน จนเมื่อเห็นแผ่นอกหนาหนักขาวละเอียดงามก็อดรนทนไม่ไหวต้องป่ายมือลูบสัมผัสไปทั่วกึ่งเกรงใจอย่างกล้าๆ กลัวๆ

พญาชาละวันกระดิกนิ้วเรียกให้เด็กหนุ่มที่ยังตื่นเต้นโน้มใบหน้าลงมาและอีกฝ่ายก็ทำตามอย่างว่าง่าย เขากระชากร่างที่ยังเปียกปอนลงมาในอ้อมกอดและบดริมฝีปากทักทายก่อนจะพลิกขึ้นเป็นฝ่ายทาบทับ ความร้อนแข็งเบื้องล่างบดลงกลางหว่างขาจนไกรทองเผลอครวญ ยิ่งแรงเสียดสีเร่งจังหวะ ปลายลิ้นก็ยิ่งรุกรานสอดลึกซาบซ่านเสียจนคิดอ่านการใดไม่ออก

“อา...เสียงร่ายอาคมของเจ้าเร้าอารมณ์เสียจนเราทนไม่ไหว”

บุรุษสูงใหญ่เบื้องบนกระซิบข้างหู เขาขบใบหูอย่างกระหายก่อนจะลากปลายลิ้นไล้ลงที่ซอกคอสีทองแดงและดื่มกินผิวแน่นราวกับอดอยาก

“อืม...เอ็งมีสันดานจระเข้หรืออย่างไร จึงได้ร้อนรุ่มเพราะอาคมนี้”

ชาละวันเยาะยิ้ม เขาไล้ปลายลิ้นไปที่ยอดอดและขบกัดจนสู้ฟันพลางวาดมือลงกระชากดึงผ้านุ่งของตนออกจนผิวกายร้อนระอุเผยเด่นเป็นสง่า มือใหญ่ที่พราวด้วยแหวนปลดผ้าขัดเอวของไกรทองออกจนความร้อนลุกชันปรากฏแก่สายตาเช่นกัน เขาดึงเอามือเด็กหนุ่มขืนให้สัมผัสโอบรอบผิวกายร้อนผ่าวของเขาเช่นเดียวกับที่เขาปรนนิบัติอีกฝ่าย

“แล้วเจ้าล่ะ สันดานอะไร จึงได้ร้อนแรงแข็งขันเพราะถูกผู้ชายจูบ”

ไกรทองฉุนปรี๊ดราวกับโดนหยามเกียรติลูกผู้ชาย!

ชายหนุ่มผิวสีทองแดงผลักแผ่นอกกว้างออกและยันกายขึ้นนั่งด้วยความไม่พอใจ ฝ่ายพญากุมภีล์ได้หยอกเล่นจนอีกฝ่ายหงุดหงิดก็ลอบใจเสียอยู่นิดหน่อยด้วยว่าเด็กหนุ่มอาจจะหุนหันหนีไปเสียก่อน แต่การณ์กลายเป็นว่าไกรทองพลิกกายเป็นฝ่ายขึ้นทาบทับ ปล้นริมฝีปากและเล้าโลมพญากุมภีล์อย่างชำนาญ รู้งานเสียจนชาละวันเหลือกตาอย่างตะลึง

“อะไรกัน ไหนเมื่อวานบอกว่าไม่เคย”

พญากุมภีล์ทัก ฝ่ายที่ทาบทับก็ยิ้มขบเขี้ยวอย่างภูมิใจ

“ของพรรณอย่างนี้มีคนมาเป็นคู่ซ้อมให้ คืนเดียวก็รู้งานแล้ว”

ไกรทองยืดอก เขายันกายลงโอบมือรอบความร้อนเบื้องล่างพญาชาละวัน ใบหน้าคมเข้มระบายความตระหนกเล็กน้อยและชั่งใจอยู่ชั่วครู่แต่เมื่อทบทวนว่าเมื่อคืนนางตะเภาแก้วปรนนิบัติเช่นนี้แล้วแสนดีเป็นหนักหนา จึงบรรจงโน้มใบหน้าลงสัมผัสแลบเลียปลายยอดร้อนระอุและดูดดื่มทีละน้อย

พญาชาละวันถึงกับลุกพรวดขึ้นนั่ง แรงดูดดึงเบื้องล่างจากเด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งช่างน่ารัญจวน ท่าทางเงอะงะแต่ใจกล้าเหลือประมาณเช่นนี้คงต้องกล่าวชมคู่ซ้อมยามค่ำคืนของเจ้าหนุ่มเสียหน่อยว่าสอนลีลาได้ถึงพริกถึงขิงเลยทีเดียว มือที่พราวด้วยแหวนทองเอื้อมสัมผัสเส้นผมสีดำสนิทเบื้องล่าง เขาสอดปลายนิ้วขยุ้มด้วยอารมณ์เสียวซ่าน ทั้งกายราวกับถูกโรมรัดจนบิดเกร็ง เมื่อผิวกายได้สัมผัสลำคอลึกล้ำครั้งแล้วครั้งเล่าจนเปรม ราคะที่พลุ่งพล่านก็ราวกับจะระเบิดออก

“ไกร! ออกมา...”

บุรุษสูงใหญ่กระชากใบหน้าหล่อเหลาออกมาทว่าไม่ทันเสียแล้ว สายราคะขุ่นข้นสาดเทรุนแรงอาบใบหน้าและแผ่นอกสีกรำแดด ดูร่านสวาทอย่างน่าพึงใจเสียจนพญากุมภีล์ใจเต้นรัว เขากระชากเด็กหนุ่มเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้งและรุกรานด้วยปลายลิ้น สอดลึกแลกไล้ลิ้มรสธารราคะที่สาดเทไว้ที่ริมฝีปากอย่างหื่นกระหาย ดูดดึงริมฝีปากและปลายลิ้นอุ่นร้อนราวกับจะกลืนกินเด็กหนุ่มเสียให้หมดทั้งกาย ฝ่ายที่รับก็โอนอ่อนกับลีลาเผ็ดร้อนอย่างซ่านเสียวสนุกเช่นกัน

“ฮ้า...เอ็งทำให้ข้าบ้างสิ”

ไกรทองกระซิบเมื่อริมฝีปากได้รับอิสระ เขาไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต กลับผลักร่างขาวกระจ่างสูงสง่าจนหลังพิงต้นบุนนาคใหญ่ บุรุษผิวกายสีทองแดงยันกายลุกขึ้นยืน สองมือวาดลงโอบใบหน้าหล่อเหลาของพญากุมภีล์ก่อนจะแทรกกายผ่านปลายลิ้นแรงลึกถึงลำคออย่างรวดเร็ว

รสร้อนในริมฝีปากแทบทำให้พญาชาละวันหายใจหายคอไม่ออก แผ่นหลังที่แนบติดต้นบุนนาคทำให้เขาหมดทางหนีแต่อีกใจก็ยินดีปรนนิบัติให้อย่างเปรมปรีดิ์ สองมือประดับแหวนทองวาดขึ้นสัมผัสต้นขาที่ขยับเร่งเร้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านขึ้นไปถึงบั้นท้ายแน่นหนักที่กระแทกจังหวะและถอนกายด้วยอารมณ์รุนแรง ชายหนุ่มโอบเนื้อแน่นจนเต็มมือ นวดเฟ้นเค้นคลึงก่อนจะวาดผ่านลึกไปยังผิวกายที่ซ่อนเร้นเบื้องหลัง เพียงสอดปลายนิ้วเข้าไปแตะหยอกและแสร้งบดคลึงภายนอกราวกับจะขออนุญาตแทรกผ่าน กระแสซ่านอารมณ์จากเบื้องหลังก็ฉีดแรงจนไม่อาจถอนกายได้ทัน กระแสซัดพัดตรงเข้าลำคอจนเมื่อเด็กหนุ่มถอนกายออกมา พญากุมภีล์ถึงกับไอโขลก

“โทษที...เอ็งเป็นยังไงบ้าง”

ไกรทองที่สิ้นแรงคุกเข่าลงอย่างเป็นห่วง

“ไม่เป็นไร โดนสะกิดข้างหลังนิดเดียวก็เกินอดกลั้นรึไง”

“ก็ยังกลั้นไว้ได้อีกหน่อย”

เด็กหนุ่มหยอกตอบ เขาวาดมือลงโอบร่างที่ยังปลดเปลื้องอารมณ์ไม่หมดสิ้นและดึงรั้งต่อเนื่อง บุรุษผิวขาวละเอียดเห็นดังนั้นก็ยิ้มเยาะ กระชากร่างเบื้องหน้าเข้ามารับริมฝีปากอีกครั้งจนฝ่ายไกรทองสาดเทอารมณ์ได้จนหมดสิ้น จึงค่อยถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งเสียดาย

พญาชาละวันที่ยังหอบระรัวมองใบหน้าหล่อเหลาของเด็กหนุ่มที่ห่างออกไปไม่ถึงคืบอย่างพึงใจ เขาไม่ได้ปลดเปลื้องความปรารถนาจนหมดสิ้นมานานแค่ไหนแล้วก็จำไม่ได้ ต่อให้ได้ลิ้มรสนางใดก็ไม่อิ่มเอมเท่าผิวกายแน่นหนักสีน้ำผึ้งที่หวานล้ำเสียจนอยากฉีกกินอีกไม่รู้เบื่อ

“ไปอยู่กับเราไหม...ไกร”

ชายหนุ่มกระซิบก่อนจะกระชากร่างเบื้องหน้าเข้ามาโอบกอดแน่น ฝ่ายเด็กหนุ่มที่ดูจะเคลิบเคลิ้มไปกับลีลาพญากุมภีล์ก็ได้แต่หอบหายใจบนแผ่นอกที่แน่นหนักด้วยกล้ามเนื้ออย่างสงบ

“บ้านเอ็งต้องการหมอจระเข้รึไง”

“ไม่ต้องการแน่นอน”

พญาชาละวันตอบทันควัน

“หรือจะเอาคนครัว แต่ข้าไม่อยากอยู่ในครัวนี่นา”

พญาชาละวันอมยิ้ม เขายอมคลายอ้อมกอดออกและก้มลงมองใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาอย่างพึงใจอีกครั้ง

“แล้วอยากทำอะไร”

ฝ่ายไกรทองได้สดับก็ยิ้มแป้น

“อยากได้เอ็งเป็นเมียน่ะสิ”

เด็กหนุ่มยันกายขึ้นชันเข่าคร่อมเหนือร่างที่เอนหลังพิงต้นบุนนาค เขาโน้มใบหน้าลงจุมพิตพญากุมภีล์ สองมือวาดลงเด็ดดึงยอดอกบนผิวกายขาวละเอียดจนอีกฝ่ายซ่านเสียวสะดุ้งตัวโยน

“ได้ครูดีนี่ไกร”

“ข้าได้มาทุกกระบวนท่า รับรองว่าเอ็งได้ข้าเป็นผัวไม่มีผิดหวังหรอก”

โอ้อวดเสร็จเด็กหนุ่มก็จัดแจงกระชากร่างพญากุมภีล์ลงเอนนอน แขนหนึ่งล็อคขาบุรุษเบื้องล่างยกสูงเปิดเผยดินแดนเร้นลับเบื้องล่างออกมาราวกับจะตั้งท่ารุกราน ฝ่ายพญาชาละวันเห็นว่าเจ้าหนุ่มนี่เรียนรู้เร็วเหลือเชื่อ หากทำเฉยเห็นทีเขาได้ตกเป็นเมียหมอจระเข้แน่

“หย...หยุดก่อนไกร!

“รับรองว่าเอ็งจะติดใจ”

“เราไม่ติดใจแน่!

“ลองก่อนเถอะน่า”

ท่าทางจริงจังจนน่ากลัวทำให้พญาชาละวันคิดว่าไอ้หนุ่มนี่เอาจริงแน่ เขาถึงกับคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดีเพราะนึกไม่ถึงว่าจะต้องตกเป็นเมียใคร แต่เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มลากมือลงไปนวดเฟ้นเบื้องล่างเตรียมเปิดทางให้รุกรานอย่างเป็นทางการ ชายหนุ่มก็ตัดสินใจถีบร่างที่เปี่ยมอารมณ์โครมใหญ่จนลอยตกคลองไปอีกรอบ นับได้เกือบสามวินาทีกว่าไกรทองจะโผล่พ้นน้ำขึ้นมา

“อะไรเล่า!

ไกรทองตะโกนเมื่อโผล่พ้นน้ำอีกครั้ง ฝ่ายพญากุมภีล์ถึงกับรีบหยิบเสื้อผ้ามาสวมเสียก่อน นี่ถ้าเขาไม่หมดแรงจากกิจกรรมเมื่อครู่คงได้คืนกายเป็นพญาชาละวันในร่างจระเข้แล้วคาบเด็กหนุ่มคนนี้ลงน้ำไปด้วยแน่ แต่ยามนี้อย่าว่าแต่ต่อสู้โรมรันกันเลย ไอ้หนุ่มนี่คิดการใหญ่จะจับเขาทำเมียด้วยซ้ำ ว่าแล้วก็รีบเผ่นหายไปในดงต้นบุนนาคอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มที่เพิ่งขึ้นจากน้ำมาถึงกับเง้างอนอย่างไม่พอใจ

“หนีไปจนได้”

ไกรทองบ่นอย่างหัวเสีย แต่เมื่อคิดถึงลีลาร้อนร่านของบุรุษผิวขาวอย่างผู้ดีแล้ว อย่างไรเสียเขาก็ต้องตามจีบมาเป็นเมียให้ได้

สวัสดีค่ะ ^_^

ตอนพิเศษรับวันมาฆบูชาค่ะ อ่านแล้วต้องไปเวียนเทียนกันเลยทีเดียว ความตั้งใจเริ่มต้น “ไกรทอง” เป็นเรื่องสั้นตอนเดียวจบค่ะ อ่านเรื่องจริงแล้วรู้สึกไม่ค่อยมีประเด็นให้ลากยาวแต่อย่างใดเพราะตัวละครเด่น (นับเฉพาะผู้ชาย) มีแค่สองคนเอง แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วลองเปิดอ่านต้นฉบับถึงเห็นว่าได้เขียนไว้ยาวกว่าที่เห็นในตอนที่ 1 นิดหน่อยก็เลยคิดว่าจะเขียนต่อให้จบอีกตอนค่ะ เขียนไปเขียนมาก็รู้สึกว่ามันตลกโปกฮาไม่ค่อยมีสาระดี เอาไว้เขียนเวลาขาดแรงบันดาลใจได้ดีค่ะ

เรื่องอื่นยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าจะต่อเมื่อไรนะคะ องค์ยังไม่ลงเลยค่ะ ขออภัยเป็นอย่างสูง และช่วงนี้เป็นฤดูงานยุ่งอย่างรุนแรง ดังนั้นบางครั้งมีองค์มาลงแล้วแต่ก็ไม่มีเวลาให้เปิดคอมพิวเตอร์ค่ะ ได้แต่หวังว่าช่วงเมษายนอากาศร้อนๆ คงขี้เกียจทำงานกัน Blueฯ อาจจะว่างมากขึ้นและได้เขียนอะไรเพิ่มขึ้นค่ะ

ขอบคุณท่านนักอ่านที่ยังคงติดตามนะคะ พบกันตอนหน้าค่า

Comment

Comment:

Tweet

อูยยยยยยยยย ชาลีไปเป็นเมียพี่ไกรเขาเถอะะะะะ

#10 By tudaaaaaa (223.205.245.101|223.205.245.101) on 2015-06-18 17:46

เอ๊ะ หรือผลัดกันเป็นเมียคะ??

#8 By blackfullmoon on 2015-03-20 13:48

ชอบเรื่องนี้จริงๆค่ะ อ่านตอนที้แล้วหลายรอบมาก เห็นมีตอนนี้มาต่อนี่ถึงกับกรี๊ดเลย
จริงๆมีต่อหลายๆตอนเลยก็ดีนะคะ แหะๆ

#7 By (171.99.232.89|171.99.232.89) on 2015-03-10 22:49

ผลัดกันเถอะค่ะ!!!!!!

#6 By Welcome to my trash can on 2015-03-06 18:11

อย่าคิดเอาเขาเป็นเมียเลยไกร เอ็งน่ะแหละต้องไปเป็นเมียเขา 5555

#5 By G.Ren on 2015-03-05 22:54

ใครก็ได้ฆ่าตะเภาแก้วทีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่มันฟินมากกกกกกกอ้าาาาาาา

#4 By (101.108.142.20|101.108.142.20) on 2015-03-04 21:16

กล้ามเนื้อ แฮ่กๆๆๆ

#3 By Dabew on 2015-03-04 19:27

#2 By Yammy (180.183.220.195|180.183.220.195) on 2015-03-04 18:28

แซ่บเว่อร์confused smile

#1 By น้ำ (115.87.24.53|115.87.24.53) on 2015-03-04 15:28