เมื่อหมดสิ้นแรงเพ้อฝัน ไกรทองยันกายลุกขึ้นหยิบผ้านุ่งและเสื้อยันต์สีแดงขึ้นมาสวมอย่างลวกๆ เขาหันรีหันขวางสักพักก็เกิดร่อนรุ่มเหลือทนจนต้องเปลื้องผ้ากระโดดลงน้ำอีกสักครั้งโดยไม่กลัวว่าจระเข้จะลากไปเหมือนในหนแรก ความหมกมุ่นในลีลาเริงรักของชาละวันทำให้เขายังคงตกในภวังค์โดยลืมสังเกตไปว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบลอบมองจากศาลา

นางตะเภาแก้วซึ่งเพิ่งจะเดินมาแจ้งความเรื่องห้องหับที่พักบังเอิญสบจังหวะที่เห็นชายหนุ่มเปลื้องผ้ากระโดดลงน้ำพอดี หล่อนถึงกับตะลึงในใบตาหล่อเหลาไร้หนวดเคราสกปรก ผิวกายกรำแดดสีน้ำผึ้งก็น่าจิกกัดด้วยว่าแสนจะนูนแน่นด้วยแนวมัดกล้าม

คอของหล่อนถึงกับแห้งผากทันใด

เสียงจักจั่นกรีดร้องและแรงลมที่โบกพัดยอดไม้ตัดผ่านแสงจันทร์จนเกิดเป็นเงาเต้นริ้วบนพื้นชวนให้ในใจของไกรทองร้อนรุ่ม ชายหนุ่มเอนนอนพักกายอยู่ในเรือนแยกซึ่งจัดเตรียมไว้ให้บ่าวรับใช้ของแขกท่านเศรษฐีคำพักผ่อน แม้เขาจะไม่ได้รับการดูแลอย่างดีนักด้วยว่าเป็นเพียงหมอจระเข้ที่ยังไม่ปรากฏผลงาน แต่ก็อาจเรียกได้ว่าการนอนในเรือนกว้างใหญ่เพียงคนเดียวก็ดีกว่าครั้งยังนอนเบียดเสียดในสำนักฝึกวิชาของอาจารย์คงที่มีลูกศิษย์ลูกหาอยู่รวมหลายสิบชีวิต

ระหว่างที่ยังระลึกถึงผิวขาวละเอียดและลีลาของบุรุษปริศนาผู้มีนามเดียวกับพญากุมภีล์ชาละวัน ไกรทองได้สดับเสียงลั่นดาลของบันไดมาจากใต้เรือน เสียงเหยียบอย่างเชื่องช้าบอกเขาว่าผู้มาเยือนยามวิกาลจงใจจะย่องเบาโดยแท้ สักพักบานประตูก็เปิดออก ด้วยว่าเป็นเรือนนอนของบ่าวจึงไม่มีการลงกลอนเป็นกิจจะลักษณะ ทุกคนทราบดีว่าหากนายจะบุกขึ้นเรือนมาพานางบ่าวคนใดไปก็ย่อมได้เสมอ แต่บัดนี้ในเรือนมีเพียงไกรทอง จึงน่าสงสัยว่าเศรษฐีคำย่องมาหาเมียน้อยผิดเรือนหรืออย่างไร

กลิ่นหอมดอกมะลิฟุ้งกระจายตามลมที่พัดเข้ามา

ไกรทองทราบจากเงามืดสลัวว่าไม่ใช่เศรษฐีคำอ้วนพีเป็นแน่ เงาที่บานประตูคือหญิงสาวสะโอดสะองที่มีเงินทองมากเหลือพอจะซื้อน้ำอบกลิ่นมะลิร่ำมาประพรมตัวได้ หากไม่ใช่ตะเภาแก้วลูกสาวเศรษฐีคำก็เห็นจะเป็นบ่าวของหล่อนที่หยิบน้ำอบของนายมาใช้

“พี่ไกรจ๊ะ”

เสียงหวานกระซิบเรียก

“เอ็งเป็นใคร”

ชายหนุ่มเอ่ยถามทั้งที่ยังคงนอนอยู่บนเตียง เขามีหอกสัตตโลหะกระชับข้างกายจึงมั่นใจว่าต่อให้นางประสงค์ร้ายก็คงไม่ใช่เขาที่ต้องเป็นฝ่ายบาดเจ็บ

“ยังไม่หลับหรือจ๊ะ เหมือนรอว่าจะมีคนมาหา นัดแนะนางไหนไว้หรือ”

“ไม่มี ไม่ได้นัดใคร ว่าแต่เอ็งเป็นใคร”

เขาตัดสินใจยันกายลุกขึ้นและหันไปมองร่างที่ยืนในมุมมืดสลัว แสงจันทร์ไม่เพียงพอที่จะทำให้เห็นว่านางนี้คือใคร แต่สิ่งที่พอเห็นได้คือหล่อนปลดอาภรณ์ประดับกายออกเสียหมดจนเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า

“ฉันอยากให้พี่เล่าเรื่องเมืองนนทบุรีให