ไกรทอง (yaoi)

posted on 16 Nov 2014 19:11 by ffmanblue in KraiTong
  แสงแดดรำไรลอดผ่านทิวไม้เขียวชอุ่มกระทบลงบนผืนน้ำเป็นสีระยับงามตา เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วดังสลับเสียงภิรมย์ของสาวงามที่เล่นน้ำอยู่ริมตลิ่งคลองซอยของแม่น้ำน่านเก่า สองพี่น้องประทินผิวด้วยผงขมิ้นและน้ำผึ้งจนผิวสุกปลั่งแล้วจึงวักน้ำเย็นใสมาชำระจนได้ผิวกายนุ่มละมุนสมดั่งเป็นธิดาหัวแก้วหัวแหวนของเศรษฐีคำกับคุณนายทองมา คหบดีแห่งหมู่บ้านดงเศรษฐี แขวงเมืองพิจิตร

ตะเภาแก้วพี่สาวลอบสังเกตเห็นความหมองหม่นบนใบหน้าน้องสาวจึงเอ่ยถามด้วยเสียงอาทร

“เป็นอะไรหรือตะเภาทอง น้องดูสีหน้าไม่สู้ดี”

หล่อนแหวกธาราเข้าไปประคองแขนน้องสาวและกระซิบถามแผ่วเบาด้วยไม่อยากให้บ่าวไพร่ที่ลงเล่นน้ำได้ยิน

ใบหน้าหวานเชื่อมของตะเภาทองสาวรุ่นหันมาสบพี่สาวและยิ้มน้อยๆ

“พี่ตะเภาแก้ว น้องไม่สบายใจเลยที่จะต้องออกเรือนไปก่อนพี่”

เสียงใสสลด

ผู้เป็นพี่สาวสดับก็คลี่ยิ้มนุ่มนวล

“จะคิดมากไปใยน้องรัก ท่านขุนนครไชยบวรเป็นถึงหน่อเนื้อในพระยาโคตมเทวราชเจ้าเมืองละโว้ เจ้าเป็นที่ต้องตาต้องใจก็ดีแล้ว ไปเป็นเมียท่านขุนก็จะได้สุขสบาย พ่อแม่เองก็ได้หน้า”

ตะเภาทองได้ยินพี่สาวปลอบประโลมด้วยใจอารีก็ผ่อนลมหายใจโล่งอก ด้วยดวงหน้างามหมดจดจึงทำให้ขุนนครไชยบวรถึงกับตกตะลึงจนขันเงินใส่น้ำหลุดจากมือ จากภารกิจเยี่ยมคารวะเศรษฐีคำจึงกลายเป็นสู่ขอนางตะเภาทองที่ต้องเสน่หาซึ่งเศรษฐีคำกับคุณนายทองมาก็แสนยินดีจนแทบประเคนลูกสาวใส่พานให้

“เดี๋ยวพี่ขึ้นเรือนไปหยิบผงขมิ้นกับน้ำผึ้งมาเพิ่มให้ น้องขัดผิวอีกสักหน่อยเถิด วันขันหมากจะได้เปล่งปลั่งดั่งทองทา”

นางตะเภาแก้วแจ้ง สักพักจึงจัดแจงขึ้นฝั่งและสั่งให้บ่าวไพร่ดูแลตะเภาทองให้จงดี หล่อนผัดผ้าและดิ่งตรงไปทางขึ้นเรือนแต่กลับเลาะลัดตัดดงต้นบุนนาคที่ส่งกลิ่นหอมแรง จนเมื่อดำเนินเลยไปถึงต้นน้ำเหนือท่าสรงจึงหยิบถุงกระสอบที่ซุกซ่อนในพงหญ้าขึ้นมา ปลดสลักเชือกกล้วยปากถุงแล้วโยนลงน้ำ งูพิษหลายสิบตัวจึงแตกกระจายว่ายลอยไปตามกระแสน้ำยังทิศที่เหล่านางกำลังสรง

ดวงหน้างามของตะเภาแก้วอาบย้อมด้วยไฟริษยา

หล่อนต่างหากที่ควรจะได้เป็นคู่หมั้นคู่หมายกับขุนนครไชยบวร เป็นหล่อนต่างหาก! หล่อนรู้ดีว่ากิจสำคัญของท่านขุนในวันนั้นคือมาดูตัวลูกสาวเศรษฐีคำตามที่พ่อสื่อชักนำ การสมรสกับลูกสาวเศรษฐีคำผู้มั่งมีย่อมช่วยให้ฐานะของตระกูลดีขึ้นและช่วยให้ท่านขุนมีหน้ามีตาในพิจิตร แต่เสียดายที่น้องสาวหล่อนเซ่อซ่าสะดุดล้มที่ใต้เรือนเสียงดังจึงกลายเป็นจุดสนใจของท่านขุนเสียก่อนที่จะได้พบกับหล่อน

“ช่วยไม่ได้นะตะเภาทอง ของแบบนี้ใครดีใครได้”

หล่อนกระซิบกระซาบกับตัวเองก่อนตบเท้าขึ้นเรือนต่อไป

นางบ่าวชะเง้อมองไปยังเรือนครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่สบายใจ หล่อนดูพะวักพะวงเสียจนตะเภาทองซึ่งยังอาบที่ท่าน้ำเอ่ยถาม

“เป็นอะไรไปพี่บัวผัน”

นางบ่าวขมวดคิ้ว

“คุณตะเภาแก้วไปตั้งนานแล้วนะคะ หรือว่าหาโถขมิ้นไม่เจอ แต่บ่าวก็...โอ๊ย!

เสียงตะโกนทำให้ตะเภาทองและนางบ่าวอีกสองคนสะดุ้ง

“เป็นอะไร!