ภายในตำหนักท้ายดงตาลที่เงียบสงบ เสียงลมพัดกระทบยอดตาลดังราวกับเสียงใบกล้วยแห้งเสียดสีในยามพายุฤดูร้อนพัดโหม ความสงบจนแทบเป็นสงัดเช่นนี้ไม่สู้จะทำให้ผู้พำนักวางใจเท่าใด ด้วยว่าชวนให้จินตนาการไปถึงสุสานหรือคฤหาสน์ร้างแสนวังเวงเสียมากกว่า ตำหนักนี้ห่างไกลจากพระราชวังหลวงโดยมิมีใครรู้ว่าไกลเพียงใด ด้วยเพราะบาทวิถีที่ดำเนินมายังท้ายดงตาลมิใช้ทางเดินธรรมดา แต่เป็นมิติมายาที่ไม่อาจหยั่งระยะทางได้หากดำเนินผ่านตามปกติ นอกจากนั้นการที่ไม่มีกลิ่นปทุมมาจากสระบัวลอยปะจมูกก็คาดเดาได้ว่าคงไม่อยู่ในระยะที่จะเหาะกลับไปยังพระราชวังหลวงได้เป็นแน่

นางพิรากวนนั่งพับเพียบบนอาสนะอย่างนิ่งเงียบ หล่อนหย่อนแขนลงยังหมอนสามเหลี่ยม อีกมือถือพัดด้ามจิ้วและเนิบนาบพัดโปรยแรงลมอ่อนเบาอย่างเชื่องช้า ไวยวิกนั่งสงบอยู่เบื้องหน้ามารดา เช่นเดียวกับองคตที่นั่งตัวแข็งมองดูแม่ลูกนิ่งเฉยไม่เอ่ยวาจาใดออกมาแม้แต่น้อย

ความไม่คุ้นเคยกับบรรยากาศเงียบสงัดทำให้วานรกายสีเขียวขยับกายเข้ามากระซิบบอกพญายักษ์ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เอ่อ...ข้ากลับตำหนักนู้