ภายในห้องบรรทมที่ประดับด้วยปะการังและเปลือกหอยล้ำค่า พญายักษ์อินทรชิตยืนตระหง่านภายในห้องแต่งองค์อย่างสงบ เขายื่นมือออกให้เหล่านางกำนัลถอดเครื่องทรงและบรรดาเครื่องประดับสูงค่าออก ดวงเนตรพิศผ่านซี่แกลประดับบานบัญชรยังสระปทุมมาภายนอกก็รู้สึกใจหาย แม้เชษฐาจะอยู่ในกรุงบาดาลเป็นแน่ แต่หากยังไม่ได้พบกับตัวก็ยังอดห่วงมิคลาย

“ว๊าย! จ...เจ้าเข้ามาได้ยังไง!

นางกำนัลอุทาน

ดวงเนตรพญายักษ์ปรายข้ามไหล่ไปมองก็เป็นดังคาด ลิงเผือกนั่งหน้าแป้นแล้นอยู่บนเก้าอี้อย่างใจเย็นไร้ซึ่งแรงสะทกสะท้านจากเสียงกรีดกริ้วของเหล่านางยักขินีทั้งหลาย

“เวลาถอดเสื้อยังต้องมีคนถอดให้ด้วยเหรอ”

ลิงหนุ่มที่นั่งเท้าคางเอียงคอน่ารัก

“เข้ามาทำไม”

สุรเสียงทุ้มหนักเอ่ยถาม

“ถ้าอยากได้คนถอดให้ล่ะก็...”

หนุมานลุกพรวดขึ้นดำเนินตรงไปแหวกเหล่านางกำนัลยักขินีที่หน้าตาไม่ถูกโฉลกออกไปจนถึงตัวพญายักษ์ เขาเงยหน้ามองด้วยรอยยิ้มทะเล้น

“ท่านก็รู้ว่าเรื่องนี้มีคนทำเก่งกว่านางๆ พวกนี้ตั้งเยอะ”

ว่าแล้วก็วาดแขนโน้มคอให้อินทรชิตลงมารับจุมพิตอย่างดูดดื่ม เหล่านางกำนัลเห็นก็ได้แต่กรี๊ดกร๊าดปิดตาเป็นการใหญ่

พญายักษ์ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด เขาช้อนดวงเนตรขึ้นลอบมองไปยังเหล่านางๆ ที่กระดากอายเหลือแสน เห็นดังนั้นจึงปัดมือไล่ให้นางกำนัลออกไปให้หมด เหล่านางจึงรีบรุดออกจากห้องไปเสียโดยเร็ว พลันมือใหญ่จึงค่อยสอดไล้เส้นผมควันไฟอย่างหนุ่มนวล ก่อนกระชากดึงจนใบหน้าวานรผลถอยออกมาอย่างแรง

“อย่าทำตัวเหมือนลิงไพร่เช่นนี้!

อินทรชิตดุเสียงแข็ง แต่ฝ่ายที่รับฟังก็ยังยิ้มเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอย่างใด

“แต่เมื่อกี้ดาร์ลิ้งก็จูบเค้าตอบไม่ใช่เหรอ แถมยังไล่นางกำนัลออกไปหมดด้วย”

“นั่นก็เพราะเราไม่อยากให้ใครรู้ว่าเจ้าคือหนุมานแห่งทัพพระรามน่ะสิ ก็เลยแสร้งทำเป็นว่าเจ้าคือลิงป่าที่บังเอิญเก็บตกได้ริมทาง เลยพามาด้วยความเสน่หาก็เท่านั้น”

ดวงหน้าหล่อเหลาจริงจังยิ่งทำให้ลิงหนุ่มเคลิ้มลอยถึงวิมานด้วยความหลงใหล ฝ่ายอินทรชิตเมื่อเห็นว่าคงสอนสั่งไปเจ้าลิงตัวแสบก็คงไม่รู้งานจึงได้ผละออกมาปฏิบัติกิจถอดเครื่องทรงต่อ

หนุมานยืนดูพญายักษ์ถอดเครื่องทรงด้วยองค์เองต่อด้วยรอยยิ้ม

“ว้า...คิดอะไร