ภายในโถงรับรองส่วนพระองค์ของมหาบพิตรไมยราพณ์แห่งกรุงบาดาลบัดนี้มีเสียงนางกำนัลและองครักษ์โหวกเหวกไล่มาถึงยังบานทวารชั้นในสุดก่อนถึงที่ประทับพักผ่อน เจ้ากรุงบาดาลทอดพระเนตรมองตรงยังแขกผู้มาเยือนซึ่งถูลู่ถูกังลากถูเหล่านางกำนัลที่พยายามห้ามอย่างสุดฤทธิ์เข้ามา ตามด้วยองครักษ์ซึ่งมิบังอาจสัมผัสกายด้วยว่านางทั้งสองคือนางจันทรประภาศรีและนางพิรากวน มารดาและเชษฐภคินีขององค์ไมยราพณ์

“ข้าขอเข้าเฝ้าองค์บพิตรเป็นการด่วน”

นางจันทรประภาศรีจัดทรงผมและเครื่องทรงที่หลุดลุ่ยจากการฉุดกระชากกับเหล่านางกำนัล หล่อนพิศองค์ซึ่งประทับนั่งบนราชอาสน์ชิดบานบันชรและทอดมองออกไปยังสระบัวอย่างสงบ ในมือถือกล้องยากลิ่นปทุมมาหวานหอม แต่บรรยากาศบางอย่างดูต่างจากทุกครั้ง

ดวงหน้าหล่อเหลาซึ่งเงียบขรึมกว่าทุกคราค่อยๆ หันมาอย่างเชื่องช้า ไมยราพณ์วาดหัตถ์ปัดไล่เหล่านางกำนัลและองครักษ์ให้ออกไปเสียซึ่งทุกคนก็ทำตามอย่างรู้งาน

ทันทีที่เสียงบานทวารปิดลง กลิ่นปทุมมาจากกล้องยาสูบก็กลับหวานเลี่ยนจนทำให้สตรีทั้งสองขนลุกชัน

“ถวายพระพรพระมารดาและท่านพี่”

เสียงทุ้มเย็นของไมยราพณ์แตกต่างจากที่เคย นางทั้งสองหันไปสบตากันด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นอย่างประหลาด แต่ก็ยังคงดำเนินตรงไปนั่งยังอาสนะไม่ไกลนัก

“องค์บพิตร แม่และพิรากวนขออภัยที่มาหาท่านเร่งด่วนเช่นนี้”

ใบหน้าพญายักษ์คลี่ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยและหันไปสูบกล้องยาก่อนจะพ่นควันอย่างใจเย็น

“กิจของท่านแม่และท่านพี่คงเป็นเรื่องไวยวิก”

“และมัจฉานุด้วย!

นางจันทรประภาศรีเสริม