ภายในห้องบรรทมกลางรถแก้วเวไชยันต์ซึ่งประดับรัตนชาติงดงามตั้งแต่พื้นถึงเพดาน พระรามทอดดวงเนตรมองแสงระยิบระยับสะท้อนแสงจันทร์งดงามราวกับดาวประกายพรึกส่องแสงพราวอยู่บนฟากฟ้า

แม้จะงามดั่งภาพฝัน แต่ขนงประดับดวงหน้ากลับขมวดมุ่น

“แสบตาชะมัด ใครจะหลับลงเนี่ย”

พระรามบ่นอุบ

ร่างบางลุกพรวดขึ้นจากแท่นบรรทม ใบหน้างามหันซ้ายหันขวาก็เห็นว่ารถแก้วเวไชยันต์กว้างเกินไปสำหรับการข่มตาให้หลับลง ดำริดังนั้นจึงยันกายลุกขึ้นหยิบคันศรและปีนหนีออกไปทางบานบัญชร หนีไปนอนตามศาลาเห็นทีจะสบายกว่าเป็นแน่ แต่ดำเนินตรงไปไม่นานก็หยุดยืนราวกับนึกอะไรขึ้นได้

“มงกุฎ!

พระรามกลับหลังหันวิ่งตรงกลับไปยังรถแก้วเวไชยันต์ทันใด ด้วยว่าลืมมงกุฎยอดชัยของทศกัณฐ์ที่สุครีพนำมาถวายเสียสนิท แม้ในยามที่อยู่ไกลกัน อย่างน้อยมีสิ่งที่ทำให้ระลึกถึงอยู่บ้างก็ยังดี

ร่างที่วิ่งตรงกลับไปยังรถแก้วเงยหน้ายืนจดๆ จ้องๆ อยู่หน้าบานบัญชร เขาโยน