พญายักษ์กายสีม่วงแก่นั่งคุกเข่าลงที่โคนต้นสนสองใบสูงลิบ ดวงเนตรพิจารณากลุ่มเห็ดที่ขึ้นบานอยู่รอบรากไม้อย่างครุ่นคิด มือใหญ่เอื้อมหยิบกระบอกไม้ไผ่ขึ้นมา เปิดจุกและบรรจงรินน้ำลงไปอย่างระวัง

“ทำอะไรน่ะเจ้าพี่”

มัจฉานุที่กำลังใช้กิ่งไม้เขี่ยพื้นหญ้าตามโคนต้นเพื่อหาเห็ดเอ่ยถาม

“ลองเอาเหล้าราดดู เผื่อว่าเห็ดมันจะเมาน่ะจ้ะ”

ไวยวิกหันมายิ้มร่าและแจ้งให้ทราบ ฝ่ายที่ได้สดับถึงกับผ่อนลมหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ตระกูลนี้เพี้ยนกันหมด

เด็กน้อยดำเนินตรงไปยังร่างที่คุกเข่าอยู่ใต้ต้นไม้ มือเล็กเอื้อมไปดึงกระบอกไม้ไผ่มาปิดจุกไว้อย่างดิบดี แล้วจึงแขวนเก็บไว้ที่เอวของตนเสียแทน

“เห็ดเมามันไม่ได้เมาเพราะราดเหล้าลงไปหรอกเจ้าพี่”

“อ้าว ถ้าไม่ใช้เหล้า จะมีอย่างอื่นที่ทำให้เห็ดเมาได้หรือน้องหญิง”

ดวงตากลมโตน่ารักหรี่ลงและเหล่ไปข้างๆ อย่างเซ็งหัวใจ

“ยังไงก็เถอะ เอาเป็นว่าเจ้าพี่แค่หาเห็ดที่หน้าตาเหมือนพระบิดาให้มาก็พอ อย่ามัวแต่ไปมอมเห็ดให้มันเมาเลย”

ว่าแล้วร่างเล็กก็หันหลังไปเขี่ยหาเห็ดต่ออย่างเซ็งอารมณ์

ฝ่ายไวยวิกเมื่อเห็นน้องมุ่งมั่นในบัญชาแรกก็นึกชื่นชมเต็มหัวใจ เขาคิดถูกแล้วที่มาดหมายให้มัจฉานุมาเป็นชายา ช่างเป็นคนน่ารักที่เอาการเอางานเหลือเกิน แล้วจึงลัดเลาะไปอีกทางหนึ่ง แยกย้ายกันหาในพื้นที่กว้างน่าจะเสร็จไวกว่า

ระหว่างยังคงค้นหาอย่างขะมักเขม้น มัจฉานุได้ยินเสียงพงหญ้าไหวแหวกเป็นทางราวกับมีสัตว์ร้ายกำลังเดินตรงเข้ามา เด็กน้อยหยุดยืนมองไปทางต้นเสียงอย่างพิจารณา มือเล็กวางกิ่งไม้ลงและชักตรีอันเล็กขึ้นมาตั้งท่าสู้ด้วยใจระทึก ริมฝีปากหุบเม้มแน่นด้วยว่าแม้เขาจะไม่ค่อยเป็นวิชาการศึกใด แต่คงไม่มีทางพ่ายให้หมาป่าเป็นแน่

เมื่อเสียงใกล้เข้ามา ทั่วกายเด็กน้อยร้อนรุ่มด้วยความตื่นตัว

“อย่าเข้ามานะเจ้าหมาป่า!!

มัจฉานุตะโกนลั่น แต่พลังร่างที่ปรากฏกลับเป็นพญาเสือโคร่งตัวใหญ่ราวกับเขาจักรวาล ขนสีทองอร่ามปลิวไสว ดวงตาคมเข้มจ้องตรงมา อุ้งเท้านุ่มหนาหยุดไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่จะเผลอเหยียบเด็กน้อยที่ชักตรีเงื้อรออยู่เบื้องหน้า

“อะไร...ใครเป็นหมาป่า”

กุมภกรรณซึ่งเพิ่งหนีออกมาจากพลับพลาของสุครีพเอ่ย เด็กน้อยที่เงยหน้ามองถึงกับตะลึงอ้าปากค้างจนนิ่งแข็งไปทั้งตัว

“เสือ...พูดได้”

“พญาเสือโคร่งเฟ้ย! ไม่เคยเห็นเสือโคร่งบำเพ็ญตบะรึไง!

เด็กน้อยส่ายหน้าไหวๆ

ดวงตาพญาขาลสะดุดเห็นหางปลาติดที่หลังวานรน้อยก็นึกขึ้นได้ว่าอาจจะเป็นมัจฉานุบุตรของนางสุพรรณมัจฉา เขามองอย่างแปลกใจว่าไม่น่าเชื่อจะโตเร็วขนาดนี้

ฝ่ายมัจฉานุที่เตรียมเก็บตรีด้วยเห็นว่าเสือโคร่งไม่ได้มีท่าทีมาดร้ายก็พลันนึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่เขาต้องตามหาอย่างหนึ่ง

“หัวใจราชสีห์!

“ห...หา อะไรนะ”

พญาเสือโคร่งถามอีกครั้ง แต่ไม่ทันได้ตั้งตัว วานรน้อยหน้าตาน่าเอ็นดูก็ชักตรีพุ่งตรงเข้ามาหมายจะแทงเข้ากลางหัวใจ

“มอบหัวใจให้ข้าเสียเถอะเจ้าเสือ!

เด็กน้อยตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงใสกังวานน่าเอ็นดู ทำให้ฝ่ายพญาขาลเข้าใจเจตนาได้ในที่สุด

“อ๋อ...งี้นี่เอง”

อุ้งเท้านุ่มนิ่มตะปบปัดร่างที่พุ่งเข้ามาสุดแรงเบาๆ ราวกับปัดยุง แต่เด็กน้อยกลับกระเด็นไปไกลเสียจนตกลงบนพุ่มไม้

“คิดจะเอาหัวใจข้าอย่างนั้นรึ เสียใจด้วยนะลิงน้อย ไม่มีให้หรอก”

มัจฉานุค่อยๆ ตะกายขึ้นมาจากพุ่มไม้อย่างยากเย็น ใบหน้าเด็กน้อยป่องแก้มอย่างเง้างอน เขาค่อยๆ ปัดใบไม้ที่ติดตามตัวออกและตั้งท่าชูตรีขึ้นอีกครั้ง

“ทำไมไม่มีให้! ลุงเสือยกให้ใครไปแล้วรึไง!

กุมภกรรณได้สดับก็ถึงกับเขินอาย ก็ไม่รู้สินะ...เขายกให้ใครไปแล้วอย่างนั้นหรือ

“ม...ไม่ได้ยกให้ใครไปหรอก แต่อาจจะฝากไว้ที่...ลิงตัวนึง...”

พญาเสือโคร่งพาซื่อตอบอย่างไร้จริต ใบหน้าส่ายไปมาและพ่นลมหายใจฟืดฟาดแก้เก้อ

เด็กน้อยได้ฟังก็เหลือกตาโต สักพักก็หรี่ลงอย่างเสียดาย มือเล็กวาดลงเก็บตรีไว้ที่เอวเช่นเดิม ดวงหน้างามคอตกอย่างน่าสงสาร

“ว้า...อย่างนั้นเหรอ เสียดายจัง”

“นี่เชื่ออีกเรอะ!

พญาขาลปวดประสาท

“เจ้าตามหาหัวใจราชสีห์แสดงว่าไมยราพณ์กำลังจะทำพิธีหุงยาสินะ ทำไมใช้เด็กเล็กๆ มาหาเครื่องปรุงแบบนี้”

เด็กน้อยลืมตาโตเงยหน้าขึ้นมองดวงเนตรระคนความแปลกใจทันทีที่ได้ยิน สองขาวิ่งตรงไปยังแผงคอปุกปุยและกระโดดเกาะอย่างตื่นเต้น

“ลุงเสือรู้จักพระบิดาด้วยเหรอ”

ฝ่ายพญาเสือโคร่งได้ยินคำว่าลุงก็แปลบใจนิดๆ

“ก็เออน่ะสิ นี่ลืมข้าแล้วรึไงมัจฉานุ ข้าเป็นคนยกเจ้าให้ไมยราพณ์เองกับมือแท้ๆ”

เด็กน้อยมองหน้าพญาขาลก็ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ

“ลุงเสือเป็นพ่อข้าเหรอ พ่อข้าต้องมีกุณฑล ขนเพชร เขี้ยวแก้ว หาวเป็นดาวเป็นเดือนสิ”

“ไม่ใช่เฟ้ย! ความจำสั้นจริงเจ้านี่ แล้วใครล่ะที่เป็นคนบอกเจ้าว่าพ่อเจ้ามีกุณฑล ขนเพชร เขี้ยวแก้ว หาวเป็นดาวเป็นเดือน”

มัจฉานุเงยหน้ามองฟ้าอ้าปากค้าง เด็กน้อยพยายามระลึกถึงเรื่องครั้งเก่าแล้วพลันนึกขึ้นได้ว่าเคยอยู่ในอ้อมกอดปุกปุยเช่นนี้เหมือนกัน

“อ๋า...นึกออกแล้ว ลุงเสือเป็นคนกระซิบบอกข้าใช่ไหม ลุงเสือคือคนที่พระบิดาเรียกว่าท่านอากุมภกรรณ!

“ชู่ววว...เบาหน่อย ตรงนี้มันไม่ห่างจากทัพวานร”

กุมภกรรณเตือน

เมื่อทำความรู้จักเป็นที่เรียบร้อย พญาขาลจึงช่วยตามหาหัวใจราชสีห์จนสำเร็จและช่วยดมหาเห็ดเมาจนเต็มถุง สร้างความปีติให้เด็กน้อยเป็นอย่างมาก

“ขอบพระคุณลุงเสือ”

“ไม่เป็นไร ทีหลังบอกพ่อเจ้าด้วยว่าอย่าให้เจ้ามาคนเดียวอย่างนี้นะ เดี๋ยวถูกสัตว์ป่าฆ่าตายพอดี”

เด็กน้อยส่ายหน้าไหวๆ อย่างน่าเอ็นดูจนกุมภกรรณอยากหยิบขึ้นมาอุ้ม

“ไม่ได้มาคนเดียวหรอก มีเจ้าพี่ไวยวิกมาด้วย”

พญาขาลทำตาโตด้วยความแปลกใจ

“เหรอ แล้วอยู่ไหนล่ะ”

มัจฉานุส่ายหน้า

“ไม่รู้เหมือนกัน คงหลงทางเสียล่ะมั้ง”

กุมภกรรณเหล่มอง

“เจ้าล่ะมั้งที่หลงทาง”

“ถึงข้าหลงแต่ข้าจำทางเข้ากรุงบาดาลได้แล้ว เอาเป็นว่าข้าจะกลับก่อนล่ะ ถ้าลุงเสือเจอเจ้าพี่ไวยวิกช่วยบอกด้วยนะว่าข้าล่วงหน้ากลับแล้ว”

“ให้ไปส่งไหม”

เด็กน้อยส่ายหน้าพร้อมทั้งป่องแก้มอย่าเง้างอน

“ไม่ต้องหรอก! ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ!

ว่าแล้วก็โบกมือลาด้วยรอยยิ้ม น่าเอ็นดูเสียจนกุมภกรรณนึกเสียดายที่ไม่หยิบมาอุ้มเล่นสักครั้งสองครั้งก่อนปล่อยกลับไป

สวัสดีค่ะ ^_^

อา...ร้อนเว่อร์ๆ ค่ะ ออกนอกห้องแอร์แล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในเตาอบ อยากให้ฝนตกมั่งค่ะจะได้เย็นๆ หน่อย ก่อนอื่นขอขอบคุณทุกท่านที่แวะไปโหลด Ramayaoi เล่ม 1 นะคะ เวลาเห็นว่ามีคนยังอ่านผลงานเราอยู่ก็รู้สึกมีกำลังใจจังเลย

ตอนนี้เราก็ได้รู้แน่ชัดแล้วว่าไวยวิกท่าทางจะต๊องจริง และมัจฉานุน่าจะโลลิจริง ขนาดพี่โคร่งมาเห็นยังอยากอุ้มเล่นเลยค่ะ เรียกลุงเสือทีมีกระเทือนเชียว ตอนหน้ามัจฉานุจะได้เจอคนที่คาดไม่ถึง ซึ่งภายหลังคนที่ได้เจอคนนี้จะสะเทือนความสัมพันธ์ของป๊ะป๋าไมยราพณ์และน้องมัจฉานุอย่างรุนแรงค่ะ อ๊ะ...ชักดราม่า โปรดติดตามนะคะ

ขอบคุณแฟนอาร์ตน้องมัจฉานุนะคะ มีอีกขออีกค่า


Comment

Comment:

Tweet

มัจฉานุอย่าติดเชื้อติงต้องมาอีกคนนะ

#4 By Dabew on 2014-04-23 10:59

พี่ไวย  แกซื่อจริงๆ กะจะเอาเหล้ามอมเห็ด จริงๆด้วยอ่ะ  sad smile sad smile
อึ้งในความคิดพี่แก เหลือเกิน
หลานนุได้เจอกับลุงเสือนี่ทำเอาลุงเพ้อไปสามวัน เจ็ดวัน
หลานน่ารักนี่ลุง
ตอนต่อไปรีบยกจานมารอมาม่าเสริฟถึงปาก  ว่าแต่ไม่ต้องเยอะนะ
เอาแค่พอกรุบกริบ นะค่ะ 

#3 By pure_ka (171.98.43.152|171.98.43.152) on 2014-04-23 06:38

ศัพย์เริ่มจะวัยรุ่นขึ้นเรื่อยๆแล้วนะค่ะ
กลิ่นความขลังแบบโบราณๆเริ่มจางหาย open-mounthed smile
แต่ก็ได้อารมณไปอีกแบบ double wink
แหม...มีคนต๊องๆทีไรเป็นได้ปล่อยก๊ากทุกที
ฝั่งพระรามมีแต่คนซื่อ
ฝั่งทศกัณฐ์ก็รวมพลคนเจ้าเล่ห์ 
ส่วนพวกปลาเอิ่ม...รวมพลคนต๊องสินะ 
อืมๆๆ(รู้สึกเหมือนบรรลุอะไรซักอย่าง แต่ไม่รู้ว่าคืออะไรembarrassed )

#2 By ณัฐ (115.67.227.129|115.67.227.129) on 2014-04-22 22:40

อย่างที่คุณน้าคิดเลยคุณหลานกะจะมอมเห็ดแล้วค่อยเก็บฮาได้อีกนะเนี่ยconfused smile confused smile ส่วนพี่โคร่งยอมรับแล้วใช่ไหมว่าฝากหัวใจไว้ที่น้องลิงครั่งหวานจริง จริ๊งcry cry  เป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งระหว่างลุงโคร่งกับน้องนุ ทำให้รู้ว่าพี่โคร่งนั้นมีเสน่ห์กับลิงจริงๆเห็นได้จากน้องลิงครั่งเจอทีไรกระโดดกอดทุกทีส่วนน้องนุขนาดเพิ่งเจอยังกระโดดกอดเลย คุณยักษ์ม่วงรู้มีงอนแน่question question  ตอนหน้าใครน้ามาเป็นคนสะเทือนความสัมพันธ์คุณยักษ์ม่วงกับน้องนุembarrassed embarrassed แต่ที่แน่ๆคุณหลานหาเห็ดเมากับหัวใจราชสีห์เจอหรือยังน้องนุเขาชิ่งกลับบาดาลไปแล้วนะน่าสงสารถูกน้องนุทิ้งซะแล้วsad smile sad smile

#1 By momo (1.47.71.163|1.47.71.163) on 2014-04-22 21:15