ภายในห้องทรงพระราชกิจท้ายดงตาลซึ่งเป็นอาณาเขตของพระราชวังกรุงบาดาลที่ลึกลับ มีน้อยคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ด้วยว่าสถานที่แห่งนี้เป็นดั่งห้องทดลองของไมยราพณ์ ขืนสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปเห็นจะได้ตูมตามกันบ้าง

มัจฉานุดำเนินผ่านประตูหลายชั้นสู่ห้องทรงงานท้ายดงตาล เด็กน้อยโผล่ใบหน้าขาวละเอียดออกมาจากประตูและเกือบหลบไม่ทันเมื่อมีเสียงระเบิดขึ้นพร้อมกับฝุ่นไอคลุ้งไปทั่ว

“โอย...”

เสียงโอดครวญของมหาบพิตรทำให้เด็กน้อยตกใจ

“พระบิดา!

เสียงใสตะโกนเรียกและวิ่งฝ่าไอฝุ่นเข้าไปยังต้นเสียงทันที มือเล็กประคองร่างที่ตกเก้าอี้พังพาบอยู่ที่พื้น ดวงหน้ามอมแมมเนื่องจากฝุ่นฟุ้งกระจายติดทั่วร่าง

“พระบิดาเป็นอย่างไรบ้าง”

ไมยราพณ์หันมาเห็นมัจฉานุสีหน้าห่วงหาน่ารักก็ยิ้มทักทาย

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะน้องหญิง เอ้ย! มัจฉานุ”

“แล้วเมื่อกี้อะไรระเบิดหรือพระบิดา แถวนี้ไม่มีทั้งนางกำนัลและองครักษ์ หากพระบิดาเป็นอะไรไปใครจะช่วยเหลือ”

ฝ่ายที่มอมแมมยิ้มร่า มือใหญ่ยกขึ้นลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างใจดี

“ข้าไม่เป็นไรดอก ให้คนอื่นที่ไม่เป็นงานอยู่ใกล้สิน่าห่วงกว่า เพราะถ้าระเบิดตูมตามอย่างเมื่อกี้สุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามาจะบาดเจ็บเอาได้ ข้าเป็นผู้มีวิชาอย่างไรก็ไม่เป็นไรดอก”

ท่าทางเรื่อยๆ มาเรียงๆ ทำให้เด็กน้อยยังไม่คลายความแคลงใจ ดวงตากลมโตปรายมองเห็นหม้อยาใหญ่ที่วางอยู่เหนือฟืนไฟที่ดับแล้ว ควันที่ฟุ้งขึ้นจากหม้อเริ่มสงบลงบ้างจึงวางใจได้ว่าคงไม่ระเบิดขึ้นมากอีก

“หม้อนี้หรือพระบิดาที่ระเบิด”

ไมยราพณ์พยักหน้า เขาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นด้วยแรงประคองของมัจฉานุและดำเนินตรงไปนั่งพักบนอาสนะพร้อมกับหยิบผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้สะอาดขึ้นสักหน่อย

“ใช่แล้ว ข้ากำลังหุงยา พอดีของเก่ากำลังจะหมด ทุกครั้งที่ผ่านมาต้องไปตั้งพิธีหุงยาที่เขาสุรกานต์ซึ่งภูมิอากาศเป็นใจกว่าจึงจะไม่ระเบิด แต่ข้าอยากลองดูว่าท้ายดงตาลทำได้หรือไม่ ผลก็เป็นอย่างที่เจ้าเห็นน่ะแหละ”

ฝ่ายพญายักษ์ยิ้มแหะๆ เหมือนไม่รู้สึกอะไร

ดวงเนตรกลมโตของมัจฉานุหรี่ลงอย่างเซ็งอารมณ์

“พระบิดา...ท่านโง่หรือซื่อบื้อกันแน่เนี่ย”

“เอ๋...ข...ข้าเหรอ”

ฝ่ายที่ถูกทักชี้นิ้วเขาหาตัวและทำตาใสเหรอหรา

“พิธีหุงยาใช่ว่าจะทำที่ใดก็ได้ ท่านก็รู้”

“แต่ข้าอยากลองนี่นา...”

ไมยราพณ์ทำตาละห้อย เขาเบือนหน้าหนีอย่างเขินอายแล้วเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดตาต่อ ฝ่ายมัจฉานุเมื่อเห็นว่าผ้าดำแล้วจึงอาสาหยิบมาจากมือไปซักน้ำแล้วกลับมาช่วยเช็ดให้เสียแทน

“ท่านทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโต เอ้า...ถอดเครื่องทรงออกด้วยพระบิดา”

“เจ้าบ่นยังกับแม่ข้า ยังเด็กอยู่แท้ๆ”

พญายักษ์ถอดเครื่องทรงท่อนบนออก แม้ผิวกายสีม่วงอ่อนจะไม่แน่นหนักด้วยกล้ามเนื้อเท่าผิวกายสีม่วงเข้มที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่ แต่มัจฉานุก็จ้องตาเป็นมันจนเกือบลืมภารกิจสำคัญในการเช็ดเอาเถ้าฝุ่นออกจากผิวกาย

“ข้าเพิ่งเกิดไม่นานแต่ไม่เด็กเสียหน่อย”

“ไม่กี่วันก่อนยังตีนเท่าฝาหอยแท้ๆ”

มัจฉานุป่องแก้มอย่างเง้างอน

“บอกว่าไม่เด็กแล้ว! ขนาดเมื่อกี้ข้าเจอเจ้าพี่ไวยวิก เขายังคิดจะขอข้าไปเป็นบุตรบุญธรรมเลย”

พญายักษ์เหลือกดวงตามองหน้าเด็กน้อยอย่างแปลกใจ

“หา...อะไรนะ เจ้านั่นยังไม่มีชายาเลยซักคน ทำไมอยากได้ลูกแล้วล่ะ”

“ไม่ใช่! เขาจะขอข้าไปเลี้ยงรอวันข้าโตแล้วรับเป็นชายาต่างหากเล่า!

ไมยราพณ์ถึงกับนิ่งงัน ไม่น่าเชื่อว่าสายเลือดเดียวกัน...คิดเหมือนกันเปี๊ยบมิมีผิดเพี้ยน

“เอ่อ...แล้วเจ้าคงไม่...”

“เจ้าพี่เข้าใจผิดว่าข้าเป็นผู้หญิงเหมือนท่านน่ะสิ ข้าเลยพิสูจน์ให้ดูแล้ว”

“นี่เจ้าแก้ผ้าอีกแล้วรึ! ไม่น๊า!!!

พญายักษ์กรี๊ดกร๊าดรับไม่ได้

“ไม่ใช่! ข้าไม่ได้แก้ผ้า แค่ให้เจ้าพี่จับหว่างขาข้าให้รู้ว่าข้าเป็นตัวผู้เท่านั้นเอง”

เด็กน้อยกระหยิ่มยิ้มย่องในผลงาน แต่อีกฝ่ายกลับคอตกและวาดมือกุมขมับอย่างปวดเศียร ให้ตายเถอะ...ถึงไวยวิกไม่ได้เห็นของดีแต่ได้จับกับมือเชียวหรือ! มันจะน่าอิจฉาเกินไปแล้ว!

“ขี้โกงนี่นา! เจ้าทำให้ข้าแบบที่ทำกับไวยวิกเลยนะ!

ไมยราพณ์ร้องขอ ฝ่ายเด็กน้อยก็มองตากลมโตอย่างแปลกใจ

“เอางั้นเหรอ”

“เอาสิ!

“งั้นหลับตานะ”

มัจฉานุแปลกใจว่าพระบิดาของตนก็ประหลาด อยากได้อะไรแปลกๆ สองมือขาวละเอียดวางบนผิวแก้มพญายักษ์ที่หลับตาพริ้ม เมื่อได้จังหวะก็ชกเข้าเต็มแรงจนร่างที่นั่งพักกลิ้งตกอาสนะกระเด็นไปไกล

ไมยราพณ์นั่งพับเพียบกุมแก้มและหันมามองด้วยดวงตาตัดพ้อ

“โหดร้าย! เจ้าจะตบยุงยังไงก็ไม่ควรตบด้วยหมัดแบบนี้นะ!

ฝ่ายมัจฉานุยังตกใจไม่หาย เขามองดูมือเล็กที่กำหมัดของตัวเองและคิดว่าใช้แรงชกเท่ากับตอนชกใบหน้าไวยวิก แต่ตอนนั้นร่างที่รับหมัดไม่แม้แต่จะกระดิกไหว แล้วทำไมพระบิดาของเขาจึงปลิวกระเด็นเสียราวกับปุยนุ่น

ข้อสรุปประการเดียวคือ...

“พระบิดาอ่อนแอไปแล้วนะ ยกอะไรหนักกว่ากล้องยาขึ้นไหมเนี่ย”

“ใจร้าย! ไม่ต้องมาเฉไฉเลยนะมัจฉานุ เมื่อกี้ข้าให้เจ้าทำแบบเดียวกับที่ทำกับไวยวิก ไม่ใช่ให้ทำเนียนชกข้าซักหน่อย”

“ก็ทำแบบเดียวกันแล้วไง ข้าก็ชกหน้าเจ้าพี่ไปเหมือนกัน”

“ข้าจะเอาจับหว่างขาต่างหากเล่า!

รองพระบาทของมัจฉานุลอยกระเด็นไปประทับบนใบหน้าไมยราพณ์พอดิบพอดี เด็กน้อยสลัดเท้ากระเด็นได้อย่างแม่นยำราวกับจับวาง

“ดีแค่ไหนที่เท้าข้าไม่ติดไปกับรองเท้าด้วย”

ฝ่ายพญายักษ์ค่อยๆ แกะรองเท้าออกจากใบหน้าอย่างระวัง ดวงตากึ่งกลัวกึ่งอ้อนมองอย่างกระเง้ากระงอด

“เจ้าจะแก่นแก้วไปแล้วนะมัจฉานุ ถึงข้าจะเป็นพ่อผู้ใจดีแต่ที่เจ้าเล่นสนุกแบบนี้ข้าก็โกรธเป็น...”

พลันร่างเด็กน้อยก็มายืนอยู่ตรงหน้าและดึงเอามือพญายักษ์เข้ามาจับที่หว่างขาตัวเองทันใด

ดวงตาไมยราพณ์ที่นั่งพังพาบกับพื้นเหลือกลืมด้วยความตกใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองเด็กน้อยที่ป่องแก้มแดงระเรื่ออย่างเขินอาย สักครู่จึงเห็นว่าดวงตากลมโตงดงามของมัจฉานุก็มีน้ำตาเอ่อจนพญายักษ์สะดุ้ง

“ข...ข้าขอโทษ!

พญายักษ์ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว เขาตกใจสุดตัวเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยจอมห้าวน้ำตาร่วงผล็อยๆ

“ข...ข้าไม่ได้โกรธเจ้านะ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เจ้าอับอายด้วย”

“แต่ข้าอาย!

ไมยราพณ์เริ่มมือไม้เปะปะทำหน้าไม่ถูก เขาหันซ้ายหันขวาเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี

มัจฉานุสลัดมือใหญ่ออกและกระโดดหนีออกไปไกล ก่อนที่จะวิ่งออกไปนอกบานทวาร ดวงหน้างดงามก็หันมาด้วยน้ำตาปริ่มอีกครั้ง

“ซักวันข้าจะต้องตัวใหญ่กว่าท่าน! แล้วตรงนั้นก็จะใหญ่กว่าท่านให้ดู! ตอนจับครั้งหน้าจะไม่เล็กแบบนี้แน่ๆ!

ว่าเสร็จก็หันหลังวิ่งหนีไปไกลลิบ

ไมยราพณ์ที่นั่งนิ่งชูมือค้างและมองตามอย่างงุนงง เขาหันหน้าไปมองมือที่ยังค้างอยู่ในท่าจับหว่างขาเมื่อกี้ ดวงตาจ้องตรงอย่างครุ่นคิด แต่เมื่อคิดไม่ออกก็หันกลับไปมองประตูที่ร่างเล็กหนีออกไปเสียแล้ว

“สรุปว่าที่อาย...คืออายที่ของตัวเองยังเล็กอยู่น่ะเหรอ”

ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงนอกกลางกองฝุ่นจนเถ้าฟุ้งกระจาย เขาอ้าปากค้างและเหลือกตามองเพดานอย่างแปลกใจ

“นึกว่าอายที่โดนจับเสียอีก  ลืมไปว่าเป็นลูกชาย ไม่ใช่ลูกสาว”

มือใหญ่ตบหน้าผากและปิดดวงตาด้วยความเขินอาย

สวัสดีค่า ^_^

วันนี้เป็นสงกรานต์ที่ร้อนจริงๆ ค่ะ อยากได้กาละมังซักใบเอามาใส่น้ำแล้วลงไปแช่ เห็นคนอื่นเล่นสาดน้ำกันแล้วไม่ค่อยอยากไปเล่นด้วยเลยค่ะ ขับรถผ่านเจอแต่แก๊งคนเมาเต้นกันบนถนนแล้วก็เอาน้ำไล่ฉีดคนอื่น ไม่ค่อยชอบบรรยากาศแบบนี้เลยค่ะ เลยต้องอยู่บ้านดูการ์ตูนต่อไป

พ่อลูกคู่นี้เฮฮากันเหลือเกินค่ะ ไมยราพณ์เห็นเด็กน่ารักเป็นไม่ได้เชียว ที่จริงตานี่เขาเก่งมากนะคะ แต่ไม่ทราบทำไมพอเขียนให้อยู่กับมัจฉานุแล้วออกมาบ๊องๆ จังเลย

ตอนหน้าไวยวิกยังจีบไม่หยุด แบบนี้พ่อตาจะยอมเหรอ โปรดติดตามค่า

Comment

Comment:

Tweet

น้องลืมพูดอีกนิดนึงนะค่ะ " ข้าจะกดท่านให้ได้ด้วย " ทำไมต้องลืมประโยคนี้!!! (โดนถึบ) เจ๊ก็อยากจับบ้างนะน้องมาบ้านเจ๊หน่อยสิ บ้านเจ๊มีบ่อปลาด้วยนาาาาจะเลยป่ะล่า กรี๊ดดดด กดป๊าเลยนะจ๊อวยอยุ่ ให้ตายเถอะซาร่าห์พี่บลูทำเราบ้าไปแล้ว><

#5 By ME (223.205.248.149|223.205.248.149) on 2014-04-15 00:29

โห น้องมัจเอ้ย ไอ้เราก้อตกใจ ว่าเค้าเสียใจที่จู่ๆ พ่อก้อมาทำก้อร่อ ก้อติกใส่ 
ที่ไหนได้ อายที่เป็นหนอนชาเขียว ไม่ได้เป็นอนาคอนด้านี่เอง
อือม เห็นใจ  ของแบบนี้เป็นใครก้อเสียเซลฟ์  sad smile sad smile sad smile

#4 By pure_ka (171.98.43.152|171.98.43.152) on 2014-04-14 18:39

ชอบคู่นี้มาก ตอนนี้เป็นสามเส้าแล้วสิ หนึ่งหญิง (รึเปล่า) กับสองชาย แถมโชตะทั้งคู่  รีบมาต่อไวไวนะคะ

#3 By sawasdee (58.11.127.218|58.11.127.218) on 2014-04-14 15:27

เด็กหนอเด็กเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่แต่ก็ยังเด็ก ใส่ๆแบบนี้น่าแกล้งสะจริงcry

#2 By Dabew on 2014-04-14 14:38

น้องนุช่างมีความมุ่งมั่นจริงๆcry cry  คุณยักษ์ม่วงก็เนียนได้โล่ห์เหมือนจะจีบน้องนุแล้วตกลงจีบจริงเปล่าแต่ว่าน้องนุเริ่มใจเต้นกับคุณยักษ์ม่วงแล้วอย่างนี้คุณหลานคงจะจีบลำบากหน่อยนะconfused smile confused smile

#1 By momo (1.46.198.136|1.46.198.136) on 2014-04-14 13:29