มหาบุรุษกายสีเขียวอ่อนกรีดดวงตาพิศใบหน้าของนิลพัทซึ่งบัดนี้คุกเข่าประณตน้อมอยู่หน้าพลับพลาด้วยตัวสั่นเทา พระรามปราดมองไปทางขวายังอนุชาลักษมัณที่เคียงข้างอยู่และเห็นว่าใบหน้าโกรธขึ้ง ส่วนทางซ้ายเสนาธิการพระยาพิเภกก็ส่ายหน้าอย่างระอาใจ ฝ่ายสุครีพที่เพิ่งจะดำเนินมาถึงและถวายตัวเข้าเฝ้าก็อดจะประหลาดใจกับบรรยากาศนี้ไม่ได้

“นายทัพสุครีพ”

เสียงหวานเอ่ยดังกังวานจับจิตจากพระรามตอบรับด้วยเสียงขานจากพญาวานรกายสีชาด

“เราได้ยินมาว่านิลพัทลอบหนีกองไปสมสู่กับนางสุพรรณมัจฉาโดยไม่รู้ว่านางบัญชาให้ปลาใหญ่น้อยขนหินถมถนนไปทิ้ง แต่สุดท้ายหนุมานจับได้ นางมัจฉากลับตกเป็นเมียหนุมานจึงได้เปลี่ยนใจยินยอมช่วยขนหินกลับมาเป็นถนนดังเดิมจริงหรือไม่”

นายทัพสุครีพเบิกดวงตาอย่างแปลกใจ

“องค์รามได้ยินจากผู้ใด”

“จากหนุมาน”

นายทัพเหล่มองหาหลานตัวแสบแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา เอาล่ะสิเจ้าหลานโง่ จับแพะจนแกะจนเป็นเรื่องเป็นราวอีกแล้วไง

“เห็นจะเป็นเช่นนั้น แต่นางสุพรรณมัจฉามีรูปโฉมงดงามเหลือแสน ทั้งน้ำเสียงก็ไพเราะราวกับจะดึงให้ต้องมนต์ ดังนั้นคงมิแปลกที่นิลพัทจะถูกล่อลวง”

ฝ่ายกระบี่นิลกาฬ ได้ยินน้องนางถูกกล่าวประจานเช่นนี้ก็นึกค้านในใจอยากจะแก้ต่างให้ว่านางเป็นสตรีใจงาม มิได้ล่อลวงตน ตนเสียอีกที่ยินดีพลีใจให้ แต่สายตาสุครีพจ้องตรงมาก็ราวกับจะบอกว่าให้หุบปากเงียบเสีย

มหาบุรุษกายสีเขียวนวลหรี่ปรือดวงตาอย่างครุ่นคิด แต่ระหว่างที่ยังคิดไม่ออก พิเภกก็กลับถามให้คลายสงสัย

“หากนายทัพกล่าวเช่นนั้น นิลพัทคงต้องมนต์นางมัจฉาจริง ความผิดเพียงแค่หนีกองก็ควรให้จองจำหรือโบยสถานเบา”

พิเภกซึ่งมองผ่านแว่นวิเศษก็พอจะเห็นได้ว่านิลพัทมิได้ถูกล่อลวง แต่เทใจให้หล่อนเลยต่างหาก ความที่เป็นสหายใจภักดิ์กับสุครีพจึงหาทางช่วยอย่างเต็มกำลัง

“ไม่สิ ถ้ามนต์นางสุพรรณมัจฉามีอานุภาพลึกล้ำจนล่อลวงนิลพัทได้จริง เหตุใดหนุมานจึงรอดพ้นทั้งที่ฤทธิ์มากไม่ต่างจากนิลพัทแท้ๆ แถมหนุมานยังได้นางเป็นเมียจนออดอ้อนขอให้ปลาใหญ่น้อยขนศิลากลับมาคืนที่ได้เสียอีก”