มาจะกล่าวถึงอุทยานราชวังแสนวิจิตรใต้สมุทร เดิมเป็นที่ประทับของท้าวมหายมยักษ์แห่งกรุงบาดาล แต่เมื่อสิ้นพระชนม์ โอรสพญายักษ์ ไมยราพณ์จึงได้ครองนครต่อไป แม้จะอยู่ใต้สมุทรแต่มีการกางอาณาเขตให้เหมาะแก่การอาศัยของยักษ์ เสาวังก็แสนงดงามด้วยปะการังแกะสลักเสลาสดสวย หลังคาเคลือบเปลือกหอยมุขเป็นริ้วรุ้งต้องแสงสุรีย์แม้เพียงน้อยก็สว่างงามดั่งวิมาน

ท่ามกลางความสงบร่มรื่นแห่งเมืองบาดาล เสียงนางจันทรประภาศรีมารดาของไมยราพณ์บ่นพึมพำในห้องทรงอักษรเสียจนเทิดท้าวที่ได้สดับอยู่ใกล้ๆ รู้สึกปวดเศียร

“พอทีเถอะท่านแม่ ต่อให้ท่านตื๊อขนาดไหน ข้าก็ไม่สนนางๆ ที่ท่านหามาให้หรอก”

ไมยราพณ์ผู้ครองเมืองบาดาลเป็นพญายักษ์กายสีม่วงอ่อน ตั้งแต่เด็กชอบศึกษาสรรพวิชาและหมดเปลืองเวลาไปกับการอ่านเขียนในห้องอักษร ไม่ชอบออกสมาคมเท่าใดนัก ความที่เป็นผู้รู้รอบอาคมจึงรู้มนต์สะกดทัพซึ่งน้อยนักจะมีผู้ใช้วิชาเป่ามนต์ให้ส่งผลพร้อมกันได้ทีเดียวหมดทั้งกอง ศาสตราวุธประจำตัวคือกล้องยาสามารถเป่าทัพนับหมื่นให้หลับใหลได้

“องค์บพิตร! ท่านก็อายุล่วงเลยมาปูนนี้แล้ว ควรจะหาชายาสักคนมาคลอดทายาทได้แล้วนะ”

นางจันทรประภาศรีบ่นต่อพร้อมกับยัดเยียดภาพวาดนางยักขินีอวบอึ๋มงดงามให้ดู แต่ก็ไม่เคยเป็นที่ต้องตาต้องใจเลย

“ข้าไม่มีทางจะมีใจให้ใครได้ดอกท่านแม่ ในเมื่อข้าถอดดวงใจออกไปไว้ในหอยแมลงภู่ซ่อนไว้ที่ยอดเขาตรีกูฎแล้ว ดังนั้นหล่อนทั้งหลายก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องผลิตลูก หากท่านคิดว่าจำเป็นก็เลือกมาให้ข้าสักโหลก็ได้ ถึงไม่มีใจแต่เรื่องทำลูกก็ไม่ได้เกินความสามารถหรอก”

ใบหน้ามารดาคลี่รอยยิ้มอย่างเปล่งประกาย

“จริงหรือท่าน! โอยย...แก่ปูนนี้เพิ่งรู้สึกปีติก็วันนี้เอง ข้าจะรีบไปนำตัวนางยักขินีศรีขัติยามาถวายตัวให้สมเกียรติท่านเลยนะเจ้าคะมหาบพิตร”

ว่าแล้วนางก็กระวีกระวาดเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม

เมื่อเห็นว่าเรื่องนี้ท่าจะยาว ไมยราพณ์จึงรีบหนีขึ้นมาให้พ้นจากเมืองบาดาลเสียก่อน เพราะเชื่อว่าไม่ถึงชั่วอึดใจ มารดาเป็นต้องจัดเตรียมนางมาให้เขาเข้าห้องหอด้วยได้เป็นแน่

พญายักษ์กายสีม่วงอ่อนจึงเหาะเหินจากเมืองบาดาล ผ่านท้องสมุทรตรงไปยังฝั่ง พลันสายตาเหลือบเห็นทัพลิงจองถนนกันเป็นการใหญ่จึงลอบแวะไปดูด้วยความสงสัย

“ได้ข่าวว่าพระรามจะจองถนนไปกรุงลงกาเพราะแค้นที่ท่านลุงทศกัณฐ์ลักพานางสีดาไป ก็เข้าใจได้อยู่หรอก แต่ที่แปลกใจคือทำไมพวกปลาถึงมาช่วยขนศิลาทำถนนด้วยล่ะ”

ไมยราพณ์ดำริก็ยิ่งประหลาดใจ พญายักษ์จึงเป่ากล้องยาล่องหนซ่อนกายให้พ้นสายตาเพื่อจะลอบเข้าไปดู

ระหว่างทางเดินตัดหาด ดวงตาจระเข้ก็พิศเห็นพญาเสือโคร่งกายใหญ่โตกำลังอุ้มวานรตัวน้อยหางเป็นปลาอยู่ ด้วยความใคร่รู้จึงพรางกายล่องหนเข้าไปใกล้เสียจนแทบรู้สึกถึงลมหายใจ กุมภกรรณมองไม่เห็นจึงไม่รู้ว่าไมยราพณ์ล่องหนเข้ามา แต่น่าแปลกที่เด็กน้อยกลับรู้สึกได้และหันไปยิ้มร่า

“น่าเอ็นดูเสียจริงวานรน้อย ปากนิดจมูกหน่อย ผิวหรือก็ขาวผุดผาดเหมือนเม็ดมุขเลอค่า เส้นผมสีทองคำสุกปลั่ง แล้วยังหางปลานั่นอีก แบบนี้ก็อยู่ได้ทั้งในน้ำและบนบกเลยสิ”

พญายักษ์ล่องหนหยอกล้อกับเด็กน้อยซึ่งไม่รู้ว่าเห็นตนได้อย่างไร ฝ่ายพญาเสือโคร่งรู้สึกผิดสังเกตที่มัจฉานุหันไปหัวเราะร่วนกับอากาศธาตุ แต่เมื่อเห็นรอยเท้าดำเนินตรงมาตามหาดทรายก็พอจะนึกได้ว่าใครที่มีกล้องยาล่องหนเป็นอาวุธ

“จะล่องหนอีกนานไหม ไมยราพณ์”

ฝ่ายพญายักษ์กายสีม่วงสะดุ้งเฮือกจนเผลออุทาน

“เสือ...พูดได้”

“ไม่ใช่ว้อย! พญาเสือโคร่งต่างหาก! ร่างแปลงของลุงเจ้าไงเฟ้ย!

นัยน์ตาจระเข้เหลือกลืมอย่างแปลกใจ

“เสียงแบบนี้ ห้าวขนาดนี้ หรือว่า...แต่ไม่มีหอกโมกขศักดิ์นี่นา”

พลันในอุ้งเท้าก็ปรากฏหอกโมกขศักดิ์ซัดป้าบเข้ากลางอากาศแต่แม่นตรงไปที่ศีรษะไมยราพณ์จนบวมปูด ก่อนจะเก็บซ่อนไว้ที่เขี้ยวงามเช่นเดิม

“อย่าให้ข้าเผยร่างบ่อยนัก นี่มันกลางทัพวานร”

ฝ่ายไมยราพณ์ที่กุมเศียรทำหน้าแหย ดีที่มนต์ล่องหนยังอยู่ ไม่อย่างนั้นถ้าลุงของเขามองเห็นเป็นได้เคาะกะโหลกมาอีกป้าบแน่

“แล้วท่านลุงมาทำอะไรที่นี่ สืบข่าวจองถนนหรือท่าน”

“ข้าอยู่เคียงข้างพระเชษฐาทศกัณฐ์ จะรู้ก็มิแปลก เจ้าต่างหากนอนเล่นอยู่กรุงบาดาล ไปรู้ข่าวนี้มาได้อย่างไร”

“กองระวังเหตุชื่อเจ้าสารัณไปรายงานสิท่านลุง ทราบเช่นนั้นข้าจึงบอกสารัณให้ไปทูลพระปิตุลาทศกัณฐ์”

“อย่างนั้นรึ”

ไมยราพณ์ยังคงมนต์ล่องหนและหยอกล้อกับเด็กน้อยต่อด้วยความเอ็นดู

“แล้วนี่ท่านลุงเก็บลูกครึ่งลิงปลามาเลี้ยงฆ่าเวลาหรืออย่างไร หน้าตางามจัดขนาดนี้ท่าทางแม่จะสวยทีเดียว จะว่าลูกท่านลุงก็ไม่ใช่เพราะไม่มีเค้ายักษ์ หรือว่าท่านจะเลี้ยงไว้เป็นเมีย”

อุ้งเท้าหน้าแสนนุ่มตะปบกลางอากาศอีกรอบ คราวนี้เข้าเต็มหน้าไมยราพณ์ ตามด้วยกรงเล็บคมกริบโผล่ออกมาจนใบหน้าสีม่วงอ่อนเลือดอาบ

“พูดจาหมาไม่แดก”

“ฮ่าๆๆๆ ท่านลุงก็ยังโหดไม่เปลี่ยนเลยนะ”

พญายักษ์ดันอุ้งเท้าออกจากหน้า เขาพยายามหลบซ้ายหลบขวาก็แล้ว ทั้งที่ล่องหนขนาดนี้แต่ไม่เคยรอดจากท่านลุงของเขาเสียที สมัยก่อนก็ได้กุมภกรรณเป็นอาจารย์ฝึกวิชาบู๊ให้เพราะพระบิดาท้าวมหายมยักษ์เห็นว่าเขาเอาแต่อ่านหนังสือจนไม่เป็นการศึกเอาเลย ได้กุมภกรรณเลี้ยงอยู่ไม่นานก็สนิทสนมกันจนแทบเป็นพ่อลูก ด้วยเพราะลุงของเขาไม่บังคับให้ต้องจับดาบจับศร แต่กลับเห็นว่าเขามีวิชาทางมนต์สะกดจึงแนะนำให้เอาดีทางนั้นแทน

“ข้าล่ะคิดถึงท่านลุง อยากจะไปเยี่ยมและเที่ยวกรุงลงกาใหม่เสียด้วย ดีไม่ดีจะได้ช่วยท่านลุงออกศึกรบกับพระราม”

“ชิชะ เจ้ายักษ์ที่ยกอะไรหนักกว่ากล้องสูบยาไม่ขึ้นอย่างเจ้าน่ะเหรอจะมาร่วมรบ กลับบ้านไปอ่านหนังสือไป๊”

“ว่าอะไรอย่างนั้นล่ะ กล้องสูบยาเป็นสุดยอดศาสตราวุธของข้าเชียวนา”

พญาขาลได้สดับก็พ่นลมหายใจฟืดฟาดอย่างหมั่นไส้

“เออ นี่ถ้าข้าไม่แสร้งบอกท้าวมหายมยักษ์พ่อเจ้าว่ากล้องยานี่คือศาสตราพิเศษเป่ามนต์หลับได้ทั้งกองทัพ พ่อเจ้าก็คงได้รู้ว่าที่แท้เจ้ามันก็ยักษ์อินดี้จอมปวกเปียกที่กระทั่งพระแสงดาบยังยกไม่ขึ้นต่างหาก”

“โธ่ท่านลุง”

“ทีข้าล่ะเรียกลุง ทีพระเชษฐาล่ะเรียกพระปิตุลา”

ไมยราพณ์พิศดูท่าเสือโคร่งสะบัดหน้างอนก็หัวเราะร่วน

“ฮ่าๆๆ มันไม่เหมือนก๊าน ข้าน่ะรักท่านลุงเหมือนพ่อ แต่พระปิตุลาทศกัณฐ์น่ะเหมือนจ้าวชีวิต อย่าได้ขืนล่วงเกินองค์ดีกว่า พ่อข้าเตือนไว้ว่าอยู่ให้ห่างพระปิตุลาที่สุดจะเป็นดี ข้าก็เลยต้องอยู่วังบ้านนอกที่เมืองบาดาล ไม่ได้ไปเที่ยวดูแสงสีในลงกาเสียทีน่ะสิ”

“ถึงว่าหาเมียยังไม่ได้”

ฝ่ายลุงจิกต่อ

“ก็เนี่ยสิท่านลุง ป่านนี้พระมารดาคงไปหานางยักขินีมารอข้าอยู่บนแท่นบรรทมแล้วล่ะ ข้าไม่เห็นจะชอบเลย นางยักษ์นมโตจะตาย ข้าอยากได้อกราบๆ หน้าเด็กๆ กระดูกอ่อนๆ น่าเคี้ยวมากกว่า”

“ไอ้ศัตรูเยาวชน”

แม้จะจิกกัด แต่สุดท้ายทั้งลุงทั้งหลานก็แอบหัวเราะหึๆ ขึ้นมาพร้อมกันด้วยเพราะรสนิยมชอบแบบอกเล็กๆ และใส่ซื่อเหมือนกัน

“อย่างนั้นเจ้าก็ช่วยเอาเด็กนี่ไปเลี้ยงให้หน่อยสิ ลูกของสุพรรณมัจฉาน่ะ ชื่อมัจฉานุ”

ฝ่ายไมยราพล่องหนเอียงคออย่างแปลกใจ เขามองดูใบหน้าน่าเอ็นดูของเด็กน้อยก็พอจะเห็นเค้าลางความงามของแม่อยู่ แต่ส่วนใหญ่ออกจะคมคายไปทางลิง พอดูดีๆ แล้วมีกุณฑล ขนเพชร เขี้ยวแก้ว แถมตอนหาวยังเป็นดาวเป็นเดือนอีก ลูกลิงตัวขาวจ๋องขนาดนี้ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นลูกของหนุมานเป็นแน่แท้

“อุหู...ฤทธิ์มากน่าดูสิท่านลุง ฝ่ายแม่ก็เป็นธิดาท้าวทศพักตร์ ฝ่ายพ่อก็เป็นลูกพระพาย เลี้ยงไว้เฝ้าวังคอยไล่พวกนางๆ นมโตก็คงไม่เลว เอาเป็นว่าข้าขอรับไว้เป็นบุตรบุญธรรมเสียแล้วกัน”

สองมือกำลังจะอุ้มเด็กน้อยขึ้นมา แต่ละสายตาไม่นาน เด็กน้อยกลับเติบโตขึ้นอีกเท่าเด็กอายุราวสิบสอง ดวงตากลมโตและรอยยิ้มอ้อนน่ารัก ยิ่งเส้นผมสีทองอร่ามยาวประบ่ายิ่งน่าหลงใหล

“อีกแป๊บเดียวจะแก่เกินข้าไหมเนี่ย พวกปลาโตเร็วกันจริง”

พญาเสือโคร่งได้สดับหลานก็ยิ้มขำ

“ไม่หรอกน่า โตอยู่แค่นี้ไปอีกสิบสองสิบสามปีนั่นแหละ ถ้าเป็นเมียก็เลิศเชียว สาวสดไม่แก่อยู่อีกเป็นสิบปี”

“งั้นข้ารับเจ้าหนูนี่เป็นเมียด้วยดีไหม”

อุ้งเท้าหน้าฟูนุ่มฟาดหลังเท้าเข้าใบหน้าล่องหนไปอีกป้าบด้วยความหมั่นไส้ ครั้งนี้ขนาดไมยราพณ์หลบจากด้านขวามาด้านซ้ายก็ยังโดนหลังแหวนอยู่ดี

“ถ้าพ่อเจ้าได้ยินมีหวังโดนไม้เรียวฟาดแน่”

“ถึงพ่อไม่ได้ยิน ท่านลุงก็ฟาดข้าอยู่ดี”

“เดี๋ยวปั๊ดอีกเปรี้ยง”

“ม...ไม่เอาแล้ว!

ไมยราพณ์เริ่มโวย เขาก็รู้ว่าลุงของเขาเอ็นดูเขามาแต่เด็ก ยิ่งพอบิดาเสียไปก็ยิ่งห่วง แต่ความที่อยู่ไกลจึงไม่ค่อยมีโอกาสได้พบปะกันเท่าใด ครั้งนี้แม้ได้เจอกันโดยบังเอิญแต่ก็ถือเป็นโชคดีอย่างคาดไม่ถึง

“รีบไปได้แล้ว”

“ขอรับท่านลุง ว่างๆ แวะไปเยี่ยมข้าที่เมืองบาดาลบ้างนะ”

พญายักษ์กระโดดกอดและจุมพิตเข้าที่แก้มปุกปุย ก่อนจะจูงบุตรบุญธรรมหน้าตาจิ้มลิ้มลงไปยังมหาสมุทรเพื่อกลับกรุงบาดาลต่อไป

กุมภกรรณได้ฝากฝังหลานเสียได้ก็โล่งใจ แต่เพิ่งนึกได้ว่ามีพิธีชำระความนิลพัทรออยู่จึงว่าจะย่องไปแอบดูเสียหน่อย

 

สวัสดีค่า ^_^

 

เปิดตัวไมยราพณ์ อย่างฮามั้ยคะ สงสัยตั้งแต่ตอนอ่านทีแรกแล้วค่ะว่าพิเภกเป็นคนสู้รบไม่ค่อยเก่งแต่มีวิชาความรู้ เวลาอ่านรามเกียรติ์เวอร์ชั่นจริงก็มักจะถูกเหน็บแนมว่าเป็นยักษ์ที่ปวกเปียกที่สุด (แต่ที่จริงพิเภกฉลาดนา) ในระหว่างที่ไมยราพณ์เอาแต่เป่ากล้องให้ชาวบ้านหลับ ไหงคนชื่นชมว่าเก่งเวอร์ ยุคนั้นเขาคงมีนิยามความเก่งตามยุคสมัยเนอะคะ แต่เมื่อมาปรากฏในนิยายของ Blueฯ ก็เป็นอันว่าเสียคนกันหมด เอิ้กๆๆๆ

 

ลุงหลานคู่นี้เขาดูสนิทกันค่ะ ตอนอ่านไมยราพณ์รับมัจฉานุก็แปลกใจหน่อยว่ามันจะโตทันได้ไงเนี่ย หรือว่าปลาโตเร็ว หรือว่ารบกันนานจนมัจฉานุโต คิดไปคิดมาก็จิ้นซะงั้นค่ะ ที่จริงจิ้นตั้งแต่ตอนอ่านว่ารับเป็นลูกบุญธรรมแล้ว เจอกันครั้งแรกถ้าไม่ประทับใจอย่างสุดซึ้งมีหรือจะรับเป็นลูก ดังนั้นมันต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ ค่ะ (เช่น กะเลี้ยงต้อย) ด้วยเหตุนี้ลุงหลานจึงเปิดเผยความจริงว่าแอบโลลินี่เอง มิน่ากุมภกรรณชอบซื่อๆ แบบสุครีพ

 

ตอนหน้าพระรามเช็คบิลนิลพัทค่ะ ก็ตามเนื้อเรื่องหลักล่ะนะคะ แต่แหม...พระรามสุดซื่อจะจัดการนิลพัทได้อย่างไร โปรดติดตามค่ะ ส่วนไมยราพณ์จะพาลูกเลี้ยงไปแนะนำให้มารดารู้จัก นางยักขิณีอวบอึ่มที่แม่พามาเป็นชายาจะเป็นอย่างไร ตอนต่อไปเช่นกันค่า

 

ขอบคุณท่านที่แวะไปโหลด e-book ทั้งฟรีและไม่ฟรีของ Blueฯ ใน meb นะคะ ขออภัยที่พิมพ์ผิดเยอะค่ะ แบบว่าพิสูจน์อักษรไม่เก่ง ส่วนของไม่ฟรีขาย 60 บาทเนี่ย คนขายได้ส่วนแบ่ง 18 บาทต่อเล่มค่ะ ตอนนี้ขายไปได้แล้วถึง 9 เล่ม!! คุณพระ...ขายได้ด้วยแฮะ ดีใจจัง ที่จริงก็อยากฟรีหมดนะคะแต่คิดว่าเว็บไซต์เขาก็ต้องทำมาหากินเหมือนกัน เขาก็มีรายได้จากส่วนแบ่งยอดขายพวกนี้ล่ะค่ะ ต้องตัดไปให้ช่องทางการจ่ายเงินด้วยทำให้รายได้เขาก็ไม่เยอะหรอกค่ะ ดังนั้นต้องช่วยให้เขามีรายได้ด้วยนะคะ คนเขียนน่ะไม่ได้คิดมากเรื่องพวกนี้หรอกค่ะ แค่มีคนอ่านก็ถือว่าขอบคุณมากแล้ว ตังค์กินหนมมีพอค่ะ ความสุขไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเงินในธนาคาร แต่อยู่ที่ตัวเลขจำนวนคนอ่านค่ะ (อ้าว...ไม่ต่างกัน)

 

ยังสนุกกับการลองทำ e-book อยู่ค่ะ (ไม่มีแรงพิมพ์เล่ม) แต่น่าเสียดายที่ external harddisk เพิ่งโดนไวรัสและกู้ข้อมูลมาได้แค่ 1 ใน 3 เท่านั้น นิยายหายไปพอสมควรเลย หลายเรื่องคิดจะพิมพ์ก็คงจะอดเสียแล้ว ยังกลุ้มใจอยู่ว่าถ้ามันอยู่ไม่ครบจะทำยังไงดี ในเด็กดีก็แบนซะหายเรียบ เสียดายจังค่ะ แต่ไม่แบ็คอัพเก็บไว้เองก็คงโทษใครไม่ได้ค่ะ

 

อา...เม้าธ์ยาว พบกันใหม่ตอนหน้านะคะ

Comment

Comment:

Tweet

ไมยราพณ์น่ารักจังค่ะ ต่างจากที่เคยเรียนคนละขั้วเลยแต่ชอบบบบ ดูสดใส เกรียนๆ แถมนิยมกินเด็กอีกต่างหากยิ่งชอบไปใหญ่เลยยย

#11 By caren (1.2.218.246|1.2.218.246) on 2014-10-28 17:51

มีเมียเด็กต้องหมั่นตรวจเช็คร่างกาย......<<<<มบเพลงนี้ให้ไมยราพณ์

#10 By meceron on 2014-09-27 23:41

มัจฉานุจะโดนกินแต่เด็กมั๊ยน้อ 5555555555+

#9 By monster zis on 2014-05-29 18:19

พี่โคร่งปากจัดใช่ย่อยที่อยู่กับน้องลิงครั่งยังไม่เป็นขนาดนี้เลยสงสัยยอมให้เเน่ๆ ว่าแต่ยกน้องนุให้คุณยักษ์ม่วงไปแล้วเค้าเริ่มจะจิ้นคู่นี้ซะแล้ว ไม่คิดว่าคุณยักษ์ม่วงจะอรมณ์ดี ฮาแตกขนาดนี้

#8 By momo (111.84.2.116|111.84.2.116) on 2014-03-17 21:15

ไมยราพณ์นิยมเด็กวัยขบเผาะ แต่ลุงหลานคู่นี้รสนิยมเดียวกัน มิน่าล่ะถึงเข้ากันได้ดี อิๆ ขอบคุณที่ลงต่อเนื่องมาให้อ่านอย่างเพลิดเพลินนะคะ
ไม่เคยโหลดe-bookเลย แต่อยากเก็ยงานของคุณบลูฯไว้ ขอไปทำความเข้าใจในการโหลดก่อนแล้วจะรีบอุดหนุนนะคะ big smile

#7 By fonacy (125.27.159.104|125.27.159.104) on 2014-03-16 23:22

คือแบบ ฮามากตรงที่กุมภกรรณพูดว่า พูดจาหมาไม่แดก อ่ะ 555 
รอ ร้อ รออออ ไม่ได้เข้ามาดูแป๊บเดียวก็อัปแล้ว ก็คงจะรอต่อไปค่าาา 

#6 By Gypsy (1.10.194.8|1.10.194.8) on 2014-03-15 22:05

น่ารักมากเลยคับ  ตอหน้าสู้ๆนะคับdouble wink double wink

#5 By doog (171.96.241.112|171.96.241.112) on 2014-03-15 18:09

ฮรั๊ยยย
อยากเม้าท์ว่าเคยแอบจิ้นเรื่องนี้ตอนไปดูโขนตอนศึกไมยราพณ์ค่ะ
คือ หลังจากหนุมานรู้ว่ามัจฉานุเป็นลูกก็ดีใจมาก
แสดงความรักด้วยการกอดจูบลูกคลำกัน(แบบจูบปากอย่างดูดดื่ม/ในหัวโขนนี่แหละ55)
มีอาบน้งอาบน้ำให้กัน
เข้าใจว่าเขาตั้งใจทำเพื่อให้มันตลกเป็นสีสันอะไรอย่างนี้
แต่อิฉันก็นั่งจิ้นและฟินมาก U///U

#4 By floo (124.120.147.162|124.120.147.162) on 2014-03-15 15:27

นิยายตอนเก่าๆ น่าจะหาได้นะฮัฟ
หลายคนน่าจะเก็บอยู่ จะให้ข้าพเจ้าลองสอบถามไหมท่าน??

#3 By blackrain (180.183.47.233|180.183.47.233) on 2014-03-15 15:12

อุ๊ย! ไมยราพณ์กินเด็กกกก~
ท่านบลูมาต่อได้น่ารักมากเลยค่ะ
ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กดีแล้ว สู้ๆนะคะตั้งตารอตอนต่อไปค่า

#2 By Grizzly the BeaR.♥ on 2014-03-15 13:00

อุ๊ย! ไมยราพณ์กินเด็กกกก~
ท่านบลูมาต่อได้น่ารักมากเลยค่ะ
ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กดีแล้ว สู้ๆนะคะตั้งตารอตอนต่อไปค่า

#1 By Grizzly the BeaR.♥ on 2014-03-15 13:00