แสงเทียนเล่มน้อยส่องนวลพลบแพลมในพลับพลาของนายทัพสุครีพ ร่างสูงใหญ่แทบติดเพดานของพญาเสือโคร่งจัดแจงหาพื้นที่เอนกายลงนอนอย่างสบายก่อนที่วานรกายสีชาดที่เพิ่งสรงเสร็จสะอาดสะอ้านจะตรงเข้ามายิ้มทัก

“คับแคบเสียหน่อยนะพี่โคร่ง แต่จะหาที่ใดได้อยู่กันสองต่อสองนอกจากห้องนอนข้าแล้วก็ไม่มี”

สุครีพพิศไปยังขนสีทองสลับดำเงางามและหอมนุ่มก็แสนจะรัญจวนใจ ขาทั้งสองพาให้วิ่งตรงลงกระโดดกอดแผงคออย่างเสน่หา ซุกไซร้ใบหน้าและจุมพิตไรขนที่ผิวปรางจนพญายักษ์แข็งเกร็งไปทั้งตัว

“นุ่มจังเลยพี่โคร่ง”

“บ้าสิ! ชาติพยัคฆ์มากลายอย่างข้าไม่ดีใจหรอกนะที่ได้คำชมหวานแหววแบบนี้!

“แต่ข้าจะกระซิบได้อย่างไรถ้าหูท่านอยู่เสียสูง”

นายทัพเงยมองใบหูนุ่มด้วยดวงเนตรเป็นประกาย เขาเอื้อมดึงจนใบหูพญาเสือโคร่งพับลงมาอย่างน่ารัก เพียงลมปากกระซิบแผ่วเบา ร่างกายของก