แสงสุรีย์ลอดเร้นเข้ามาตามบานบัญชรสาดสีแสดในยามย่ำค่ำงามดั่งวิมานพรหม ท้าวทศพักตร์ลงประทับบนพระราชอาสน์กางกั้นด้วยสัปตปฏลเศวตรฉัตรสีขาวปลอดเจ็ดชั้นอย่างภูมิฐาน เมื่อได้พิศใบหน้าอินทรชิตบุตรชายซึ่งนำนางเบญกายเข้าเฝ้าเพื่อรายงาน การณ์ที่ไม่ปรากฏพระยาพิเภกยักษีร่วมมาด้วยแสดงเจตนาให้รับรู้ได้โดยนัยว่ากิจที่มอบหมายไม่ประสบผล

พระบาทกระทืบบัลลังก์ทองเป็นเสียงก้องน่าสะพรึงกลัว ทศกัณฐ์ไล่นางกำนัลยักขินีและทหารอารักษ์ออกไปให้พ้นท้องพระโรง เมื่อเสียงบานทวารปิดสนิทลงพญารากษสจึงเอื้อมคว้าพระแสงราชอัษฎาวุธใกล้มือขึ้นมาและวาดปลายตรงไปยังเบญกายจนนางสะดุ้งสั่นไปทั้งตัว

“เจ้าพาพ่อเจ้ากลับมาไม่ได้”

“พระอาญามิพ้นเกล้า!

อินทรชิตคุกเข่ามาขวางเบื้องหน้าอย่างเร่งร้อน เขาพนมมือมั่น แต่แรงสั่นยังเห็นชัดเจนไปถึงน้ำเสียง

“น้องเบญกายได้พยายามปฏิบัติกิจที่พระบิดาให้อย่างเต็มกำลัง แต่หนุมานจับแผนได้เสียก่อน นางจึงจำต้องทิ้งภารกิจสำคัญและหนีกลับมาทูลพระบิดาให้ทราบ ได้โปรดทรงเมตตา...”

“เจ้าแน่ใจว่าไม่ใช่เพราะพิเภกมองเห็นแผนนี้จึงคิดคดกับข้า”

“ม...ไม่ใช่แน่นอนพระบิดา หากท่านอาพิเภกใช้แว่นวิเศษส่องดูจนรู้ว่าเป็นน้องเบญกายย่อมต้องช่วยเหลือเป็นแน่ ไม่ปล่อยให้น้องถูกหนุมานฉุดคร่าจนแปดเปื้อนราคีเช่นนี้”

พญารากษสวางใบหน้าสงบนิ่งลง พระบาทค่อยย่างลงจากบัลลังก์ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า คมพระแสงยังคงส่องมายังนางผู้ตื่นกลัวเช่นเดิม แต่ดูเหมือนเรื่องที่อินทรชิตเอ่ยออกไปช่วยให้อารมณ์ร้อนดั่งเปลวเพลิงของทศกัณฐ์เมื่อครู่คลายลงได้บ้าง

“ที่เจ้าว่าเบญกายถูกฉุดคร่า...”

“ดังพระบิดาดำรัส น้องถูกเจ้าลิงไพร่สาดราคีให้มัวหมอง จนตอนนี้น้องตั้งครรภ์บุตรของมันในท้อง หากพระบิดาลงดาบ หลานของท่านก็จะสิ้นไปด้วย”

เมื่อได้สดับว่ามีชีวิตในครรภ์ ท้าวทศกัณฐ์จึงยอมลดคมดาบลง แต่ไม่ทันที่อินทรชิตและนางเบญกายจะวางใจได้เต็มอก พระแสงอัษฎาวุธก็ถูกสาดปราดลงมาจากบัลลังก์ปักลงบนพื้นท้องพระโรงข้างกายเบญกายจนนางตกใจสิ้นสติ คมพระแสงแหวกลมผ่านใบหน้าของอินทรชิตจนเกิดบาดแผลที่ผิวแก้ม เลือดสีแดงไหลอาบแต่หากเทียบกับชีวิตน้องแล้ว โทษเพียงเท่านี้ก็ถือว่าเล็กน้อยนัก

“หาเรื่องขัดใจเราได้ตลอดเลยนะ รณพักตร์”