ดวงตาสีทองที่เศร้าโศกมองดูเข็มฉีดยาขนาดเล็กเข็มแล้วเข็มเล่าถูกปักลงที่แขน ภาพตรงหน้าของเขาพร่าเลือนไปเรื่อยๆ ใบหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากของชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านเป็นอย่างไรก็ไม่แน่ใจ เขารู้เพียงว่าจะต้องไม่ลืม

“ไม่...ผมจะไม่ลืม...”

“ลืมซะซาช่า อย่าให้ฉันถึงกับต้องฆ่าเธอเลย”

บุรุษสูงใหญ่หยิบยาเข็มถัดไปฉีดเพิ่มลงไปอีก จนเมื่อเห็นว่าคอของซาช่าไม่สามารถพยุงศีรษะให้ตั้งตรงได้อีกแล้วจึงหยุดมือ ปล่อยให้ร่างของเด็กหนุ่มนอนทิ้งตัวอย่างสิ้นแรงอยู่บนเตียงด้วยดวงตาหรี่ปรือ

“ผมรัก...คุณ...”

“เธอมันบ้าแท้ๆ ซาช่า น่าเสียดายจริงๆ”

เขาโน้มใบหน้าลงจุมพิตเด็กหนุ่มอีกครั้งอย่างอ่อนหวานพร้อมกับปักยาลงไปอีกเข็มจนเลือดจากรอยเข็มนับสิบรอบไหลอาบแขน

“หมดสติไปแล้วครับ”

จินซุยโซเปรยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบสนองอีกแล้ว เขามองดูราฟถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดายก่อนค่อยๆ อุ้มร่างเปลือยเปล่าไปนอนบนเตียงและห่มผ้าให้อย่างดี ความริษยาแล่นริ้วขึ้นมาเสียจนอยากจะหยิบมีดไปแทงเด็กหนุ่มผมดำคนนี้ให้พรุนไปทั้งอก! ทำไมเด็กไม่รู้หัวนอนปลายเท้าถึงได้รับความอารีจากราฟถึงขนาดนี้ แต่เขาที่อยู่เคียงข้างอย่างสัตย์ซื่อกลับไม่เคยได้รับอนุญาตให้สัมผัสแม้แต่ปลายผม!

“ราฟ...”

“หืม”

“ถ้าผมบอกรักคุณบ้าง...”

ชายหนุ่มรับฟังแล้วก็ยิ้มเยาะ เขาหันหลังกลับมามองดูใบหน้าผู้ติดตามชาวจีนที่ตัวเขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าเด็กหนุ่มคนนี้บูชาเขายิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง

“ถ้ายังอยากอยู่เคียงข้างฉัน อย่าทำในสิ่งที่ฉันไม่ได้สั่ง”

ชายหนุ่มบัญชาด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“คำตอบล่ะจิน”

ฝ่ายผู้ติดตามถึงกับหน้าเจื่อน

“น้อมรับบัญชาครับ แองเจิ้ล”

“ดี”

ร่างสูงโปร่งประดับด้วยเรือนผมสีทองคำสลวยราวกับมงคลเทวทูตเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ เขาไม่ได้หวังว่าเด็กหนุ่มผมดำใจกล้าคนนี้จะฟื้นขึ้นมา แต่หากพ้นจากความตายได้จริงแล้วมีโอกาสได้เจอกันอีก

...เขาอาจจะรับซาช่ามาอยู่เคียงข้างก็ได้

“อย่า!!!

เสียงตะโกนดังลั่นจนมารดาและเพื่อนร่วมห้องนอนอีกหลายคนสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ เด็กหนุ่มลุกพรวดขึ้นกลางความมืดด้วยเหงื่อโทรมกาย เขาพยายามจะวิ่งหนีอย่างไม่รู้ทิศทางจนมารดาต้องเข้ามากอดไว้แน่นก่อนที่จะวิ่งออกหน้าต่างไป

“คาร์โล! ไม่เป็นไรแล้วลูก!

“แม่...”

“แม่อยู่นี้แล้วลูก”

เด็กหนุ่มมองดูใบหน้ามารดาทั้งที่ยังรู้สึกหวาดกลัวไม่หาย ผลจากการถูกฉีดยาปริมาณมหาศาลทำให้ผมของเขาร่วงจนหมด ที่งอกขึ้นมาใหม่กลับเป็นสีขี้เถ้าราวกับคนแก่ ทุกคืนที่นอนก็เห็นแต่ภาพตัวเองถูกผีร้ายไล่ตามและฉีกเนื้อกินทั้งเป็น เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองจึงต้องทนทุกข์ทรมานทุกวันเช่นนี้ แต่ชีวิตตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีแต่การวิ่งหนีความกลัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“อดทนไว้ลูกคาร์โล พรุ่งนี้แม่จะพาลูกออกไปจากที่นี่แล้ว”

ผู้เป็นมารดากอดบุตรชายด้วยน้ำตาคลอ

หล่อนทราบดีว่าบุตรชายทำผิดร้ายแรงด้วยการมองหน้ามาสเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดครั้งนี้มากพอที่จะทำให้คาร์โลถูกฝังทั้งเป็นเลยทีเดียว แต่แม้จะโชคดีที่รอดมาได้ ยาที่ฉีดเข้าไปก็มีผลต่อสมองมากมายเหลือเกินจนหล่อนกลัวว่าอาจจะไม่ได้เห็นคาร์โลที่เฉลียวฉลาดและกล้าหาญคนเดิมกลับมาอีก

“ให้ผม...ตายเถอะแม่ ผมกลัว...”

“ตายไม่ได้! ลูกจะตายไม่ได้เด็ดขาดคาร์โล!

หล่อนกอดบุตรชายแน่น

“ถึงแม่จะตามไปปกป้องลูกในฝันไม่ได้ แต่พระเจ้าจะคุ้มครองลูกแทนแม่ได้แน่ๆ”

เด็กหนุ่มยังคงสะท้านกลัวไปทั้งกาย ดวงตาสีทองอร่ามบัดนี้อิดโรยราวกับซากศพ เขาไม่รู้ว่าพระเจ้าที่จะคุ้มครองเขามีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่หากมารดาผู้เข้มแข็งของเขาบอกเช่นนี้ พระเจ้าก็คงจะคุ้มครองเขาได้จริงๆ

“พระเจ้าจะคุ้มครองผม...”

“ใช่จ้ะคาร์โล ท่านมีผมสีทองและมีมงคลรอบศีรษะเหมือนที่ลูกเห็นในผนังโบสถ์ไงจ๊ะ ท่านจะถือดาบเข้ามาฟาดฟันปิศาจร้าย”

ภาพบุรุษผู้งดงามปรากฏอย่างพร่าเลือนในความคิด แม้นึกไม่ออกว่าใบหน้าเป็นอย่างไร แต่จิตใจของเด็กหนุ่มกลับสงบลงได้อย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงเทวทูตผมสีทองอร่ามดั่งมงคลเทพ

“ลืมเรื่องที่ชาโตว์ รอยซี่ให้หมดซะคาร์โล ลืมหน้าผู้ชายคนนั้น ลูกจะมีชีวิตใหม่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้”

หล่อนกระซิบบอกบุตรชายด้วยน้ำตา

ถึงจะไร้พละกำลังแม้แต่จะปกป้องตัวเอง แต่หล่อนก็เป็นแม่ ถ้าเพื่อลูกชายแล้วไม่มีอะไรในโลกที่หล่อนจะทำไม่ได้

สวนแบบอังกฤษที่มีเถากุหลาบสีขาว เหลือง และชมพูเลื้อยอย่างงดงามสลับกับพุ่มดอกหญ้าหอมและลาเวนเดอร์ตัดกับหญ้าสีเขียวเข้มทำให้หัวใจของคาร์โลสงบลงบ้างหลังผ่านการเดินทางเกือบสิบชั่วโมง บ้านพักหรูหราหลังนี้เป็นของ “มิสเตอร์แรดด์คลิฟฟ์” สุภาพบุรุษที่ตกลงใจรับเขาและมารดามาดูแล เขาจำไม่ค่อยได้แล้วว่าก่อนหน้านี้เขาใช้ชีวิตอยู่อย่างไร ภาพที่พอนึกได้มีแค่เพียงปราสาทขนาดใหญ่กลางชนบทในฝรั่งเศส และเทวทูตผมสีทองอร่ามซึ่งเข้าฟาดฟันเหล่าสัตว์ร้ายที่จะฉีกเนื้อเขาในความฝัน แต่ทุกครั้งที่ถามมารดา หล่อนก็จะบอกเพียงว่าให้ลืมไปเสีย

“ใครน่ะ”

เสียงเล็กๆ ดังขึ้นจนเด็กหนุ่มที่นั่งทอดอารมณ์กลางศาลาในสวนต้องหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหา

“นายเป็นใคร”

เสียงเดิมเอ่ยขึ้นอีก คาร์โลจึงเพิ่งสังเกตว่าเด็กสาวผมม้ายาวเกือบประบ่าโผล่ใบหน้าออกมาจากเถากุหลาบด้านหลังของเขาคือเจ้าของเสียง

“ฉันชื่อคาร์โล อากีเร่”

“อากีเร่เหรอ”

เด็กน้อยมองอย่างไม่ไว้ใจ แต่สักพักจึงค่อยๆ เผยกายออกมานอกเถากุหลาบ ดูจากการแต่งกายที่เหมือนตุ๊กตา ไม่ว่าจะเป็นเสื้อระบายฟูฟ่องกับริบบิ้นรอบคอ และกางเกงยาวระดับใต้เข่าน่ารัก เด็กคนนี้น่าจะเป็นผู้ชายเสียมากกว่า อายุคงประมาณสักเกือบสิบขวบ อ่อนกว่าเขาไปไม่กี่ปี

“นายมาทำอะไรในสวนบ้านคนอื่น”

ท่าทีจองหองเหมือนแมวเปอร์เซียทำให้เด็กหนุ่มอมยิ้ม

“ที่นี่คือบ้านเธอเหรอ”

“ใช่”

“เธอเป็นลูกชายของมิสเตอร์แรดด์คลิฟฟ์ใช่ไหม”

“ใช่ แล้วตกลงอากีเร่เป็นใคร...ไม่ใช่สิ รู้แล้วว่าอากีเร่คืออากีเร่ แล้วนายมาทำอะไรที่นี่”

ฝ่ายที่ถูกถามพูดไม่ออก เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร จะบอกว่าเป็นลูกชายของทาสคนใหม่ของพ่อเธอน่ะสิ หรือจะบอกว่าเป็นคนรับใช้ลูกติดดี

“คอร์นีเลียส อยู่ที่ไหน”

เสียงตะโกนดังมาแต่ไกล

“อยู่นี่ครับพี่ชาย!

เด็กน้อยหันไปตะโกนตอบด้วยรอยยิ้ม

ท่าทางเหมือนเด็กติดพี่ทำให้คาร์โลกอยากหันไปดูหน้าพี่ชายเสียหน่อยว่าจะหน้าตาดีแบบน้องหรือเปล่า แต่เพียงแค่แวบแรกที่เห็น ดวงตาก็ลืมกระพริบอยู่เนิ่นนาน

“พ่อให้มาตามกลับไปที่เรือนใหญ่แน่ะคอร์นีเลียส แล้วคนนี้คือ...”

ชายหนุ่มในวัยประมาณยี่สิบปีเดินตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ทั้งรูปร่างสูงโปร่ง เส้นผมหยักศกสีน้ำตาลสลวย หางตาตกดูเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ และการแต่งตัวที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นอาร์ติสที่มีสไตล์ ดึงดูดใจเสียจนคาร์โลหยุดมองไม่ได้

“เธอคงเป็นคาร์โลใช่ไหม”

ชายหนุ่มทักขึ้นด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์

“ช...ใช่ครับ ทำไมท่านถึงทราบ”

เด็กหนุ่มลุกพรวดขึ้นเพื่อรักษามารยาท

“เมื่อกี้ฉันเจอคุณคิลล่าแล้ว ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อ วาเลนไทน์ส่วนเจ้าหนูนี่ชื่อ คอร์นีเลียสน้องชายของฉันเอง อายุคงอ่อนกว่าเธอไม่เท่าไหร่”

“ไม่ใช่เจ้าหนูนะ!

คอร์นีเลียสขมวดคิ้วและหันไปแหวใส่พี่ชายอย่างไม่พอใจ แต่ก็กระโดดเข้ามากอดแนบอกพี่ชายอย่างออดอ้อน แม้ดวงตาแสดงความไม่ไว้ใจผู้มาใหม่เท่าใดนัก แต่ท่าทางหยิ่งผยองดั่งราชินีน้อยกลับทำให้คาร์โลรู้สึกเอ็นดูเป็นกำลัง

“เธอก็ไปที่เรือนใหญ่ด้วยกันสิ คาร์โล”

“ครับท่านวาเลนไทน์”

“ไม่เอาน่า”

วาเลนไทน์โบกไม้โบกมือและเบะปาก

“อย่าเรียก ท่านสิคาร์โล เธอก็เหมือนเป็นน้องชายฉันอีกคนนั่นแหละ”

ท่าทางสบายๆ และเป็นกันเองของชายหนุ่มทำให้คาร์โลลดความกังวลใจลงได้มาก เขาเดินตามสองพี่น้องออกจากสวนที่งดงามไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่าชาโตว์ รอยซี่ แต่ก็นับว่าใหญ่พอดูเมื่อเทียบกับบ้านที่มีสมาชิกอาศัยอยู่เพียงไม่กี่คน

“เธอมาจากไหนเหรอคาร์โล”

วาเลนไทน์หันมาถามระหว่างทางด้วยรอยยิ้ม

“จากฝรั่งเศสครับ แม่ผมเป็น...เอ่อ...”

“พ่อบอกว่าเป็นแม่บ้านอยู่ในชาโตว์”

“ใช่ครับ เป็นแม่บ้านในชาโตว์”

น้ำเสียงสดชื่นจากการคุยกันอย่างกระหนุงกระหนิงทำให้เด็กชายที่ดูจะยังไม่วางใจผู้มาเยือนคนใหม่เท่าใดนักหันมามองด้วยดวงตาเหยียดๆ อย่างหมั่นไส้

“แล้วนายทำอะไรล่ะ อา-กี-เร่”

คอร์นีเลียสจงใจเรียกนามสกุลเพื่อให้รู้สึกห่างเหิน อย่างน้อยเขาก็ไม่ยอมให้ใครมาแย่งความรักของพี่ชายไปง่ายๆ หรอก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ใส่ใจ ออกจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่สองพี่น้องชวนคุยอย่างเป็นกันเอง

“ผมช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ในครัวครับ บางทีก็ในโรงม้า”

“งั้นนายก็ขี่ม้าเป็นน่ะสิ”

เด็กน้อยหูตาพราวขึ้นมาทันใด

“เป็นครับคุณคอร์นีเลียส”

“งั้นขี่เป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ พี่ชายอยู่ไม่เคยติดบ้านซักที ฉันไม่มีเพื่อนขี่ม้าเล่นเลย”

ใบหน้าของเจ้าชายน้อยน่าเอ็นดูยิ่งทำให้คาร์โลรู้สึกหลงใหลในพี่น้องผู้งดงามคู่นี่ยิ่งขึ้น แม้จะยังไม่ได้รู้จักกันเนิ่นนานเพียงพอ แต่เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะขออุทิศชีวิตให้กับครอบครัวนี้อย่างเต็มที่ สมกับโอกาสที่เขาและแม่ได้รับ

“นี่อากีเร่ ครั้งสุดท้ายที่นายได้ขี่ม้านานรึยัง”

“น่าจะซัก...สี่ห้าปีได้ครับ”

“เหรอ”

คอร์นีเลียสมองอย่างแปลกใจ

“แล้วช่วงเร็วๆ นี้เธอทำอะไรบ้างล่ะ ไม่นับเรียนหนังสือนะ”

วาเลนไทน์ถามอย่างใคร่รู้

อย่าว่าแต่เรียนหนังสือเลย โอกาสจะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาที่อื่นนอกจากในชาโตว์ยังไม่มีด้วยซ้ำ คาร์โลนึกทบทวนดูว่าช่วงไม่กี่เดือนมานี้เขาทำอะไรบ้าง แต่เมื่อลองตั้งสติคิดดีๆ แล้ว ในหัวก็เหมือนขาวโพลนไปหมด ครั้งสุดท้ายที่จำได้คือเขาตัดสินใจไปช่วยรับแขกแทนแม่ เป็นคนคุมฟลอร์ฝึกหัดอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นล่ะ

ความทรงจำของเขาหายไป!

“เป็นอะไรรึเปล่าคาร์โล เธอดูหน้าซีดๆ นะ”

วาเลนไทน์ถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปนาน

“ป...เปล่าครับ แดดวันนี้คงแรง”

ดวงตาของเด็กน้อยจ้องตรงมาอย่างสงสัยอีกครั้ง

“สงสัยเพราะผมนายมั้ง สีขี้เถ้าแบบนี้เลยทำให้ดูหน้าซีดไปใหญ่ สีสกปรกจัง”

“พูดแบบนี้ได้ยังไงคอร์นีเลียส!

ชายหนุ่มหันไปตวาดน้องชาย เขาคุกเข่าลงกระชากร่างบอบบางลงมานอนคว่ำบนหน้าตักพร้อมกับฟาดฝ่ามือลงบนก้นเป็นเสียงดังเผียะใหญ่

“พี่ไม่เคยสอนให้น้องพูดจากดูถูกคนอื่นแบบนี้นะ! ผมแบบนี้เขาเรียกสีดอกเลา เป็นสีเดียวกับดอกหญ้าในทุ่ง ไม่สวยตรงไหน”

“แต่มันเป็นสีขี้เถ้าสกปรกจริงๆ นี่!

“คอร์นีเลียส!

พี่ชายฟาดก้นลงไปอีกทีจนเด็กน้อยโวยวาย กลายเป็นคาร์โลเองที่ทำอะไรไม่ถูก

“ค...คุณวาเลนไทน์ พอเถอะครับ ผมไม่ได้คิดอะไรหรอก”

“ไม่ได้ ขอโทษคาร์โลเดี๋ยวนี้นะคอร์นีเลียส”

ดวงหน้าของเจ้าชายน้อยยิ่งระบายความไม่พอใจขึ้นอีกหลายเท่า

“ไม่! เจ้าบ้าอากีเร่! ฉันไม่ขอโทษนายหรอก!

“ไม่ขอโทษก็ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะสีผมแบบนี้มันก็...”

เด็กหนุ่มหยุดคิดนิดหนึ่ง

ผมของเขาเป็นสีขี้เถ้าแบบนี้เหรอ

เมื่อไม่นานมานี้ผมของเขายังสีดำสนิทเหมือนมารดาไม่ใช่หรอกเหรอ

แล้วผมของเขากลายเป็นสีนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!

“เฮ้อ...ฉันขอโทษแทนน้องชายจอมเอาแต่ใจของฉันด้วยแล้วกันนะคาร์โล”

วาเลนไทน์ตัดสินใจปล่อยเด็กน้อยและอุ้มให้ลุกยืน ฝ่ายที่ยังงอนไม่หายก็ยังคงทุบพี่ชายพอเป็นพิธีสองสามครั้งแต่สุดท้ายก็กอดพี่ชายด้วยใบหน้าน้ำตาคลอ

“ฟังนะคอร์นีเลียส คุณคิลล่าบอกว่าคาร์โลไม่สบายหนักมากทำให้ผมร่วงไปหมด แล้วผมที่ขึ้นใหม่เลยมีสีแบบนี้ ถ้าน้องไม่สบายจนผมร่วง น้องจะอยากให้คนอื่นมาพูดล้อเลียนแบบนี้เหรอ”

ชายหนุ่มส่งสัญญาณบอกให้น้องชายขอโทษเสียให้เสร็จ แต่ตัวเขาขอตัววิ่งตรงไปทางโรงรถสักครู่แล้วค่อยไปเจอกันอีกครั้งที่เรือนใหญ่ ส่วนหนึ่งเพราะรู้ดีว่าหากเขายังยืนอยู่ตรงนั้น เจ้าชายน้อยผู้หยิ่งผยองคงไม่มีวันกล่าวคำขอโทษออกมาตามที่เขาบอกเป็นแน่

คาร์โลเดินตามคอร์นีเลียสไปยังเรือนใหญ่อย่างเงียบเชียบ

“เอ่อ...ผมไม่ได้คิดอะไรหรอกครับคุณคอร์นีเลียส”

เจ้าชายน้อยหันมาเงยหน้ามองอย่างแสนงอนอีกครั้ง

“ฉันขอโทษ!

ฝ่ายที่รับคำขอโทษเหลือกตามองอย่างแปลกใจ แต่เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยที่จ้องตรงมาหน้าแดงอย่างละอาย เขาก็ระบายรอยยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

“ครับคุณคอร์นีเลียส ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมากเลย”

“ผมนายสีสวยนะ สีเหมือนแมวเปอร์เซียเลย ฉันไม่ได้ตั้งใจจะบอกว่าสกปรกหรอก แต่เจ้าแมวตัวนั้นมันสกปรก ฉันก็เลยเผลอพูดไม่ดีออกไป”

คอร์นีเลียสแก้ตัวอย่างเขินอาย

“ผมทราบครับ คุณวาเลนไทน์ก็บอกแล้วว่าไม่เคยเลี้ยงดูคุณมาให้ดูถูกคนอื่น ผมเชื่อว่าคุณไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกผมหรอก”

รอยยิ้มจากใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาสีทองทำให้เด็กน้อยที่เพิ่งสังเกตเห็นเขินอายไปพอสมควร เขาเอื้อมมือไปจับแขนผู้มาเยือนและตัดสินใจเดินจูงมือกันไปจนถึงเรือนใหญ่ ไม่บ่อยครั้งนักที่คุณชายน้อยจะยอมเปิดใจให้ใคร แต่ในเมื่อเขาจะได้เพื่อนเล่นเพิ่มอีกคนหนึ่ง ไม่ใช่คนที่จะมาแย่งความรักของพี่ชายไปอีก ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรังเกียจนี่นา

ท่ามกลางความจอแจของสนามบินแห่งชาติแอฟริกาใต้และอากาศที่ร้อนเสียจนไม่รู้สึกถึงลมที่ปะทะใบหน้าทำให้ชายหนุ่มผมสีเงินขมวดคิ้ว เขาหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมปิดบังดวงตาสีทองเอาไว้พร้อมกับถอดสูทและเนคไทออกมาถือเสียแทน ระหว่างที่ยืนรอคนมารับอยู่ไม่นานก็เห็นชายในชุดเชิ้ตแขนสั้นวิ่งตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดีครับคุณอากีเร่”

“บักจิโอล่ะ”

ชายหนุ่มหันไปถามคนที่มารับ เขาเดินตรงเข้ามาช่วยถือกระเป๋าเดินทางและเดินนำทางไปยังรถยนต์

“คุณบักจิโอรออยู่ที่โรงแรมแล้วครับ แต่ถ้าคุณอากีเร่พอจะมีเวลา ผมจะขอปรึกษาปัญหาสักนิดหน่อยครับ”

“ว่ามาสิ”

บุรุษผมเงินก้าวขึ้นรถและค่อยรู้สึกสบายตัวเมื่อได้สัมผัสกับแอร์เย็นฉ่ำ เวลาล่วงมาเกือบยี่สิบปีแล้วนับตั้งแต่วันที่เขาได้อาศัยอยู่ในตระกูลแรดด์คลิฟฟ์ บัดนี้เขากลายเป็นผู้ช่วยของ “บักจิโอ” ผู้ดูแลด้านอาวุธสงครามของฟลาวเวอร์ซึ่งตอนนี้มาเจรจางานในแอฟริกาใต้ แม้จะไม่ค่อยอยากเจอหน้าบอสคนนี้เท่าใดนัก แต่เนื่องจากสืบรู้มาว่าบักจิโอยักยอกเงินของฟลาวเวอร์ เขาจึงต้องบินตรงมาเจอหน้าด้วยวัตถุประสงค์เดียวคือเพื่อกำจัดบักจิโอเสีย

หลังจากครุ่นคิดถึงภารกิจอยู่ครู่ใหญ่ ดวงตาสีทองจึงจ้องมองเจ้าหน้าที่คนเดิมซึ่งกำลังกำพวงมาลัยมั่นผ่านกระจกมองหลัง เป็นสัญญาณว่าเขาพร้อมจะรับฟังเรื่องราวแล้ว

“คือ...เมื่อวานบอดี้การ์ดจับเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ตอนที่ติดตามคุณบักจิโอไปในร้านอาหารน่ะครับ เรายังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เจ้าเด็กนั่นก็ยังสลบอยู่ด้วยครับ”

“เค้นอะไรออกมาได้บ้างล่ะ”

“ยังเลยครับ ไม่ได้ลงมือเพราะเห็นว่าเจ้าเด็กนี่หน้าตาดีอยู่เหมือนกัน เลยคิดว่าอาจจะเป็นพวกเด็กหนุ่มขายตัวที่หวังจะมาอ่อยเหยื่อเฉยๆ ก็ได้”

คนขับรถหัวเราะแหะๆ

อากีเร่พอจะเดาได้ว่าคงเป็นเด็กหนุ่มผมทองตาสีฟ้าตามความชอบของบักจิโอเป็นแน่ ถ้าเป็นแค่พวกเด็กใจแตกทั่วไปเขาก็ไม่อยากจะไปยุ่งวุ่นวายอะไรมาก แต่ถ้าเป็นสายสืบล่ะก็ เห็นทีจะปล่อยกลับไปง่ายๆ ไม่ได้

บุรุษสูงโปร่งผมสีเงินสง่างามจ้องตรงไปยังใบหน้าของเด็กหนุ่มที่นอนสลบนิ่งอยู่บนเตียง เขาหยุดนิ่งอยู่นานสองนานจนกระทั่งผู้ติดตามแปลกใจแต่ก็ไม่กล้าสะกิดถาม ดวงตาสีทองวาววาบราวกับภาพบางอย่างผ่านเข้ามาในนัยน์ตาไม่หยุด

“เอ่อ...คุณอากีเร่เคยเห็นหน้าเจ้าเด็กนี่เหรอครับ”

ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร

เขาไม่เคยเห็นใบหน้านี้มาก่อนแน่ๆ แต่ทำไมลึกๆ รู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เส้นผมดั่งเส้นไหมทองคำอร่ามเช่นมงคลเทวทูต คิ้วเข้มและดวงตาคมหลับพริ้ม จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากที่ราวกับเขาได้เคยสัมผัสและจุมพิตมาก่อน

“คุณอากีเร่ครับ”

บุรุษสูงโปร่งไม่ได้ยินเสียงใดๆ รอบข้าง เขารู้สึกเหมือนมีความกลัวแล่นซ่านเข้ามาในอก แต่ก็รู้สึกหลงใหลอยากค้นหาอย่างบอกไม่ถูก

ใบหน้าดั่งมัจจุราชโน้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากของร่างไร้สติแผ่วเบา

ท่าทางพิศวาสผิดจากอากีเร่ที่เคยรู้จักทำให้ผู้ติดตามพูดไม่ออก เขาไม่เคยเห็นชายผมเงินคนนี้แสดงอารมณ์หรือความรู้สึกออกมาแม้แต่ครั้งเดียว นี่คงเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่เขาได้เห็นชายผู้เป็นดั่งมัจจุราชถูกใจเด็กหนุ่มจนถึงขนาดจุมพิตต่อหน้าเขาแบบนี้ แต่ยังมีปัญหาที่สำคัญกว่านั้น

“ฉันขอเด็กคนนี้นะ”

บุรุษผมเงินเปรย แต่อีกฝ่ายถึงกับตบหน้าผาก นั่นล่ะคือปัญหาสำคัญ

“คือ...คุณบักจิโอก็ถูกใจเด็กคนนี้เหมือนกันครับ”

ดวงตาสีทองหรี่ลงเล็กน้อย เขาปรายหางตาไปมองบริวารที่ตัวสั่นงันงกและถามผ่านสายตาโดยไม่อ้าปากพูดสักคำ แต่อีกฝ่ายก็เข้าใจดีว่าคำถามนั้นคือ บักจิโอนกเขาไม่ขันไม่ใช่รึไง

“อย่างที่คุณอากีเร่เข้าใจนั่นล่ะครับ ผมก็เลยจะรับหน้าที่กอดเจ้าเด็กนี่ให้คุณบักจิโอดู”

“ฉันทำเอง”

เสียงทุ้มบัญชาสั้นๆ ทำให้ฝ่ายที่รับฟังเข้าใจและคอตกอย่างเสียดาย

บุรุษผมเงินปรายตากลับมามองร่างที่นอนสิ้นสติอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าเด็กหนุ่มผมทองคนนี้จะกลายมาเป็นคนที่เปลี่ยนโชคชะตาเขาไปตลอดกาล

สวัสดีค่า ^_^

จบแล้วค่า เฮ้อ...ในที่สุดเรื่องสั้นตามอารมณ์อยากเขียนที่ต่อเนื่องมาจากวันเกิดอากีเร่วันที่ 10 เดือน 10 ก็จบลงในที่สุดค่ะ ตอนสุดท้ายของเรื่องนี้ก็คือตอนแรกสุดของ Sweetฯ ที่อากีเร่เจอหนูเนียลในแอฟริกาใต้ค่ะ เรื่องนี้คาใจ Blueฯ มานานพอสมควรตั้งแต่ตอนที่เรื่อง Sweetฯ ยังเป็นการ์ตูนทำมือชื่อ House of Angel เลยค่ะ ก็คือ...ทำไมอากีเร่ถึงถูกใจแดเนียลทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก คือถูกใจขนาดที่ไม่ใช่แค่ปล่อยให้รอดตายนะคะ แต่ยังหารถมาช่วยให้แดเนียลหนีออกไปได้อีกต่างหาก พอเปลี่ยนจากการ์ตูนเป็นนิยายก็มีการโม้เหตุผลประมาณร้อยแปดมาสนับสนุนความใจดีของอากีเร่ แต่เจอกันครั้งที่สอง อากีเร่ก็ยังจีบหนูเนียลแบบโหดๆ ตามประสาเขาน่ะค่ะ น่ารักน่าหยิกจริงเชียว แต่...มันน่าจะมีเหตุผลซักหน่อยซี่

ภาพราฟที่อยู่ในระดับจิตใต้สำนึกของอากีเร่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้อากีเร่หลงหนูเนียลโดยไม่รู้ตัวค่ะ ใช่รึเปล่าหนอ ถ้าใช่...หนูเนียลจะช็อคจนอ้าปากค้างเลยหรือเปล่าว่าตกลงที่ชอบเค้าเป็นเพราะชอบราฟที่หน้าเหมือนกันเหรอ แล้วถ้าอากีเร่ได้เจอหน้าราฟขึ้นมาอีกครั้ง และบังเอิญจำอดีตตอนอยู่ชาโตว์ รอยซี่ได้ขึ้นมา อากีเร่จะเลือกใครระหว่างรักหัวปักหัวปำในวัยหนุ่มกับราฟ หรือรักแบบร่วมฝ่าฟันมาด้วยกันกับหนูเนียล ที่น่าคิดกว่านั้นคือแดเนียลซึ่งไม่สามารถขัดความประสงค์ของแองเจิ้ลได้ จะยอมแยกจากอากีเร่หรือไม่ถ้าเป็นความต้องการของราฟ ไม่ว่าจะเลือกใครก็อุปสรรคเยอะทั้งนั้นล่ะค่ะ (รวมถึงอาจโดนผู้อ่านรุมตื้บถ้าหากอากีเร่เลือกราฟแต่ดันไม่เลือกแดเนียล)

ที่เล่ามาเหมือนปูเรื่องช่วงที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของ Sweetฯ ค่ะ หวังว่าจะมีวันได้กลับมาเขียนให้จบซักที แต่ขออภัยล่วงหน้าถ้าอาจจะยังไม่สามารถเขียนต่อได้เร็วๆ นี้นะคะ นิยายสเกลใหญ่ต้องใช้สมาธิสูงมากๆ ในการเขียนจริงๆ ค่ะ ถ้าไม่มีเวลาว่างติดกันเยอะๆ สงสัยจะได้ตอดเรื่องสั้นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ค่า ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

Comment

Comment:

Tweet

หามานานล่ะ...อ่านในเด็กดี 2 - 3 รอบ ดั้นด้นจนเจอ
รักแแดเนียลกับอากีเร่ที่สุด...จะเศร้าโศกสลดยังไง
ก็มาต่อให้จบแบบแฮปปี้นะคุณ blue จบแบบหนูน้อย
แดเนียลได้ใช้ชีวิตร่วมกับอากีเร่ยอดรักนะตัวเอง..

#20 By Yร้าย (1.4.167.65|1.4.167.65) on 2014-04-30 22:27

เพิ่งรู้นะว่าอากีเร่ มหาเสะ จริงๆ 

#19 By callme on 2013-12-06 22:39

อร๊ากก ฟิน! ฟินที่สุดในสามโลก!!
แอบเสียใจเหมือนรักต่อแดเนียลมีเงาราฟทับอยู่อ่ะ แต่ไงๆ ก็เหมือนเป็นพรหมลิขิตเลยเนอะอากีเร่ ความทรงจำรักแรกกลายมาเป็นรักสุดท้าย >< ทุกสิ่งที่หล่อหลอมมาเป็นอากีเร่วันนี้ดีที่สุดแล้วค่ะ
เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ เขียนนิยายดีขนาดนี้คงจะเหนื่อย+ยากมากๆ อย่าท้อใจ สู้ต่อไปค่ะพี่บลู พี่เป็นแรงบันดาลใจและความสุขของพวกเราเสมอ

#18 By Helegriel (103.7.57.18|125.24.160.20) on 2013-02-09 01:07

สรุปหนูเนียลเดาผิดนะจ้ะ ที่อากีเร่หงอกไม่ใช่เพราะในชาโตร์มีผี แต่เพราะโดนป๋าราฟของหนูมอมยาต่างหาก

#17 By Mille (103.7.57.18|180.214.215.199) on 2013-02-06 02:00

หนูเนียลเดาผิดนะจ๊ะ สรุปที่อากีเร่ผมเงินไม่ใช่เพราะชาโตร์มีผี แต่เพราะโดนป๋าราฟของหนูมอมยาต่างหาก

#16 By Mille (103.7.57.18|180.214.215.199) on 2013-02-06 01:58

อร๊ายยยยย รักพี่บลูที่ซูดดดดดดด
พี่งมาเห็นว่าพี่บลูอัพ sweet อีกครั้ง TT เกือบ 4ปีที่หนูรอมาไม่ผิดหวังจริงๆ ขอให้นิมิตมาอย่างนี้บ่อยๆนะค่ะ 
ปล.พี่บลูอย่าลืมนิมิตของ sbs hands free บ้างนะค่ะ

#15 By muay (103.7.57.18|10.0.0.67, 110.77.203.32) on 2013-01-28 19:48

เรื่อง sweet ชอบไกเซอร์ที่สุดแล้ว
แต่พอมาอ่านแบบนี้...ราฟน่ารักจังเลย!!!
กรี๊ดดดดดดด (///*,.*///)
เมื่อไร sweet จะแต่งต่อนร้า~
จะรอนะค่ะ
ปล.แต่งแบบนี้แล้วตัวละครดูมีมิติมากขึ้น ชอบ...

#14 By blueFC (103.7.57.18|115.67.226.125) on 2013-01-26 16:03

โอ๊ยย  ที่แท้ก็ราฟนี่เอง ที่หลอกหลอนอากีเร่ซะจนหัวหงอกซะได้ 555
แต่ว่านะ ถึงราฟอาจจะทำให้อากีเร่ติดใจแดเนียลในแว่บแรก
แต่จะหลงรักจนถึงขนาดนี้ก็ต้องเป็นเพราะตัวตนจริงๆของแดเนียลน่ะแหละน่า

#13 By minimumi (103.7.57.18|58.8.239.3) on 2013-01-20 12:27

ไม่อยากจะคิดเลยถ้าในเรื่องหลัก ทุกอย่างคลี่คลายจะเป็นอย่างไร
ความจริงเปิดเผย  

#12 By ErosAmor (103.7.57.18|1.2.141.64) on 2013-01-10 01:44

โอิยอยากอ่านต่อไวๆจังง

#11 By saji on 2013-01-03 13:07

โอิยอยากอ่านต่อไวๆจังง

#10 By saji on 2013-01-03 11:00

โอิยอยากอ่านต่อไวๆจังง

#9 By saji on 2013-01-03 10:59

เจอกันแล้วววว open-mounthed smile
ชอบมากเลยค่า ราฟโหดจริงๆ

#8 By mei (103.7.57.18|172.16.1.200, 180.183.128.240) on 2012-12-23 20:53

คิดถึงเรื่องนี้จังเลยค่ะ เพิ่งอ่านเจอว่าอัพ 5555 สารภาพว่าแอบลืมไปนิดๆ ว่าราฟคือใครหว่า O_o? ปกติจำได้ว่าเรียกแต่แองเจิ้ลๆ
>_< เป็นเรื่องสั้นที่สนุกมากเลยค่ะ จะรอเรื่องเต็มนะคะ คิดถึงอากีเร่กับแดเนียลลล
ปล. ชอบอ่านทอล์คท้ายเรื่องจังค่ะ ทำให้เข้าใจตัวละคครมากขึ้น ฮา

#7 By Morethan on 2012-12-18 20:26

จะตอนสั้น ตอนยาว ตอนต่อตอนไหน ๆ ก็ได้ค่ะ ขอให้จัดมาเถอะ
ได้อ่านแล้ว มีความสุขจริง ๆ ๆ เลย

#6 By KangKaO on 2012-12-16 22:17

เพราะเรื่องสั้นนี้ของอากีเร่ทำให้ต้องกลับไปอ่าน Sweetฯ อีกรอบ อา.... ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะป้าบลู สนุกมากๆเลยค่ะ! ติดตามมาตลอดหลายปี รอจนกว่ามาต่ออีกครั้งนะคะ^^ จะอยู่จนถึงตอนจบของสวีทฯ เลยค่ะ

#5 By มิลล์ (103.7.57.18|110.168.233.201) on 2012-12-16 19:16

อย่างกับหนังไตรภาคเลยค่าาาาา ได้มารู้เบื้องหลังเบื้องลึกของอากีเร่แบบนี้ใจหวิวเลย ระหว่างราฟกับแดเนียล แงงงงง 
อากีเร่ช่วงหนุ่มนี่ผ่านอะไรมาเยอะจริงๆ ถ้าสามคนนี้ต้องมาประชันหน้ากันคงน่ากลัวจริงๆแหะ
แอบชอบคอร์นีเลียสตอนเด็กๆ น่ารักน่าชังมากกก ว้าย แต่ขนาดวาเลนไทน์อากีเร่เห็นแล้วตะลึงเนี่ย ... มหาเสน่ห์จริงๆ

#4 By Koki on 2012-12-15 09:49

กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด  ถ้าพี่บลูกลับมาเขียนสวีทอีกจะกริ๊ดยิ่งกว่านี้อีกcry
โอ๊ยยย   อากีเร่ช่างน่าสงสาร โดนยาซะขนาดนั้น แต่สุดท้าย ความSM มันก็ฝังอยู่ในสมองสักส่วนสินะ  ตอนที่เจอเดเนียลถึง...... ...(เช็ดเลือด)
เป็นดาร์ทไซด์ที่สนุกมากเลยคะ  
ปล.จริงๆอยากให้พี่บลูเขียน BSB club  ต่อจังเลยคะ  (เป็นนิยายที่วนอ่านหลายรอบมาก ชอบสุดๆๆๆๆๆ )

#3 By SD May on 2012-12-14 23:07

แอบอยากลุ้นให้พอราฟฟื้นแล้วเจออากีเร่กับแดเนียลด้วยกันค่ะ  คงบรรยากาศมาคุน่าดูเลย แล้วไหนจะมิซึคิอีกคน >_________<   และจะลุ้นอีกถ้าจินรู้เข้า ยูรี่คงหงายเงิบเลยทีนี้  (เพ้อ)

#2 By Xaint's☻ on 2012-12-14 22:14

สนุกมากเลยค่าาา สงสัยต้องไปอ่านซะแล้ว 
สารภาพว่ารู้จักสวีทพอยซั่นมาตั้งนานแต่ไม่อ่านเพราะยาวมาก
ตอนนี้คิดว่าควรไปอ่าน ไม่อย่างนั้นคงพลาดนิยายที่สนุกมากถึงมากที่สุดเรื่องนึงไปเลย

#1 By mavie on 2012-12-14 20:47