กลางท้องพระโรงกรุงลงกาซึ่งประดับประดาด้วยทองคำและรัตนชาติสูงค่างดงามราวกับวิมานพระอินทร์ยามนี้กลับเงียบสงัด ท้าวทศกัณฐ์ประทับบนมณฑปบุษบกยอดมหาเศวตรฉัตรซึ่งตระหง่านอยู่กลางมุขโถงด้วยดวงพักตร์ครุ่นคิด เขาขยับกายบนพระแท่นทองคำนพคุณน้ำเก้าหุ้มหนังเก้าสิบชั่งเกิดเป็นเสียงลั่นเอียดอาดจนนางกำนัลสะดุ้งเป็นระยะ เคียงขนาบทิศบูรพาและประจิมด้วยอินทรชิตและกุมภกรรณซึ่งประทับบรรยงก์ลงยาราชาวดีพร้อมนพรัตน์ส่องประกายงามด้วยกิริยาร้อนรนใคร่รู้เหลือเกินว่านางเบญกายจะแปลงองค์ตบตาว่าเป็นนางสีดาสำเร็จหรือไม่
“นางสีดาขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ”
เสนาท้องพระโรงกล่าวรายงาน เหล่าพญารากษศที่ตั้งมั่นรอจึงยืดหลังผายไหล่และชูคอระหงอย่างตื่นเต้น
เสียงฝีเท้าย่องเบาและท่านเดินงามสง่าสมเป็นเชื้อขัตติยสตรีตรึงดวงตาทุกคู่ในท้องพระโรงจนแน่นิ่ง ใบหน้างามคมราวอัปสรสวรรค์ชั้นพรหมค่อยๆ เผยออกจากเงามืดทีละน้อย เมื่อปรากฏแก่สายตา กุมภกรรณถึงกับหยุดหายใจด้วยตะลึงในความงาม อินทรชิตแม้เคยได้สบพักตร์มาแล้วก็ยังอดใจเต้นระรัวเมื่อเห็นริมฝีปากแดงชาดไม่ได้
“ถวายพระพรท้าวทศพักตร์เจ้าค่ะ”
เสียงแหลมหวานดั่งน้ำตาลอ้อยเคี่ยวจับใจจนแม้นางกำนัลยักขินีจะหมั่นไส้หล่อนอยู่ภายในแต่ก็อดจะหลงเคลิ้มไม่ได้
ดวงเนตรเหลือกโพลงของทศกัณฐ์จ้องมองเบญกายที่แปลงเป็นนางสีดาอย่างเรียบนิ่ง
“เงยหน้าขึ้น”
พญารากษสบัญชา ฝ่ายนางสีดาแปลงจึงค่อยกรีดดวงตาขึ้นมองอย่างงดงามเชื่องช้า ผิวปรางระเรื่อขึ้นทีละน้อย ริมฝีปากคลี่ยิ้มงดงามราวกับดอกลั่นทมแดงต้องแสงสุรีย์
แสลงตายิ่งนัก!
ภาพนางสีดาพลอดรักกับพระรามงดงามดั่งกิ่งทองใบหยกในมโนสำนึกช่างแสลงตาจนพญายักษ์ร้อนเดือดในกาย ทศกัณฐ์ปราดลงมาจากพระแท่นตรงดิ่งเข้าไปยังร่างของนางสีดาแปลงก่อนกระชากสร้อยสังวาลหล่อนขึ้นมาหมายจะตบเสีย
“ได้โปรดหยุดเถิดพร