ท่ามกลางแมกไม้นานาพรรณเบ่งบานอวดโฉมกระจ่างกลางแสงสุรีย์ บุษบกแก้วเคียงยอดฉัตรสมบารมีของพญารากษสทศกัณฐ์หยุดลงที่อุทยานท้ายพระราชวังกรุงลงกาซึ่งงามดั่งวิมานพระอินทร์ เหล่านางกำนัลยักขินีเห็นองค์ปรากฏขึ้นก็วิ่งแตกตื่นกันให้พล่าน นางหนึ่งรีบวิ่งปราดเข้าไปในพลับพลาที่ประทับของนางสีดาเพื่อนำความมากราบทูลด้วยเสียงตระหนกจนหอบรัว

ว่าอย่างไรนะ ท้าวทศกัณฐ์เสด็จมาอย่างนั้นหรือ

นางสีดาเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ดวงหน้างามหมดจดดั่งอาบด้วยแสงจันทร์พยายามควบคุมกิริยาให้เรียบนิ่งแต่ก็ไม่สามารถปกปิดความตื่นตกใจไว้ได้จนแสดงออกมาทางขนงขมวดมุ่น

ข้าจะไปทูลถามความให้ก่อนว่าท่านท้าวทศพักตร์มีกิจใด

นางตรีชฎา ชายาของพิเภกซึ่งปัจจุบันเป็นนางสนองโอษฐ์ของนางสีดารับคำ หล่อนยันกายลุกขึ้นและดำเนินไปยังหน้าที่ประทับ ยังไม่ทันพ้นธรณีประตู ร่างสูงสง่าในอาภรณ์ประดับเครื่องทรงและสังวาลสูงค่าก็เข้ามายังโถงรับรองด้านหน้าพอดี

ตรีชฎารึ

เจ้าของนามสะดุ้งเฮือก หล่อนรีบคุกเข่าลงก้มกราบแทบพระบาทท้าวทศกัณฐ์ทั้งที่สั่นสะท้านทั้งตัวก่อนยันกายขึ้นเชื้อเชิญให้พญารากษสประทับรอยังอาสน์ในโถงรับรองก่อน

ท่านท้าวทศกัณฐ์มาเยี่ยมโดยมิแจ้งล่วงหน้าเช่นนี้คงมีกิจด่วน

หล่อนคลานเข่าเข้าไปหาเมื่อผู้มาเยือนยอมนั่งลงและเปรยถาม แต่เมื่อดวงตาเหลือกโพลงหันมามอง ทั้งกายก็เยือกแข็งไปจนถึงไขกระดูกสันหลัง

นี่ไม่ใช่วังของเรารึไง จะมาจะไปจึงต้องแจ้งก่อน

พ...พระอาญามิพ้นเกล้า! หม่อมฉันมิบังอาจ...

หร