เสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ไปทั่วท้องพระโรงกรุงลงกาเมื่อเห็นสุกรสารที่หมอบกรานเบื้องหน้าบัลลังก์กลับมาในสภาพบอบช้ำ แผ่นหลังมีรอยแส้ฟาดยาวนับสิบ ใบหน้าถูกสักประจานไว้อย่างน่าอับอาย

พระอาญามิพ้นเกล้า ทัพพระรามช่างโหดร้ายนัก พวกมันจับข้าได้แล้วเอาไปทรมานสารพัด สุดท้ายก็สักรอยอัปยศบนหน้าแล้วแห่ประจานไปทั่วทัพลิง ข้าน้อยคาบความมาบอกกล่าวว่าทัพมันเปี่ยมแสนยานุภาพอย่างน่ากลัว ขอพระองค์อย่าทรงประมาทการศึกครั้งนี้พะย่ะค่ะ

ท้าวทศกัณฐ์เอนกายบนบัลลังก์ด้วยทีท่าเยือกเย็น

พวกนั้นจับเจ้าได้อย่างไร

สุกรสารพูดไม่ออก จะให้บอกว่าตามไปช่วยท่านอินทรชิตแล้วโดนดีดลูกหินใส่จนสลบก็อับอายยิ่งนัก

ทูลพระบิดา ลิงขาวหนุมานมีฤทธิ์ร้ายกาจนัก เจ้านั่นขยายกายใหญ่โตเท่าเขาจักรวาลแล้วค้นหาสุกรสารจนเจอจากทัพลิงนับไม่ถ้วนได้

อินทรชิตหันไปกราบทูลช่วยเหลือเมื่อเห็นว่าสุกรสารพูดไม่ออก ที่จริงโทษทัณฑ์ที่สุกรสารได้รับคือประหาร แต่ตอนนั้นด้วยความห่วงใยจึงติดสินบนหนุมาน ให้ช่วยบอกชมพูพานเพื่อกราบทูลพระรามโปรดลดโทษเหลือแค่โบยและสักประจานก่อนปล่อยไป พระรามยังติดหนี้ที่ชมพูพานนำผลมะขามป้อมมาให้เมื่อครั้งก่อนจึงยอมโอนอ่อนแต่โดยดี 

อย่างนั้นรึ

ทศกัณฐ์รับฟังและเปรยตอบด้วยเสียงเย็นชา 

ทำไมเจ้าจึงได้รู้ดีนัก

ดวงตาขุ่นมัวด้วยความไม่พอใจหันมาทางอินทรชิตบุตรชายจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือก จะให้บอกได้อย่างไรว่าเขาเป็นฝ่ายแปลงป็นเหยี่ยวและถูกหนุมานจับได้เสียเอง

ข...ข้าสอบถามจากสุกรสารก่อนจะมากราบทูลพระบิดาน่ะพะย่ะค่ะ

พิเภกเป็นคนออกอุบายนี้ใช่ไหม

คำถามนี้สร้างเสียงฮือฮาในท้องพระโรงอีกครั้ง อินทรชิตจึงสลดลงและพยักหน้าน้อยๆ อย่างจำนน

ตามที่พระบิดารับสั่ง ท่านอาเป็นเสนาธิการให้ฝ่ายพระรามเป็นแน่แท้

ใบหน้าพญารากษสแม้ยังเรียบนิ่งแต่ทุกตนในท้องพระโรงทราบดีว่าบัดนี้เดือดดาลเพียงใด แค่อนุชาที่เคยรักใคร่ไปเข้าพวกพระรามก็ว่าแย่แล้ว นี่ยังช่วยฝึกเหล่าทหารลิงและวางอุบายจับสุกรสารอีก เห็นทีครั้งนี้จะเรื่องใหญ่ยิ่งกว่าศึกชิงนางสีดาเป็นแน่

คงต้องไปเยี่ยมอนุชาที่น่าใคร่ของเราเสียหน่อยล่ะมั้ง

พญายักษ์คลี่ยิ้มอย่างเลือดเย็น

0                      0                      0                      0                      0                      0

ทันทีที่ดวงตะวันโผล่พ้นยอดไม้ พญายักษ์อินทรชิตจึงรีบสรงกายแต่งองค์ประดับยศอย่างงดงามก่อนรุดไปเข้าเฝ้าพระบิดาเป็นการด่วน เนื่องจากเมื่อวานนี้มีรับสั่งว่าจะแปลงกายไปเยี่ยมพิเภกถึงยอดเขาคันธกาฬเพราะคิดว่าอนุชาต้องสาวไส้ให้กากินเป็นแน่ ที่กังวลจนวิตกจริตคงเพราะเห็นว่าพระบิดายังอยู่ในอารมณ์เกรี้ยวกราด หากขาดสติยามเผชิญหน้ากับศัตรูอาจพลาดพลั้งได้

พญายักษ์ผู้งามสง่าดำเนินผ่านโถงใหญ่ในอาณาบริเวณวังหลวงที่เหล่านางกำนัลกำลังเร่งมือปัดกวาดในยามรุ่งสาง เพียงแค่ได้กลิ่นกายจรุงจิตดั่งไม้จันทน์หอมลอยมาปะทะนาสิก พวกหล่อนก็ถึงกับหยุดมือหันมาทำความเคารพและทอดดวงตามองด้วยจริตเคลิบเคลิ้ม ไม่ว่าจะดวงหน้าคมเข้มดุดัน แผ่นอกล่ำสัน หัวไหล่และต้นแขนแน่นหนักน่าอิงแอบ ล้วนเจริญตาเสียจนเพียงได้มองก็อิ่มเอม 

มหาดเล็กต้นห้องทำความเคารพอย่างนบนอบเป็นทิวแถวทันทีที่เห็นพญายักษ์อินทรชิตมุ่งตรงไปยังห้องทรง เขาแจ้งความจำนงและรอครู่หนึ่งจนเมื่อได้รับอนุญาตจึงดิ่งเข้าไปในห้องทรงอย่างร้อนรน

มีกิจอันใดตั้งแต่ตะวันเพิ่งพ้นยอดไม่รึ บุตรชายของเรา

เสียงทักทายใสกระจ่างเช่นนี้ทำให้อินทรชิตผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ดูเหมือนเช้านี้พระบิดาของเขาจะอารมณ์ดีขึ้นมาก เขาโค้งคำนับแล้วจึงมองดูร่างสูงใหญ่ที่ยืนหันหลังให้โดยมีบริวารนับสิบแต่งองค์อย่างขะมักเขม้น หนึ่งในนั้นคือหนังเสือดาวที่ประดับพาดบ่ากว้างอย่างสง่างาม

เห็นว่าพระบิดาจะไปเยี่ยมท่านอาพิเภก พิจารณาจากเครื่องทรงแล้วหรือว่าท่านจะแปลงกายเป็นโยคี

ตามที่ว่านั่นแหละ เจ้าดูเป็นอย่างไร

ท้าวทศกัณฐ์หันองค์มาทางบุตรชายอย่างนุ่มนวล

เพียงแค่ได้เห็นดวงหน้าที่ประดับรอยยิ้มอย่างมั่นใจ อินทรชิตก็ถึงกับหัวใจเต้นระรัว เลือดฝาดจนแดงจัดทั้งผิวหน้า บิดาของเขาแปลงกายเป็นมนุษย์ที่งามราวกับพระพรหม ดวงหน้ายังมีเค้าเดิมเหลืออยู่จึงคมเข้มเสียจนจะหาผู้มีพักตราน่าเสน่หาเช่นนี้ในปฐพียังยาก คิ้วหนาตาคมรับกับเคราบางๆ แสนยั่วยวน รูปร่างสูงสง่าดั่งผู้มีบุญญาธิการ ไหล่พาดหนังเสือดาวดูแกร่งกล้าและทรงอำนาจ ทับด้วยสร้อยสังวาลทองคำประดับบารมี เครื่องอาหุดีบริขารก็ล้วนดูสูงค่า กรซ้ายกระชับไม้เท้าดั่งเช่นโยคีผู้มีวิชา มือขวาจีบพัดเอาไว้ป้องหน้าไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ว่าเป็นพญายักษ์แปลง

ใครเห็นก็ต้องคิดว่าพระบิดาเพิ่งกลับมาจากสวรรค์ชั้นพรหมเป็นแน่จึงได้ดูงามสง่าเปี่ยมบารมีเช่นนี้

อย่างนั้นรึ

พญายักษ์ยิ้มอย่างเยือกเย็น อินทรชิตจึงเห็นว่าน่าจะถามความต่อได้

ว่าแต่...พระบิดามีแผนการอันใดหรือพะย่ะค่ะ

ก็แค่จะไปยุแยงตะแคงรั่ว

หมายถึงจะไปเฝ้าพระรามหรือ

ทศกัณฐ์นิ่งไปนิดหนึ่ง เขาปรายตามองบุตรชายชั่วครู่ แล้วจึงหันหลังกลับไปมองท้องฟ้าผ่านหน้าบัญชรเสียแทน

ใช่ เราจะไปพบภัสดาของนางสีดา มีอะไรน่าห่วงรึ

อินทรชิตเอียงคอราวกับจะพยายามมองใบหน้าพระบิดาที่หันหนี จะว่าแปลกก็ไม่เชิง เพียงแต่เขารู้สึกว่าผิดวิสัยพระบิดาอยู่บ้างเนื่องจากทุกครั้งท่านจะเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา ไม่กล่าวด้วยเสียงเจื่อนและหันหน้าหนียามสนทนาแบบนี้

มิได้มีห่วงอันใดหรอกพระบิดา ข้าเชื่อว่าต่อให้รบกับทั้งกองทัพท่านก็ปราบได้ เพียงแต่ถ้าไปผู้เดียวอาจจะเพลี่ยงพล้ำ หรือจะให้ข้าไป...

ยังไม่ทันจบประโยค พลันใบหน้าของลิงขาวและความร้อนแรงในคืนก่อนที่ยังซ่านทั้งกายก็กลับพลุ่งพล่านขึ้นมาจนผิวหน้าแดงเรื่อ

ไม่ต้องหรอก เราให้กุมภกรรณแปลงเป็นพญาเสือโคร่งให้เราขี่ไปแล้ว

อย...อย่างนั้นหรอกหรือ ถ้ามีท่านอาไปด้วยข้าก็วางใจ

ฝ่ายที่มาเยี่ยมจึงทูลลา

ดวงตาของทศกัณฐ์เรียบนิ่ง เขาทอดมองไปยังกรุงลงกาที่งดงามจึงค่อยหลับลงอย่างสงบ มือใหญ่วาดขึ้นกุมอกซ้ายและบังคับลมหายใจที่ติดขัดอย่างยากเย็น สักพักจึงทรุดกายลงนั่ง หัตถ์ที่ถือพัดกำแน่นจนชื้นเหงื่อ

ภัสดาของนางสีดา...เพียงแค่ได้ยินชื่อเขาก็เหมือนจะหยุดหายใจ

0                      0                      0                      0                      0                      0

            เสียงฝีเท้ารัวถี่ตามด้วยเสียงกระหืดกระหอบปนโวยวายของพลทหารวานรดังลั่นมาแต่ไกลจนกระทั่งพระยาพิเภกซึ่งกำลังคุมการซ้อมทัพต้องหยุดและหันไปมองอย่างไม่ใคร่จะสบอารมณ์นัก

โหวกเหวกเสียงดังอะไรกัน

เขาหันไปตำหนิ ซึ่งพลทหารวานรตัวนั้นก็คุกเข่าลงพนมมือด้วยกลัวอาญาทั้งที่ยังหอบตัวโยน

แฮ่กๆๆ...ขออภัยท่านพิเภก ข้า...ข้ามีเรื่องด่วน...

ว่ามาสิ

เมื่อ...เมื่อครู่ทหารลาดตระเวนแจ้งมาว่าอาจารย์โยคีตนหนึ่งจะขอเข้าเฝ้าพระราม แฮ่กๆๆ...ท่านขี่เสือโคร่งตัวใหญ่อย่างกับเขาจักรวาล แถมท่าทางยังงามสง่าอย่างกับเทวดาชั้นพรหม ข้าจึงนำความมาแจ้งให้ท่านทราบเพราะอยู่ใกล้ที่สุด ท่านมีความเห็นประการใด

พญายักษ์รับฟังอย่างเยือกเย็น แวบแรกเชื่อว่าต้องเป็นยักษ์แปลงมาเป็นไส้ศึกแน่แท้ แต่หากเป็นเช่นนั้นจริงก็น่าสนใจอยู่ เขาเองก็อยากจะรู้ว่าทางนั้นตระเตรียมทัพไปถึงไหนแล้วบ้างซึ่งคงจะรีดเร้นออกมาจากไส้ศึกตนนี้ได้เป็นแน่

ถ้าอย่างนั้นพาท่านมาที่เรือนพักของเราแล้วกัน เราจะสอบถามความให้ก่อนตัดสินใจว่าควรนำไปเฝ้าองค์รามหรือไม่

พลทหารวานรได้ยินดังนั้นก็รับคำอย่างโล่งใจก่อนวิ่งโร่กลับไปทางเก่า ทางฝ่ายพิเภกจึงวางมือจากการฝึกแล้วเดินตรงไปรอยังเรือนพัก เขาหยิบกระดานชนวนขึ้นมาทำนายดวงและเห็นว่าวันนี้เป็นวันวิบัติ เห็นทีจะมีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้นเป็นแน่

ท่านพิเภก ข้านำท่านอาจารย์โยคีมาพบแล้ว

อืม เชิญเข้ามาสิ

พิเภกตอบ หากไม่ใช่ไส้ศึก เขาก็คาดว่าคงเป็นฤาษีเฒ่าที่บำเพ็ญพรตอยู่ตามภูเขาแล้วเจอเข้ากับทัพลิงจึงต้องการแวะมาสนทนา แต่ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เลือดในกายเขาก็ราวกับแข็งเป็นตะกั่ว

ที่พักสำหรับเสนาธิการทัพลิงก็ไม่เลวเลยนี่

เสียงทุ้มเอ่ย

บุรุษสูงโปร่งในชุดหนังเสือย่างเท้าเข้ามาอย่างเชื่องช้า รัศมีรอบกายเรืองรองราวกับพระพรหมแปลงมา ดวงตาเยือกเย็นพิศตรงมายังเจ้าบ้านที่นั่งมองตาค้างแล้วก็ยิ้มเยาะที่มุมปากซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังพัดจีบ เมื่อเห็นว่าไม่ได้รับคำตอบใดจากปากพิเภกจึงถือวิสาสะทรุดกายนั่งลงบนอาสนะห่างจากพญายักษ์ไปไม่ถึงวา

จะไม่ถามหน่อยหรือว่าเราเป็นใคร

โยคีเปรย แต่อีกฝ่ายซึ่งดูเหมือนจะรวบรวมสติได้กลับจ้องตรงมาด้วยดวงตาขึงขังอย่างไม่ลดละ

ท่านมีกิจอันใดจึงมาเยี่ยมถึงนี่ พระเชษฐา

ทศกัณฐ์แปลงคลี่ยิ้ม เขาวางพัดจีบที่ใช้ป้องใบหน้าลงและประจันหน้ากับอนุชาด้วยรอยยิ้มเย็นชาและนิ่งเฉยราวหินผา

ไม่เคยรอดสายตาเจ้าได้ซักที

พิเภกพิศใบหน้าหล่อเหลาคมคายรับกับเคราบางๆ น่าแปลกตาของเชษฐาในคราบโยคีอย่างสงบ ก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยวาจาตอบไปอีกครั้ง

ข้าคาดหวังว่ากิจที่ท่านพึงจะแจ้งคือเรื่องคืนตัวนางสีดา

เสียใจที่เจ้าต้องผิดหวัง แต่ก็ไม่แย่เสียทีเดียว เพราะวันนี้เรามาเพื่อรับตัวเจ้ากลับลงกา

พิเภกสะดุ้งเฮือก ยิ่งเมื่อเชษฐาค่อยๆ ขยับกายเข้ามาใกล้ เขาก็ยิ่งรู้สึกอยากถอยหนี

กลับไปกับเราเดี๋ยวนี้ เรื่องที่ผ่านมาเราให้อภัย

เสียงบัญชาเด็ดขาดเสียจนแม้จะอยากปฏิเสธแต่ก็เอ่ยได้ยากเหลือเกิน

หากท่านยอมคืนนางสีดา...

คืนหล่อนแล้วเจ้าจะยอมกลับแน่รึ ไม่ใช่ว่าเจ้าหาข้ออ้างอันชอบธรรมในการทิ้งลูกทิ้งเมียมาอยู่กับภัสดาของนางสีดาที่นี่หรืออย่างไร

ทศกัณฐ์แปลงวาดมือขึ้นเชยคางให้อนุชาที่นั่งก้มหน้าเงยขึ้นสบตาแต่อีกฝ่ายก็หลบเลี่ยงไปมองทางอื่นอีกครา

อย่าหลบตาข้า!”

อนุชาสะดุ้งเฮือกก่อนจะกวาดสายตากลับมาสบอย่างกล้าๆ กลัวๆ

จ...จริงอยู่ว่าข้าหลงใหลองค์ราม แต่หากพระเชษฐาให้โอกาสข้าก็ยินดีกลับไปโดยที่ท่านต้องยอมคืนนางสีดาและจัดขบวนขอขมาให้สมเกียรติ...

โยคีแปลงกระชากสังวาลรอบคอของพิเภกเข้ามาจนใบหน้าแทบจะแนบชิดกัน รอยยิ้มเย็นชาและดวงตาเกรี้ยวกราดจ้องตรงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

แทนที่จะทำเรื่องเสียเวลาพรรณนั้น เราฉุดเจ้ากลับไปไม่ง่ายกว่ารึ พิเภกน้องรัก

ท่าทางดุดันของเชษฐาทำให้พิเภกสั่นไปทั้งกาย แม้ตอนนี้บุรุษเบื้องหน้าจะไม่ได้อยู่ในคราบยักษ์แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ความเกรงกลัวของเขาลดลงได้เลย

“หากท่านทำเช่นนั้นคงได้ข้ากลับไปแต่ตัว เพราะหัวใจข้ายังรับใช้องค์รามอยู่ที่นี่”

อกซ้ายของทศกัณฐ์เจ็บแปลบขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำปฏิเสธ เขาคิดว่าบางทีหัวใจของเขาก็อาจจะถูกจองจำอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกันจึงได้รู้สึกเสียดปลาบเช่นนี้

“ดูท่าทางเจ้าจะติดใจภัสดีของนางสีดาเสียเหลือเกินนะ รู้ได้อย่างไรว่าทางนี้ไว้เนื้อเชื่อใจเจ้า เลือดเนื้อเชื้อไขหรือก็ไม่ใช่ เผ่าพันธุ์เดียวกันหรือก็ไม่ใช่ เจ้าอาจจะโดนหลอกใช้ให้หันมาประหัตถ์ประหารพี่แท้ๆ ของเจ้าอยู่ก็ได้”

“องค์รามไว้ใจข้าอย่างแน่นอน

น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวมั่นใจระคายโสตยิ่งนัก!

พญายักษ์ในร่างโยคีโยนอนุชาลงกระแทกพื้นอย่างแรงก่อนเอื้อมมือลงบีบรัดรอบคอ เขาพิศใบหน้าอึดอัดทรมานของพิเภกด้วยรอยยิ้ม สดับเสียงวอนขอความเมตตาอย่างเย็นชาแต่ก็ราวกับลมพัดผ่านใบหู

อย...อย่า...พระเชษฐา...

ถ้าอย่างนั้นเราจะขอท้าทาย หากภัสดีของนางสีดาเอ่ยวาจาใดที่แสดงให้เห็นว่าไม่ไว้วางใจเจ้าออกมาล่ะก็ เราจะถือว่าเจ้าแพ้และต้องกลับกรุงลงกา

พิเภกจ้องตรงไปเบื้องบน สองมือยังพยายามดึงท่อนแขนที่บีบรัดรอบคอออกอย่างยากเย็น

แต่ถ้า...ข้าชนะ...

เราจะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่โดยไม่นับว่าเจ้าเป็นน้องอีกต่อไป!”

เสียงตวาดลั่นน่าเกรงจนพิเภกสะดุ้ง

ได้ยินดังนั้น ความเศร้าก็แล่นขึ้นมาจุกอกกระแทกจนดวงตาร้อนผ่าว แม้จะรู้ดีว่าตนถูกขับไล่ไสส่งแต่เมื่อได้ยินจากปากผู้เป็นพี่ว่าไม่ต้องการน้องคนนี้อีกก็อดจะสะเทือนใจไม่ได้

ทำไม...

พิเภกขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาเอ่อล้น ริมฝีปากกัดเม้มสะกดเสียงสะอื้นไว้อย่างน่าสงสาร แต่ดวงตาของทศกัณฐ์ที่มองลงมาก็ยังเย็นชาไร้อารมณ์ มือที่บีบรัดรอบศอไม่แม้แต่จะคลายออกสักนิด

เจ้ามันเนรคุณ เสียทีที่เลี้ยงดูมาอย่างรักใคร่

ไม่...ข้าไม่เคยคิดแปรพั...

พญายักษ์แนบริมฝีปากลงมาปิดเสียงประท้วงอย่างเกรี้ยวกราดแต่พิเภกเหลือกลืมตาอย่างตะลึง! เขาลิ้มรสได้ถึงความโกรธและเศร้าอย่างเหลือประมาณของพระเชษฐาผ่านความรุนแรงที่ดูดดึงปลายลิ้น รวมถึงความรักและเสน่หาแต่ก็ผิดหวังจนไม่อาจหักใจได้ที่ถ่ายทอดผ่านแรงบดขยี้ที่ริมฝีปาก เร่าร้อนและรุนแรงเสียจนชาไปทั้งกาย เจ็บปวดราวกับดื่มกินไฟร้อนที่เผาจากปากลงมาถึงหัวใจ จนเมื่ออิ่มเอม ฝ่ายที่รุกรานจึงยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง

พิเภกหอบระรัวและมองใบหน้าเบื้องบนด้วยดวงตาฉ่ำชุ่ม

หุบปากเสียให้สนิทแล้วจงมองดูธาตุแท้ของภัสดาของนางสีดาที่เจ้ารักใคร่หนักหนา

....!!”

พิเภกพยายามจะทัดทานแต่ทันทีที่เปล่งเสียงกลับไม่มีสิ่งใดผ่านพ้นลำคอขึ้นมา

พญายักษ์ในคราบโยคียันกายลุกขึ้นจัดเครื่องทรงอย่างไว้ที เขาทอดดวงตามองอนุชาที่ตื่นตระหนกและหอบหายใจระรัวด้วยดวงตาทั้งรักทั้งแค้น

เราร่ายเวทไม่ให้วจีใดๆ ผ่านออกจากปากเจ้า จงดูอยู่อย่างสงบเถิดว่าสันดานของมนุษย์เป็นอย่างไร

เขาบัญชาให้พิเภกนำไปเข้าเฝ้าพระรามเพื่อพิสูจน์คำท้าทายซึ่งอีกฝ่ายก็ยินยอมอย่างจำนน


สวัสดีค่า ^_^


เฮ้อ...เป็นอาทิตย์ที่ทารุณจริงๆ ค่ะ มีวันทำงานสามวันแต่เหนื่อยเหมือนทำทั้งเดือน เหนื่อยขนาดที่พลังจิ้นสิ้นสูญจนแต่งตอนต่อไม่ออกเลยค่ะ จบตอนนี้ก็ยังคิดไม่ตกว่าจะต่อยังไงดี เอ๋อไปแย้ว หรือว่าไฟเราจะมอดไปแล้วเนี่ย ไม่จริ๊งงงงงง!! ต้องไปหาหนุ่มๆ เสพฟื้นพลังซะแล้วสิเนี่ย

ตอนนี้...Blueฯ แอบเซอร์วิสพี่น้อง (ยักษ์) นิดนึงล่ะค่า ฮุๆๆๆ (ซับเลือดๆๆ) อันนี้สนอง need ตัวเองล้วนๆ อยากเห็นพิเภกถูกจับกดมั่งนี่นา พออ่านเรื่องดั้งเดิมเห็นว่ามีฉากพิเภกถูกร่ายเวทให้พูดไม่ได้ แหม!! เวทพรรณอย่างนี้มันต้องร่ายแบบดูดดื่มเซ่! เล่นเอาลิ้นชาพูดไม่ออกไปเลยใช่มั้ยล่า ฮ่าๆๆๆๆ (บ้าไปแย้ว) เป็นนิยายสนองตัณหาคนเขียนโดยแท้จริงค่ะ อย่าไปคิดว่าใครคู่ใครเลยฮ่ะ เค้าเปลี่ยนได้ทุกตอนแหละ (ตามอารมณ์และพลังจิ้น)


ขอบคุณน้องกาวะสำหรับแฟนอาร์ตนะคะ พระลักษณ์หล่อโฮกกกกกกกกกกก!! เห็นแล้วปาดน้ำลายแทบไม่ทันเลยค่ะ

  

ส่วนพระรามซื่อได้ใจพี่มากกกกกกกกกกกกกกกกก!! อย่างงี้เลยค่า!! หน้ายิ้มๆ ซื่อๆ อย่างนี้สิเขาถึงได้หลงกันทั้งเรื่อง

  

ส่วนตอนหน้า....เอิ่ม...ยังคิดไม่ออกค่ะ ทศกัณฐ์จะยุให้ทัพลิงแตกกันสำเร็จมั้ย ใครจะโดนจิ้นเป็นคู่ (หรือคี่) ต่อไป โปรดติดตามค่า

Comment

Comment:

Tweet

เฮียทนคิดถึงไม่ไหวบวกกับจะไปกีดกันคุณน้องใช่ไหม

#9 By momo (115.67.162.181) on 2013-07-27 22:19

-///-
ทศกัณฑ์นายนี่จริงๆเล๊ย

#8 By อย่าริมาซ่า on 2013-07-21 17:06

โอ๊ยยยยยยยยย เป็นวิธีร่ายเวทที่เรียกเลือดชะมัดเลย

#7 By monster zis on 2013-06-11 23:22

อา.. ทศกัณฑ์พิเภก! วะฮ่าๆๆ ในที่สุดก็มีคนทำความหวังให้เป็นจริงซักที!
ขอบคุณมากนะคะ! >w< !

#6 By Violet Sky on 2012-12-08 15:09

ป๊าดดดดด
พี่น้องสองยักษ์ก็ไม่เลวแฮะ =..=

#5 By Ta*Na on 2012-11-02 22:48

อ๊าาา อะไรกันเนี่ย...
คู่พี่น้องอีกคู่หรือเปล่าาาา
ตกลงพี่ทศจะมาหาพระรามป่าวค๊าา

#4 By THE KON on 2012-10-03 23:44

กรี๊ดดดดดดดดด พิเภกโดนคุณพี่ชายจูจุ๊บซะแร้ว  อร๊ายยยยยยยยยยคู่นี้นี่มัน...  ชักอยากให้มันคู่กันซะแล้ววุ้ย

#3 By aew (103.7.57.18|180.183.212.29) on 2012-07-31 21:38

หล่อทั้งคู่ >////< พระลักษมณ์นิ่งอย่างนี้หล่อไม่ไหวแล้วนะ!

#2 By nice13 (103.7.57.18|124.120.235.208) on 2012-06-03 14:30

พระรามกับพระลักษณ์ หล่อโฮกกกก
ความเคะแผ่กระจาย=.,= เคะทั้งพี่ทั้งน้องเลยครับท่าน

#1 By yong-w- on 2012-05-20 15:49