หลังจากขับพิเภกออกจากกรุงลงกาผ่านไปหลายวัน หน้าบัลลังก์พิจารณาความตกอยู่ในความเงียบสงัด เหล่าเสนาแทบไม่ปริปากพูดคุยกันเพราะรู้ดีว่าท้าวทศกัณฐ์ยังไม่อยู่ในอารมณ์ปกติเหมือนเดิม กระทั่งกุมภกรรณผู้น้องก็ยังต้องนั่งนิ่ง หรือแม้แต่อินทรชิตบุตรชายก็ยังไม่กล้าทูลถามสารทุกข์สุกดิบ

ทูลท่านท้าวทศกัณฐ์ มีรายงานจากทางทิศบูรพาว่าจู่ๆ ก็เกิดฟ้าลั่นพสุธาสะเทือนโดยไม่ทราบสาเหตุ ท่านจะดำเนินการอย่างไรต่อไปพะย่ะค่ะ

สุกรสาร หนึ่งในเสนายักษ์ยี่สิบตนแห่งกรุงลงกาทูลถาม

เจ้าจงแปลงเป็นเหยี่ยวไปดูลาดเลาหน่อยแล้วกันว่าเกิดอาเพสอะไรขึ้นหรือเปล่า

ทศกัณฐ์กล่าวอย่างเรียบนิ่งแล้วปิดการพิจารณาความก่อนลุกออกจากบัลลังก์ไปอย่างรวดเร็ว อินทรชิตหันไปมองทางสุกรสารแล้วจึงสังเกตได้ว่าอีกฝ่ายหน้าซีดเหงื่อแตกจนน่าเป็นห่วงจึงตรงรี่เข้าไปถาม

เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า

สุกรสารหันมาด้วยความร้อนรน

ท่านอินทรชิต! ข้าไม่กล้าทูลท่านท้าวทศกัณฐ์ว่าข้าลองไปสืบมาแล้ว มันไม่ใช่อาเพศอะไรหรอกแต่เป็นทัพวานรกำลังซ้อมรบกันอยู่น่ะสิ

เรื่องนี้สำคัญมากนี่ ทำไมเจ้าไม่ทูลล่ะ

เสนายักษ์อึกอักพักใหญ่ เขาเหมือนจะบอกแต่ก็ไม่กล้าบอกจนกระทั่งอินทรชิตต้องคะยั้นคะยอ

ก็...ข้าเห็นว่าผู้นำการฝึกคือพระยาพิเภกน่ะสิ ไม่รู้ตาฝาดไปหรือเปล่าแต่ถ้ายังไม่ได้เข้าไปดูให้แน่ใจก็ไม่กล้าทูลหรอกท่าน

อินทรชิตกระจ่างใจ เมื่อพูดถึงทัพวานรก็คาดว่าต้องเป็นทัพพระรามเป็นแน่ ซึ่งหมายความว่าหนุมานก็จะต้องอยู่ในทัพด้วยอย่างนั้นสินะ

เอ่อ...เจ้าจะว่าอะไรไหม ถ้าเราจะขอไปสืบข่าวให้แทน

ม...ไม่เลย! ด้วยความยินดีเลยท่าน

สุกรสารกล่าวอย่างลิงโลด

0                      0                      0                      0                      0                      0

พญายักษ์อินทรช