tumblr visitor stats

มหาบุรุษกายสีเขียวลงมือปลดเข็มขัดและผ้านุ่งของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เรื่องดับไฟจากหอกแก้วสุรกานต์น่ะเขารู้มาจากหนุมานทหารเอกแล้ว มันต้องจัดการอมเข้าไปในปากจึงจะดับได้ เมื่อจัดแจงถอดและคว้าเป้าหมายไว้ได้ในมือจึงรีบโน้มใบหน้าลงแลบปลายลิ้นลูบไล้ผิวกายที่ร้อนผ่าวทันที

พญายักษ์เอามือป้องปากด้วยความตกใจ!

เขาแทบจะยันกายให้นั่งต่อไปไม่ไหว แม้จะมองไม่เห็น แต่สัมผัสที่ได้รับก็มั่นใจเสียยิ่งกว่ามั่นใจว่ามหาบุรุษผู้งดงามกำลังลิ้มรสผิวกายเบื้องล่างของเขา ถึงเป็นสุภาพบุรุษแต่เขาก็ไม่สามารถสั่งตัวเองให้หยุดการกระทำของพระรามได้อีกแล้ว เขาปรารถนาจะปล่อยเลยตามเลย ไม่อยากคิดกระทั่งว่าพระรามรู้จากไหนว่าวิธีนี้จะสามารถดับไฟจากหอกแก้วสุรกานต์ได้

แรงดูดดึงอย่างใสซื่อชวนให้รัญจวนใจจนอารมณ์ของพญายักษ์พลุ่งพล่านถึงขีดสุด ก่อนที่กำแพงความปรารถนาจะพลังทลาย มือใหญ่ตัดสินใจดึงร่างบางเบื้องล่างขึ้นมาโอบกอดและบดขยี้ริมฝีปากอย่างร้อนแรง หนักหน่วงเสียจนบุรุษในอ้อมกอดสะดุ้งเกร็งและพยายามขืนกายออกแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงยักษ์ได้

พิเภกจัดแจงดึงรั้งให้ความต้องการของเขาดำเนินมาถึงจุดสูงสุด รีดเร้นทุกอณูในกายให้สาดกระเซ็นออกมาจนหยดสุดท้าย ในที่สุดจึงยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง โอบอ้อมแขนรอบกายที่สั่นเทาไว้แนบอก

ข้าขออภัย ข้าหยุดตัวเองไม่ได้จริงๆ

พิเภกหอบรัว สักพักจึงรู้สึกได้ว่าพระรามขืนกายออกจากอ้อมอกทั้งที่ยังสั่นเป็นลูกนก

พระราม...

พญายักษ์ใจเสีย เขาชักเริ่มเกิดหิริโอตัปปะในใจว่าที่ทำลงไปทั้งหมดเมื่อครู่มันก็แค่สนองตัณหาตนเองเท่านั้น บางทีฝ่ายที่ถูกกระทำอาจจะไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกับเขาเลย แค่คิดก็รู้สึกอยากจะแทรกธรณีหนีไปให้ไกล

พิเภก...เจ้า...

ดวงตาพญายักษ์หลับแน่น

เมื่อกี้เจ้าทำอะไรน่ะ ข้ามองไม่เห็น

ฝ่ายที่รับฟังถึงกับอ้าปากค้าง

แล้วมาดับไฟที่ปากเราทำไม กลัวว่าไฟจะติดมาเข้าปากเราเหรอ คงไม่หรอก มันน่าจะดับตั้งแต่เราอมแล้วล่ะ

พญายักษ์รู้สึกว่าตนเองช่างฝักใฝ่ในกามเหลือเกิน ราวกับเป็นโคแก่เล็มหญ้าอ่อนที่ไร้เดียงสา สุดท้ายแม้จะเคี้ยวกลืนไปแล้ว ใบหญ้าก็ยังคงใสซื่อไร้มลทินเช่นเดิม มีแต่เขาเท่านั้นที่ตะกละตะกรามจนสำลักติดคอ

ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ยันกายขึ้นนั่ง เขาคิดว่าดีแค่ไหนแล้วที่ตอนนี้เป็นคืนเดือนมืด หากสว่างกว่านี้สักหน่อยอาจจะมองเห็นใบหน้ารังเกียจจากมหาบุรุษเบื้องหน้าซึ่งอาจจะทำให้เขาทนคลื่นความละอายที่ถาโถมเข้ามาไม่ได้

อภัยให้ข้าด้วยเถิด ข้าไม่ได้ตั้งใจ...

ตั้งใจทำอะไรล่ะ เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลย ข้ามองไม่เห็นจริงๆ

พิเภกอายแทบม้วน จะให้เขาอธิบายเหรอว่าข้าปลดปล่อยความปรารถนาของตัวเองระหว่างที่มีท่านอยู่ในอ้อมกอด!

ข้า...

เจ้ากอดเราแรงจนช้ำไปหมดแล้ว

พระรามจับเนื้อตัวที่ตอนนี้ปวดหนึบไปทั่ว

ท...ท่านช้ำเลยหรือ

ใช่สิ ปากเรายังมีโลหิตซึมด้วย เขี้ยวเจ้าคมจริงๆ

ฝ่ายที่โอดครวญเอื้อมไปจับมือใหญ่และดึงขึ้นมาให้สัมผัสริมฝีปากที่บัดนี้บวมช้ำ ปลายลิ้นไล้เลียรอยแผลลากสัมผัสไปโดนปลายนิ้วของพญายักษ์จนสร้างกระแสซาบซ่านขึ้นมาทั่วกายอีกครั้ง พิเภกจึงรีบชักมือออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะเตลิดเปิดเปิงไปยิ่งกว่านี้

ข้าไม่รู้เจ้าทำอะไรแต่ข้าไม่ได้รังเกียจหรอกนะ ครั้งหน้าเบาหน่อยแล้วกัน

ครั้งหน้า!

แค่ได้ยินคำนี้ เลือดในกายพญายักษ์ก็เหมือนจะเดือดพล่านขึ้นมา เขายังมีโอกาสอีกหรือนี่! หัวใจของพิเภกแทบจะถูกถอดลงวางกราบกรานแทบเท้า เขาเอื้อมมือช้อนข้อเท้าของมหาบุรุษขึ้นมา โน้มใบหน้าลงจุมพิตที่หลังเท้าอย่างเสน่หา

ข้าขออภัยที่ทำให้ท่านต้องบอบช้ำเช่นนี้ พรุ่งนี้ข้ารับปากว่าจะมาดูแลท่าน แต่คืนนี้ขอลาแต่เพียงเท่านี้ โปรดนิทราให้สบายเถิด

พิเภกตัดสินใจขอตัวออกมาก่อนที่เขาจะหยุดตัวเองไม่ได้ยิ่งกว่านี้

อ้าว ไหนเจ้าว่าจะขอค้างแรม

อย่าได้เป็นห่วงเลย ข้าดูแลตัวเองได้ ราตรีสวัสดิ์

เดี๋ยวสิ ทำไมไม่นอนกับข้าที่นี่ล่ะ

พญายักษ์แทบจะตอบตกลงในทันที แต่เขาก็ตัดสินใจรีบเดินหายไปในความมืดเสียก่อนที่จะหยุดไม่อยู่

เมื่อไร้คู่สนทนา ความมืดและเสียงหรีดหริ่งรอบกายก็ดังชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ลมยามค่ำพัดเย็นสดชื่นแต่ในใจขององค์รามกลับร้อนกรุ่นดั่งไฟสุมข้างใน ไม่รู้ด้วยเหตุใดร่างกายของตนจึงร้อนขึ้นมาแบบนี้ ยิ่งเบื้องล่างยิ่ง...

เฮ้ย! ท...ทำไม...ถึงติดไฟ...

มือบางเอื้อมลงสัมผัสผิวกายของตนเบื้องล่างแล้วแทบสิ้นสติ ร่างกายของเขาติดไฟอาคมเช่นเดียวกับพิเภก! คงเป็นจากที่พยายามดับไฟเมื่อครู่เป็นเป็นแน่ ไฟจึงลามมาติดร่างกายของเขาจนร้อนผ่าวแข็งชันเช่นนี้

แล้วจะดับยังไงล่ะ

เด็กหนุ่มบ่นน้ำตาซึม

มัน...อมไม่ถึง

อุบ!...

เสียงหลุดหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นไม่ไกลจากนั้นอย่างเอ็นดู ทันทีที่ได้สดับ ใบหน้าเขินอายของพระรามก็หันไปทางต้นเสียงอย่างเง้างอน ถึงจะมองไม่เห็นแต่ก็พอจะรู้หรอกว่าใคร

เจ้าหัวเราะเยาะเราหรือพิเภก ไม่ใช่เพราะเจ้ารึไง แล้วทีนี้จะทำ...

          ริมฝีปากที่ประทับลงมากลืนกินเสียงบ่นทันที เพียงได้สัมผัสไม่นาน มหาบุรุษกายสีเขียวก็ขืนกายออกอย่างแรงแต่ก็สู้กำลังอีกฝ่ายไม่ไหว ร่างบางสะท้านไปทั้งกาย ดวงตาเหลือกลืมและน้ำตาซึมด้วยความตระหนก

          “ปล่อยนะ! เจ้า..!!!”

          เสียงประท้วงถูกลืนกินอย่างนุ่มนวลผิดกับอ้อมกอดที่หนักแน่นแข็งกร้าว ความอ่อนหวานของริมฝีปากครั้งนี้ผิดกับที่จู่โจมอย่างกระหายเมื่อครู่ราวฟ้ากับดิน แม้จะดูดดึงปลายลิ้นเหมือนกันแต่ไม่รู้เพราะเหตุใดครั้งนี้จึงหวานซ่านไปทั่วกาย ลีลาการโลมเล้าก็แสนชำนาญและลื่นไหลชวนให้หฤหรรษ์เสียจนแม้อยากจะประท้วงก็นึกไม่ออกว่าจะต้องทำอย่างไร จากเดิมที่ขัดขืนจึงค่อยเปลี่ยนท่าทีเป็นโอนอ่อนอย่างว่าง่าย

          เมื่อเห็นว่าบุรุษผู้งดงามในอ้อมกอดอ่อนยวบลงไป ริมฝีปากของผู้รุกรานจึงระบายยิ้มอย่างเยือกเย็น ละจากริมฝีปากงามลากต่อไปขบกัดที่ใบหู ลิ้มรสและแทรกปลายลิ้นราวกับจะบอกเป็นนัยว่าปรารถนาจะรุกรานเข้าไปในกาย

          “อย...อย่า เจ้าทำอะไร”

          เสียงหอบหายใจเจือด้วยเสียงประท้วงกระเส่าของบุรุษที่ทอดกายอย่างไร้เรี่ยวแรงในอ้อมกอดยิ่งกระตุ้นความต้องการของผู้บุกรุกมหาศาล พระรามสั่นสะท้านจนต้องทิ้งกายลงในอ้อมแขน สองมือพยายามดันแผ่นอกของอีกฝ่ายออกให้ห่างแต่ก็ดูเหมือนไม่มีแรงพอจะต่อต้านได้เลย

          เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มในอ้อมกอดสงบลงจึงค่อยวางร่างที่อ่อนเปลี้ยลงนอนแล้วพรมจุมพิตไปทั่วแผ่นอกอย่างถนอม

          “จ...เจ้าทำอะไรเนี่ย เราแค่ติดไฟที่...อ๊ะ!”

          พระรามสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือใหญ่คว้าโอบผิวกายที่ร้อนรุ่มเบื้องล่าง ดึงรั้งแผ่วเบาด้วยจังหวะนุ่มนวลแต่หนักแน่น ผู้รุกรานลากริมฝีปากผ่านยอดอก หยอกล้อไล้เลียอย่างเสน่หาก่อนขบกัดสร้างกระแสแล่นซ่านไปทั่วกายจนร้อนขึ้นเหมือนไฟเผา

          เสียงครวญน่าเสน่หาราวกับเสียงน้ำค้างกระทบใบหญ้าในยามอรุณรุ่ง มือบางโอบรอบศีรษะที่กลืนกินผิวกายเบื้องหน้า สอดนิ้วไปตามเส้นผมและกระชับเพื่อระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านแทบฉุดไม่อยู่

          ปลายลิ้นร้อนอุ่นละจากยอดอกไปยังแนวหน้าท้องที่ไหวกระเพื่อม ประทับรอยกลีบดอกไม้แดงโปรยปรายทั่วผิวกายสีเขียวนวลแล้วจึงลากต่อไปยังร่างกายที่ร้อนระอุราวกับต้องพิษ

          “ด...ดับไฟให้เราเสียทีสิ”

          ฝ่ายที่ได้รับบัญชาไม่ทำตามในทันที เขาละจากหน้าท้องราบเรียบลงมาเบื้องล่าง ลากปลายลิ้นสัมผัสปลายยอดที่ชุ่มฉ่ำหวานล้ำ ไล้เลียเสียราวกับเป็นน้ำหวานจากยอดเกสร ยิ่งทำให้เพลิงในกายของพระรามโหมพัดจนแทบไม่อาจหยุดคลื่นอารมณ์อยู่ เสียงประท้วงอย่างออดอ้อนดังราวระฆังแก้วอ่อนหวานน่าใคร่ยิ่งทำให้บุรุษที่รุกไล่อยากหยอกเย้ามากขึ้นไปอีก เขาหยุดการชิมรสผิวกายร้อนผ่าวไว้ก่อน เปลี่ยนทิศเป็นกลืนกินผิวกายอ่อนบางที่ต้นขา ขบกัดหยอกล้อเสียราวกับว่าเป็นขนมหวานชั้นเลิศที่อร่อยลิ้น

          “หยุดเถอะ เรา...เรารู้สึกแปลกๆ อย่างไรไม่รู้”

          พระรามยันกายลุกขึ้นมาส่งเสียงประท้วง แต่ยังไม่ทันดันกายอีกฝ่ายออกห่าง ริมฝีปากของผู้รุกรานก็เริ่มที่กลืนกินผิวกายอันร้อนผ่าวและดูดดื่มอย่างกระหาย เพียงแค่นี้ก็แทบทำให้ขาดใจ มหาบุรุษปิดประสาทสัมผัสอื่นจนสิ้น เหลือเพียงแค่สัมผัสดูดดึงเบื้องล่างที่แสนรัญจวนจนต้องกลั่นอารมณ์ออกมาทางดวงตา เขานึกไม่ถึงว่าแค่ดับไฟทำไมจึงสามารถตีให้อารมณ์แตกกระจายได้ถึงเพียงนี้

          ดวงตาเหลือกโพลงที่ซ่อนเพลิงพิโรธและความพึงใจจ้องเขม็งผ่านความมืดไปยังเด็กหนุ่มที่ทอดกายอยู่เบื้องล่าง แม้จะไม่เห็นแต่ก็พอจะดาได้ว่ายามนี้พระรามคงอิ่มเอมจากการปรนเปรอของเขาอย่างท่วมท้น คิดแล้วก็ยิ่งนึกแค้น ระหว่างทางกำลังจะเดินไปท่าสรงกลับได้ยินเสียงพูดคุยหัวเราะต่อกระซิกมาจากศาลาที่พักสำหรับล่าสัตว์ แม้จะมืดมากจนมองไม่เห็นว่าใครเป็นใคร แต่เสียงนุ่มนวลใสกระจ่างเป็นเอกลักษณ์เช่นนั้นเป็นเสียงพระรามเป็นแน่ ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือชายที่พระรามเรียกว่า “พิเภก”

          มีเสียงเช่นเดียวกับพิเภกอนุชาของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย!

0                      0                      0                      0                      0                      0

สวัสดีค่า ^_^

 

สำหรับท่านที่ไม่เคยอ่านนิยายของ Blueฯ มาก่อนอาจจะอ้าปากค้างนิดนึงเพราะใครคู่ใครไม่ใช่พล็อตตายตัวมาตั้งแต่ต้นเรื่องค่ะ อารมณ์ตอนพิมพ์พาไปล้วนๆ (ใครรุกใครรับยังไม่คิดเลย) ดังนั้นหากอ่านแล้วเกิดอาการรับไม่ได้ ทำไมคนนู้นคู่คนนี้...อย่าเพิ่งใจเสียค่ะ ถ้ายังไม่จบเรื่องก็ยังสรุปไม่ได้ว่าใครจะได้ใครกันแน่ คนเขียนยังไม่รู้เลยค่ะ เอิ้กๆๆๆ

 

ตอนนี้ไม่มีอะไรนอกจากสนองตัณหาคนเขียนล้วนๆ ค่ะ เซอร์วิสค่ะเซอร์วิส! แต่ฉากเซอร์วิสที่นานๆ โผล่มาทียังไม่จบแค่นี้นะคะ ขอเขียนให้หนำใจก่อนเหอะ ตอนหน้า พิเภกจะเคลียร์กับทศกัณฐ์ได้ไหม แล้วพระลักษมณ์อยู่ไหนล่ะเนี่ย! โปรดติดตามค่า

Comment

Comment:

Tweet

พระรามช่างไร้เดียวสาเสียจริง

หวงแทนพิเภก

แต่แอบเชียร์พญายักษ์

#12 By zombi (125.24.147.43) on 2015-09-19 11:57

......ขอให้ท่านคู่กับพระลักษณ์(เขียนถูกไหม)

#11 By Arm on 2014-06-14 02:00

#10 By (171.101.14.130|171.101.14.130) on 2014-02-04 21:34

ความใสซื่อเนี่ยทำให้ความเครียดปลิวหายเหมือนเปิดพัดลมเบอร์สามเลยเนอะconfused smile

#9 By momo (115.67.98.178) on 2013-07-26 21:50

อยากจะกรี๊ดในความอินโนเซ้นท์ของพระราม -///////////-
โอ้ยเลือดจะหมดตัวตาย!
ต.. แต่ทศกัณฑ์มาเจอเข้าแล้ว!!

#8 By monster zis on 2013-06-10 23:13

พระรามเหมือนนางเอกนิยายอินนเซนต์ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย
คืนเดียว เสร็จทั้งพี่ทั้งน้อง 555

#7 By PoLo (103.7.57.18|125.24.127.158) on 2012-11-28 23:33

อ่านแล้ว 
//แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก
พระรามช่างใสซื่อ ฮ่าฮ์

#6 By Ta*Na on 2012-10-25 23:42

<span style="white-space: pre;"> </span>โฮกกกก ไม่ไหวแล้วค่ะ เสียเลือดอย่างแรง...
พี่น้องตีกันแย่งพระรามกันแล้ว โฮก...

#5 By THE KON on 2012-10-03 19:58

รักพิเภกกับพระราม ><

#4 By Merry Sisne on 2012-08-02 13:01

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด  พ่อพิเภกของหนูอยู่หนายยยยยยย โปรดกลับมาด่วน พลีสสสสสสสสสสสสสสสสส

#3 By aew (103.7.57.18|183.89.6.85) on 2012-07-29 21:52

ทศกัณฐ์พระรามมมม -/////- 
ชอบคู่นี้จังเลยยยย ><

#2 By noa (103.7.57.18|115.87.231.176) on 2012-07-05 16:32

อ่านไปอ่านมารู้สึกท่านพระรามช่างใสซื่อ-///////-
ช่างน่ารักน่าชังเสียกะไร>////////<

#1 By yong-w- on 2012-05-20 04:07